ผู้ ช า ย ก า ย...'s profile<'))))>< ~[T][y][P][h][O...PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
August 05 คุณรู้จักภาษาเหนือดีแค่ไหนมาทดสอบกันหน่อยมาเวยๆ
.............
......
....
เฉลย July 01 เอาหมีแพนด้าคืนไปเมืองไทยระยะนี้มีข่าวลูกหมีแพนด้าตกลูกใน ไทยออกมาให้คนไทยที่รักสัตว์ได้อมยิ้ม-ได้ดีใจกัน แต่ก็น่าเสียดายที่ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกันคนรักสัตว์ก็ต้องน้ำตาซึม-เศร้าใจ กับข่าวเกี่ยวกับสัตว์ของไทยเองแท้ ๆ ที่มีความสำคัญต่อการสร้างชาติ-การดำรงความเป็นชาติไทยมาแต่โบราณกาล และก็เป็นข่าวเศร้าที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ
ทำไม มีแต่คนสนใจหมีแพนด้า ทำไมไม่มีใครสนใจช้างไทยกันช้าง May 24 10 อันดับฟอร์เวิร์ดเมล์ไร้สาระ10 อันดับฟอร์เวิร์ดเมล์ไร้สาระ เค้าบอกมางี้เหตุผลที่บอกเล่าเรื่องนี้ ก็เพื่อที่จะให้ทุกคนเลิกฟอร์เวิดเมลไร้สาระซะที 'มันน่ารำคาญมาก'ถ้าอยากรู้ว่าไร้สาระยังไงก็อ่านซะ ถ้าขี้เกียจก็อ่านหัวข้ออย่างเดียวก็ได้ถ้าไม่อยากให้มีเมลไร้สาระพวกนี้ในเมลเราอีกก็ช่วยกัน FWD กระทู้นี้ด้วยนะคะ อันดับ10 - อีเมล์ลูกโซ่ ... ใช่แล้วครับทุกท่าน มันก็คือ จดหมายลูกโซ่ธรรมดานี่แหละ ที่ ส่งกันมาส่งแล้วส่งเล่าตั้งแต่รุ่นพ่อแม่ยังจีบกันด้วยจดหมายรัก จนถึงยุคที่อินเตอร์เน็ตส่งข้อมูล 10 MB ต่อวินาทีได้แล้ว ก็ยังมีจดหมายแบบนี้อยู่บนโลกเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง แถมเนื้อหาก็ยังลอกมาจากต้น ฉบับอาจารย์วิจิตรธรรมโชติเมื่อ 30 ปีก่อนยังไงอย่างนั้น ช่างน่าภูมิใจจังที่เราสามารถอนุรักษ์มรดกของชาติได้เยี่ยมขนาดนี้ เนื้อหาก็จะประมาณว่าจดหมายฉบับนี้มีมนต์วิเศษ ส่งต่อ 20 คนจะโชคดี ถ้าไม่ส่งตายแน่ เหมือนอย่างนายสมชายสมหมายทหารอากาศอะไรทั้งหลายแหล่ ที่ตายแล้วตายอีกในหลักฐานอ้างอิงเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ ถ้าท่านอยากเป็นคนงมงายในยุคอินเตอร์เน็ตก็เชิญส่งต่อนะครับ แต่ถ้าอยากฉลาดขึ้นบ้างก็...ลบทิ้งเสียเถอะ อันดับ 9 - เจ้าแม่กวนอิมโชคดี + พระพิฆเนศโชคดี ... สมัยนี้เค้าเผยแพร่ความโชคดีบนอินเตอร์เน็ตแล้วครับท่านผู้อ่าน เมล์ประเภทนี้จะมีรูปเจ้าแม่กวนอิมหรือไม่ก็พระพิฆเนศที่ถ่ายมาจากไหนก็ไม่ รู้ รู้แต่มันเหมือนกันทุกฉบับเลย ดูเผินๆ บางคนอาจจะแย้งว่า คนส่งเค้าอยากให้คนได้รับโชคดีไง จะบอกว่าเนื้อหาหลักๆ เหมือนกับอันดับ 10 ไม่มีผิดเพี้ยนครับ แค่เปลี่ยนคำว่าโชคร้ายเป็นโชคดีเท่านั้น แถมยังขู่เหมือนเดิมว่าถ้าไม่ส่ง ซวยแน่ กร๊ากๆๆๆ บางเวอร์ชั่นดีหน่อยครับที่ไม่ได้ขู่มาด้วย แต่อยากจะบอกว่าการที่เราเช็คเมล์ แล้วพบเมล์จากเพื่อนๆ 10คน ต่างคนต่างส่งเมล์หัวข้อนี้มาเหมือนกันทุกคน เรียงเป็นตับในเมล์บ็อกซ์ของเรามันน่ารำคาญโว้ยยยยย อันดับ 8 - ลูกผมป่วยเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว ... อันดับนี้จะว่าดีก็ดี จะว่าร้ายก็ร้าย คือดูเผินๆ แล้วผู้ส่งต้องการความช่วยเหลือแน่ๆ จึงมาโพสท์แบบนี้ บวกหน้าตาที่อยู่พร้อม แต่จะบอกว่าเมล์แบบนี้ ห้าปีผ่านไปก็ยังฟอร์เวิร์ดกันให้เกลื่อน คือ ถ้าลูกคุณป่วยเป็นมะเร็งและต้องการความช่วยเหลือด่วน แต่ยังรอคนใจดีอยู่ได้ตั้ง 5 ปีแบบนี้ ขอคาดการณ์ว่าร่างกายคงมีภูมิต้านทานดีขนาดหนักแล้วครับ ไม่ก็ตายไปเรียบร้อยแล้ว ไม่ต้องฟอร์เวิร์ดต่อหรอก เพราะมีกรณีนึงที่มีคนลองติดต่อไปแล้วพบว่าเป็นเรื่องจริง แต่ทางต้นสายบอกว่าเป็นเรื่องเมื่อ 8 ปีที่แล้ว ผลร้ายจากความใจดีของพวกเรานั่นเองที่เห็น แล้วสงสาร ฟอร์เวิร์ดไปเรื่อยๆ เผื่อจะเจอใครที่ใจบุญกว่า แต่บอกตามตรง เท่าที่เคยประสบมา คนฟอร์เวิร์ดจะไม่ให้ความช่วยเหลือ ส่วนคนช่วยเหลือจะไม่ฟอร์เวิร์ด ฮ่วย! ถึง ผู้ใดก็ตามที่ประสบปัญหาแนวๆ นี้ ขอแนะนำว่าอย่าส่งทางเมล์เลยครับ เพราะเมื่อมันเผยแพร่ในโลกไซเบอร์แล้ว มันค้างนาน และมันจะกระจายเป็นวงกว้างซึ่งไม่มีทางยับยั้งได้ แม้คุณจะได้ รับการช่วยเหลือแล้วคุณก็ยังอาจจะได้รับการติดต่อมาอีกต่อไปเป็น ปีๆ ทางที่ดีไปลงประกาศในหนังสือพิมพ์หรืออะไรทำนองนั้นดีกว่านะ อันดับ 7 - ไม่ส่งต่อ ไม่มีแฟน ... ไม่รู้ว่าคนเราสมัยนี้กลัวการไม่มีแฟนมาก หรือไม่ก็ไม่มั่นใจในฝีมือการจีบของตัวเอง จึงส่งกันเป็นว่าเล่น เมล์ประเภทนี้จะขึ้นต้นด้วยข้อความดีๆ ภาพน่ารักๆ แต่ลงท้ายด้วยข้อความประมาณว่า ส่ง 1-5 คน จะโชคดีเล็กๆน้อย ส่ง 6-15 คน จะเจอเนื้อคู่ ส่ง 16-30 คน เนื้อคู่จะโทรมาหาใน 10 นาที (ดูมัน ยังกะโฆษณาทีวีไดเรคต์) และ ถ้าไม่ส่ง โสดตลอดชาติ ประมาณนี้เป็นต้น สังเกตว่ามีระดับความโชคดีให้เลือกด้วย ใครคิดว่าตัวเองโชคดีอยู่แล้วก็ส่งน้อยๆ ใครคิดว่าดวงซวยก็ส่งเยอะๆ อืม...เหมือนชิงโชคเลยเนอะ แต่รู้สึกส่งชิงโชครายการคุณปัญญาจะมีโอกาสมากกว่าซะอีกนะ อยากบอกว่า..แฟนถ้าจะมีมันก็คงจะมีเองแหละ ไม่เกี่ยวกับโชคลางบนเน็ตซะหน่อยอันดับ อันดับ 6 - กินชาเขียวเย็นเป็นอันตราย ... เมล์ประเภทนี้มีมาเป็นระยะๆ ตามแต่ว่าอะไรที่ฮิตในช่วงนั้น ช่วงแรกมันเป็นโค้ก กินโค้กแล้วอันตราย เอาตะปูแช่โค้ก 1 วัน ตะปูละลาย ต่อ มาก็เป็นชาเขียวเย็น กินแล้วไขมันจับ เพราะมันเย็น พิสูจน์ได้ด้วยการเทชาเขียวเย็นลงในชามก๋วยเตี๋ยว แล้วจะเห็นไขมันจับเป็นก้อน ปัดโธ่ เทอะไรเย็นๆ ลงน้ำซุป มันก็จับหมดแหละคุณ (ไม่เชื่อไปลองดูได้) หรือไม่ต้องเทน้ำอะไรหรอก เอาก๋วยเตี๋ยวไปแช่เย็น สักพักมันก็จับไขแล้ว เมล์แบบนี้จะใช้ข้อความเหมือนยกข้อพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์มาอ้างซึ่ง ถ้าใครฉลาดๆ หน่อยก็จะจับผิดได้ว่ามันไม่เป็นจริง ส่วนใครโง่ๆ ก็...ฟอร์เวิร์ดต่อปายยย (ล่าสุดนี่รู้สึกจะเป็นโรตีบอยแล้วนะ มันอินเทรนด์ดีโว้ยคนเขียนเมล์แบบนี้) อันดับ 5 - จุดจบประเทศไทย ... เขียนโดย นิติภูมิ เนาวรัตน์ ชายหนุ่มผู้มองเห็นประเทศอื่นดีกว่าเราในทุกด้าน ส่วนเมืองไทยนั้นกระจอก คอรัปชั่น เฮงซวย ล่มสลายแน่ๆ ถ้าไม่เชื่อกรู ไม่รู้มันเกิดมาเป็นคนไทยทำไมเหมือนกัน เมล์ชนิดนี้เนื้อหาเหมือนต้นฉบับเพราะลอกมา เนื้อหาจะเกี่ยวกับประเทศไทยในปี 2550 ที่จะถูกน้ำท่วม ภัยพิบัติ ฯลฯ สุดท้ายก็จะกลายเป็นเหมือนอาร์เจนติน่า ฯลฯ ดีเหมือนกันวงการฟุตบอลบ้านเราจะได้ไปบอลโลกซะที เมล์ แบบนี้จริงๆ ก็จัดว่ามีประโยชน์ เสียแต่ว่ามันทำให้เกิดความแตกแยกได้ง่าย หากผู้อ่านไม่มีวิจารณญาณ จริงๆ คือพวกเราได้แต่อ่านแล้วก็ส่ง ทำอะไรไม่ได้ นอกจากเกลียดคนที่ถูกอ้างถึงในเมล์ โดยไม่มีหลักฐาน อย่างอื่นประกอบการตัดสินใจเลย อีกอย่างคือ เมล์แบบเนี้ยไม่ต้องส่งหรอก ถ้าในปี 2550 มันจะเป็นอย่างที่อ้างจริงๆ ผู้เขียนเค้าก็มีหลักฐานการเขียนของเค้าอยู่แล้วแหละ ไม่ต้องส่งต่อเพียงเพื่อประกาศให้รู้ว่ากรูเก่งหรอก มันน่ารำคาญรู้มั้ย เพราะว่ามีเมล์เนื้อหานี้ในเมล์บ็อกซ์เกือบร้อยฉบับแล้ว อันดับ 4 - ฟอร์เวิร์ดไป 18 คนแล้วกด Alt+F8 .... ไม่รู้ว่ามีที่มาตั้งแต่เมื่อไหร่ อาจเป็นเพราะโปรแกรมอีเมล์เมื่อสมัยสิบปีก่อนมีฟังก์ชั่น Atl+F8 ก็ได้ ปัจจุบันมันไม่มีใช้แล้ว แต่เมล์แบบนี้ก็อาศัยความอยากรู้ของผู้ส่ง มาทำให้มันถูกฟอร์เวิร์ดมาเรื่อยๆ นับสิบปีแล้ว (พูดตรงๆ ก็คือผมได้เมล์แบบนี้มาตั้งแต่เริ่มเล่นเน็ตเมื่อปี 2543 จนบัดนี้ก็ยังได้รับอยู่) เนื้อหาก็จะเป็นว่า มียายแกไปซื้ออาหารหมา อาหารแมว สุดท้ายก็ให้คนขายล้วงไปในกล่อง ถ้าอยากรู้ว่าในกล่องมีอะไร ให้ฟอร์เวิร์ดไป 18 คน แล้วกด Atl+F8 หรืออะไรทำนองนี้ ก็จะพบคำตอบ บางเมล์เล่นง่ายกว่านั้น ไม่ต้องอารัมภบทมาก มาถึงก็บอกให้ส่งเลย แล้วกดดูจะพบว่ามีอะไรเปลี่ยนไป ไม่ต้องส่งต่อนะครับ ขอร้อง เพราะตั้งแต่มันถูกส่งมาในโลกนี้ ยังไม่เคยมีใครสักคนรู้เลยว่ากด Atl+F8 แล้วจะเกิดอะไรขึ้น ...จริงๆ อาจจะพบก็ได้ ...พบว่าตัวเอง>>โง่<<นั่นเอง อันดับ 3 - รูปถ่ายวิญญาณ ชายผู้ล่วงลับ ... เมล์แบบนี้เอาความน่ากลัวเข้าว่า เริ่มจากบอกเล่าเรื่องราวของชายหนุ่มที่ไปเที่ยวป่า แล้วถ่ายรูปติดวิญญาณมา สองสามวันถัดมาเขาก็ตาย หากใครไม่อยากตาย ให้ส่งต่อ 10 คน มิฉะนั้นวิญญาณในรูปจะตามไปที่บ้าน ตบท้ายด้วยรูปถ่ายวิญญาณที่น่ากลัวก็จริง แต่รู้ว่าตัดต่อ เพราะไอ้ผีในรูปนั้น ไปเสิร์ชเวบผีเวบไหนมันก็มี (ใครไม่มี เชยมาก) เป็นรูปต้นแบบที่ถูกนำมาใช้ตัดต่อบ่อยที่สุด อันดับ 2 - ยายมาหา ... อันนี้ยังเล่นกับความน่ากลัวไม่เลิก ด้วยการให้เด็กชายคนหนึ่ง เล่าเรื่องน่ากลัวเกี่ยวกับยายตัวเองจะมาเอาชีวิต แกเลยหาทางรอดด้วยการบอกว่าให้ไปเอาชีวิตคนอ่านเมล์นี้แทน ฉลาดมากหนุ่มน้อย ไม่ยักรู้ว่ายายเอ็งเล่นเน็ตเป็นด้วย เมล์นี้ยอมรับว่าน่ากลัวจริง แต่ก็ได้มาจนหายกลัวไปแล้ว ถ้ายายอยากได้วิญญาณจริง ไปหาวิญญาณเป็ดไก่ตามตลาดสดจะเจอเยอะกว่านะยายจ๋า วันนึงเป็นร้อยตัวเลย อันดับ1 - ฮ็อตเมล์เก็บตัง ... มาแล้วครับ กับอันดับยอดฮิตที่สุดบนโลกมนุษย์ เมล์นี้มีเนื้อหาบอกว่า ทางฮ็อตเมล์จะทำการเก็บเงินผู้ใช้เมลล์ @hotmail โดยผู้ส่งเมล์จะให้พวกเราช่วยกันฟอร์เวิร์ดไปเยอะๆ เค้าจะได้สงสาร และยกเลิกการเก็บตัง ' เมลล์แบบนี้ก็ได้มาตั้งแต่เล่นเน็ตสมัยแรกๆ แล้วถ้ามันเป็นจริง ก็นับว่าฮ็อตเมล์ใจดีมาก จะเก็บตังมาตั้งหลายปีแล้ว ก็ไม่เก็บสักทีเพราะมีคนฟอร์เวิร์ดเยอะ ว่าแต่มันจะรู้ได้ไงวะว่ามีคนฟอร์เวิร์ดน่ะหืม? แรกๆ มันเป็นแค่ข้อความ ต่อมานี้ลงทุนทำแบนเนอร์ปลอมที่มีสัญลักษณ์ฮ็อตเมล์ให้ดูน่าเชื่อถือขึ้น ล่าสุดนี่สงสัยรู้ตัวว่าไม่ได้ผล เลยใส่เพิ่มลงไปในหัวข้อด้วยว่า 'คราวนี้เอาจริงแล้ว ฮ็อตเมล์จะเก็บตังเราแล้วล่ะ!' (มีการขู่ 555) เคยลองทำเมล์ปลอมแบบนี้เหมือนกัน เพื่อให้เลิกส่งเมล์สไตล์นี้ โดยการใช้เนื้อหาว่าฮ็อตเมล์ต้องเสียเงินนับร้อยล้านดอลล่าร์เพิ่อแก้คดีคน เข้าใจผิดว่าเขาจะเก็บตัง และประกาศจะจับตัวผู้ที่ส่งเมล์ที่ทำให้ทางเขาเสียหาย นั่นคือใครฟอร์เวิร์ดเมลล์แบบนั้นอีก จะถูกตามรอยมาถึงบ้านและถูกฟ้องข้อหาหมิ่นประมาทกันทุกคน ผลก็คือ FWD mail หัวข้อ 'ฮ็อตเมล์เก็บตัง' ก็ยังคงฮิตไม่เสื่อมคลาย เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า..คนเรากลัวไม่ได้ใช้ฮ็อตเมลล์ มากกว่ากลัวถูกจับซะอีก 555 ทั้งหมดนี้เขียนขึ้นมาก็เพื่ออยากจะประกาศให้โลกรู้ว่า เมล์เนื้อหาแบบเนี้ย มันไม่มีประโยชน์อะไรเลยนอกจากแสดงให้คนรู้วาคุณโง่ เชื่อในเรื่องเหลวไหล และเพิ่มเนื้อที่เมล์ขยะในเมลล์บ็อกซ์ของคนอื่นโดยใช่เหตุ แถมเมล์บางอันก็ยังปลูกฝังความเชื่อผิดๆ ซะอีก (เช่นเมล์ชาเขียวเย็นอันตราย) เป็นการโจมตีคู่แข่งทางการค้าได้โดยไม่ต้องเสียตังอะไรเลย ใช้ประโยชน์จากคนโง่ๆ ที่หลงเชื่อนั่นแหละ เลิกฟอร์เวิร์ดได้แล้ว เชื่อว่าใครที่เล่นเน็ตมาไม่ต่ำกว่า 1 ปี ก็เคยได้รับเมล์แบบนี้กันหมดแล้วล่ะ มาช่วยกันฟอร์เวิร์ดแต่เมล์เนื้อหาดีๆ มีคุณค่า อ่านแล้วถึงไม่ได้สาระก็ขอให้ได้ความสบายใจหน่อยเถอะนะ * ปล. การ FWD กระทู้นี้ ไม่ทำให้ผลการเรียนคุณตกต่ำลง หรือทำให้คุณเป็นโสดตลอดชาติ มันไม่มีผลอะไรกับชีวิตคุณทั้งสิ้น นอกจากมีผลทำให้คนอื่นไม่ต้องได้รับเมล์ไร้สาระอีก ถ้าอ่านแล้วเก็บไว้คนเดียวก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าช่วยกัน FWD ก็จะทำให้คนอื่นหายโง่ได้ซะทีแล้วอีกสิบปีเราจะมาดูกันนะว่าเมล์นี้จะกลาย เป็นหนึ่งใน 10 อันดับได้รึเปล่า คอยดูกันนะ! ^^ May 12 คนทะลึ่งถาม คนลามกตอบ
April 12 เชียงใหม่หรือนี่*ฟาร์อิสเทอร์อยู่ตรงข้ามเซ็นทรัลแอร์พอร์ท *โรงเรียนนานาชาตินครพายัพ อยู่วงแหวนรอบที่สามไกลมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก *เชียงใหม่มีโรงเรียนนานาชาติเปรม (ติณนะสูลานนท์) ด้วยครับที่แม่ริม *โรงเรียนวารีเชียงใหม่ เปิดมอหกปีแรก เอาเด็กจาก มงฟอร์ดไปและได้ดีทุกคน *โรงเรียนวารีเชียงใหม่ สวยมากและแพงมากเช่นกันแต่ก็สอนดีมากเช่นกัน อิอิ www.varee.ac.th *ติดกับ รร วารี เป็นโรงเรียนเทคโนโลยีเอเชีย *เชียงใหม่เรียกมหาวิทยาลัยราชมงคลล้านนาวิทยาเขตภาคพายัพ ว่าเทคโนตีนดอยเพราอยู่ตีนดอยสุเทพ *โรงเรียนพายัพเทคโนโลยีและบริหารธุรกิจใด้ชื่อว่าพายัพหาปลาเพราะว่าสโลแกน ของมันคือ
เชียงใหม่หรือนี่*มอชอ หลายคนจะนึกว่ามีสองฝั่ง แต่มีอีกที่นึงคือฝั่งแม่เหียะมีสามคณะคือ สัตวแพทย์ อก และ เกษตร *ถ้าในมอชอไฟดับจะเกิดการแจกของ ขึ้น *มอชอเรื่องเล่าผีเยอะมาก *ป้าและเด็กที่ขายลูกชิ้นทอดข้างสวนสุขภาพดุ *แซ๊บและสก๊อยจะไม่ค่อยไปเดินที่โรบินสัน *บนโรบินสัน จะพบคู่เกย์ และทอมดี้เดินกันเยอะมาก *และบนเซนทรัลจะพบแซ๊บและสก๊อยเยอะเหมือนกัน *แซ๊บและสก๊อยชอบขี่มิโอ ฟังเพลงไอน้ำ ใส่เข็มขัดติดเป๊ก ใส่รองเท้าหนีบ
*ถ้าขับรถเลยแยกแอร์พอร์ตไปทางถนนมหิดลจะเจอจุดกลับรถที่ใกล้ที่สุดคือใต้สะพานข้ามน้ำปิง (ไกลโคตร)
*ใกล้ๆกับ วิชั่น ตรงข้ามซิมบาร์ วิธีเติมเดินไปที่เคาท์เตอร์ บอกว่าจะเอาอะไร กี่บาทแล้ว เขาจะบอกเราว่าให้เติมที่หัวจ่ายไหน (ต้องดูให้ดีเพราะเคยมีคนเอารถไปจอดเทียบหัว จ่าย รอเป็นชั่วโมงก็ไม่มีคนมาเติมให้)
*ย่านการค้าสำคัญ ๆ เช่นกาดหลวง จะเป็นแหล่งค้าขายของคนจีนเชื้อสายไทย
*ไนท์บาร์ซ่าเป็นของชาวเขา ห้างฯเป็นของคนต่างถิ่น คนเมืองเชียงใหม่แท้ ๆถอยร่นไปอยู่รอบนอกเรื่อย ๆ *แรงงานต่างด้าวคือไทยใหญ่ และพม่า มีเยอะมาก(น่าจะถึงล้าน)หากไม่ฟังการพูดจะแยกไม่ออกว่าคนที่เดินผ่านหน้าไปเมื่อกี้เป็นคนเชียงใหม่หรือเปล่า หน้าตากลมกลืนกันไปหมด
*แต่คนเมืองสามารถแยกคนเหล่านี้ออกจากพวกตัวเอง
* แรงงานเกือบทั้งหมดเป็นแรงงานต่างด้าว ฉะนั้นในร้านอาหาร ปั๊มน้ำมัน งานบ้านก่อสร้าง งานสวน ค้าขาย(ลูกจ้าง) จะเป็นคนต่างด้าวทั้งนั้น
* ในเชียงใหม่แท้ ๆ อยู่ในเมืองน้อยมาก หากยังอยู่ส่วนมากจะฐานะดีเพราะที่แพงยะกะทองคำ ยิ่งตอนนี้ใครมีบ้านมีที่แถวนิมมานฯรับเละเจ้าของบ้านขนกระเป๋าออกจากบ้านไปเช่าคอนโดอยู่แล้วเอาบ้านให้นักธุรกิจเช่าเพราะได้ค่าเช่าแพง และเรียกล่วงหน้าได้เป็นปี ๆ ด้วย
*มีโรงแรมเล็ก ๆ เกร๋ ๆ เท่ห์ ๆ ขึ้นเป็นดอกเห็ดในเขตคูเมืองเห็นแล้วอยากจะกริ๊ดดดอยากเป็นเจ้าของมั่ง
บรรยากาศเชียงใหม่แต้ ๆ
*ถ้าจะไปดู Zoo Aquarium แนะนำว่าอย่าเพิ่งไป เพราะยังไม่พร้อม น้ำยังไม่ใสไปดูที่ม.บูรพาจะคุ้มกว่า
*มีถนนอยู่ 1 เส้น แถวๆกาดหลวง ที่รถจะต้องวิ่งสลับเลนกัน (เหมือนอยู่เมืองนอกเลยอ่ะ)
* ริมปิง เป็นซูปเปอร์มาร์เกตที่ดูจะมีรสนิยมที่สุดในเชียงใหม่ (มากกว่าท๊อปส์)เพราะส่วนใหญ่จะเน้นขายของนำเข้า กลุ่มเป้าหมายจะอยู่ที่ คนไทยที่มีสามีฝรั่งและชาวต่างชาติ
* ไก่ทอดเที่ยงคืน ราคาแพงพอๆกับ KFC ควรมีเงินมากกว่า 1 ร้อยบาท ถ้าคิดจะไปกิน
* สนามกีฬา 700 ปี ห้ามไปหัดขับรถ
* ถ้าขึ้นรถแดง และได้นั่งข้างคนขับ อย่าพยายามคุยเรื่องการเมืองเพราะเขาจะถามคุณว่า คุณอยู่สีอะไร ถ้าคุณตอบว่าอยู่สีเหลืองคุณอาจถูกถีบตกจากรถได้ง่ายๆ
* คนเชียงใหม่เรียกกาดสวนแก้วว่า "เซน" และเรียก เซนทรัลแอร์พอร์ตว่า "โร"จำไว้จะได้เรียกกันให้ถูก
* คนเชียงใหม่ จะเรียก มหาวิทยาลัยเชียงใหม่สั้นๆ ว่า "มอ" เฉยๆ (เช่น "ไปไหน">> "ไปมอ") ใครที่พยายามเรียกว่า "มอชอ" จะถูกมองเป็นพิเศษ
* รถแทกซี่ในเชียงใหม่ ไม่มีมิเตอร์ อยากไปไหนต้องต่อรองราคากันเอง ............. เพื่ออออออออ???
* ในช่วงเทศกาลที่มีการปล่อยโคมลอยเยอะๆ แนะนำ อย่าไส่เสื้อผ้าราคาแพงๆไปและให้ไส่หมวกไปปล่อยโคมด้วย ไม่งั้นจะโดนน้ำตาเทียน หรือพลาสติดไหม้ หยดไส่หัวเอาโดยเฉพาะตรงประตูท่าแพ
*กระจกเงาในร้าน Love at first bite ใสกิ๊งมาก เคยมีคนตาลายชวนเพื่อนเข้าไปนั่งในกระจก นึกว่าในกระจกเป็นห้องอีกห้องนึง
*อย่าไปซื้อของที่กาดหลวงเด็ดขาด เพราะถ้าคุณมาที่กาดเทศบาล (แถวๆ กงศุล สหรัฐ)คุณจะเจอของอย่างเดียวกัน แต่ราคาถูกกว่าครึ่ง
*สะพานเหล็ก รถวิ่งทางเดียว อย่าทะลึ่งวิ่งสวนทาง เด๋วจะวุ่นวาย (เคยเจอมาแล้วถอยกันระนาว แอบโดนด่าอีก)
*ในอดีต สวนสุขภาพข้างหอประชุม มช. และแปลงผักคณะเกษตรเคยมีพวกเกย์มาแอบปฏิบัติราชการลับ ภายใต้รหัส "เก็บผักเก็บหญ้า"และมีกะเทยจำนวนไม่น้อย ชอบตะโกนแซวว่า "เร็ว เร๊ววว จะเก็บอะไรก็รีบเก็บเด๋วตลาดวาย"
*เชียงใหม่ มีรถเมล์ ราคา 10 บาทตลอดสาย รถเมล์ทุกคันแอร์เย็นมากขึ้นไปนึกว่าอยู่ในกรงหมีแพนด้า
*พอเราขึ้นรถเมล์เชียงใหม่ กระเป๋ารถเมล์จะลุกมาถามทันที ว่าจะลงที่ไหนพร้อมทั้งมารอยืนเก็บตังค์ ทั้งๆที่กุยังหาที่นั่งไม่ได้ (มึงจะรีบอะไรกันนัก)
* ร้านตัดผมที่ครั้งหนึ่งในชีวิตคุณควรไปตัดคือร้านพี่ตี๋ หน้า มช. (ทางไปสวนสัตว์ อยู่ข้างเทคโนตีนดอย) แล้วคุณจะรู้ว่า ทรงผมช่วยชีวิตคุณได้
*โค้งที่น่าอันตรายที่สุดของเชียงใหม่ อยุ่บนดอยสุเทพคับ ก่อนถึงวัดพระธาตุแต่อัตราการเกิดอุบัติเหตุที่โค้งนั้นน้อยมาก ..
* เราสามารถเห็นเจดีย์วัดร้างอยู่ติดกำแพงบ้านคนเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของบ้านได้โดยทั่วไปในตัวเมืองคับ
* ถ้าอยากทานไอติมหลังสี่ทุ่ม สเวนเซ่นในโลตัสคำเที่ยงยังเปิดอยู่คับ
* ถนนนิมมานเหมินต์เป็นย่านที่ค่าครองชีพสูงสุดในเชียงใหม่คับแต่เมื่อสิบยี่สิบปีก่อนยังเป็นทุ่งนาอยู่เลย
* บัตรผ่านกองบิน สามารถเอาไปถ่ายเอกสารสีได้แนะนำให้ยืมคนที่มีบัตรผ่านที่ไม่ใช่สีเขียวแดง เช่น สีฟ้า สีชมพู เป็นต้นและห้ามวิ่งช้าผ่านด่าน ไม่งั้น สห.ทอ. จะตรวจเจอ
*ขับรถเข้า มช. หลังสี่ทุ่ม ให้หรี่ไฟหน้า และเปิดไฟในรถเสมอ ยามจะไม่ตรวจอิพวกที่สาดไฟสูงเข้ามา จะโดนเรียกและจะโดนซักนานมาก
* รถมอเตอร์ไซค์ที่วิ่งลัดกองบินต้องวิ่งริมทางเสมอมิฉะนั้นจะเจอกับกระแสลมอันรุนแรง พัดคุณล้มคว่ำได้
* ที่จอดรถสนามบินเชียงใหม่ 8 นาทีแรกจอดฟรี (ทำไมต้อง 8 นาที งง มากค่ะ)
* คนที่ไปไหว้ครูบาศรีวิชัยตรงตีนดอยจะขอแต่ในเรื่องการงาน การเรียนแต่ถ้าขอเกี่ยวกับความรักว่ากันว่า เลิกกันแทบทุกราย มิน่าล่ะ โสดมาสองปีแล้ว ขอแฟนไม่เคยได้
* ไปเที่ยวห้วยตึงเฒ่าไม่ควรใส่เสื้อผ้าสีแดงไป เพราะเจ้าที่แรง
* เรื่องผีวิญญาณใน มช มีตั้งแต่รากต้นไม้ไปจนถึงตึกเรียนทุกตึก
* ข้าวซอยกาดมั่วจานละ20บาทใต้ถุนกาดสวนแก้วอร่อยกว่าที่ฟ้าฮ่าม
*ผาลาดตะวันรอน อาหารงั้นๆ แต่วิวสวยมั๊ก ๆ
* ร้านเฮือนเพ็ญตอนกลางวันกับตอนกลางคืน เจ้าของคนละคนกัน
* เด็กมัธยมที่นี่ชอบใช้บริการปลอมบัตร ปชช เพื่อจะได้เข้าผับ เธค
*อย่าพยายามหาเรียกมอเตอร์ไซด์รับจ้างที่เชียงใหม่
*ถ้าคุณขับรถมาเชียงใหม่ครั้งแรกแนะนำว่าให้อยู่ห่างๆคูเมืองไว้ ไม่งั้นคุณอาจจะเสียเวลาไม่ต่ำกว่าหนึ่งชั่วโมงเพื่อที่จะกลับไปที่เดิม
*โรงแรมวโรรส แกรนด์พาเลซ เป็นโรมแรมที่ไม่ค่อยมีคนมานอน แต่ไม่ก็ยักกะเจ๊งซักที
* รถแดงเชียงใหม่ตามใจตัวเองมากที่สุด เราอยากไปไหน ต้องถามว่าเค้าจะยอมไปส่งเรารึเปล่า ..
* เซเว่นตรงประตูทางออกมอชอ เป็นที่เดียวที่ปิดสี่ทุ่ม ไม่ได้เปิด 24 ชม.
*วัดสวนดอกมีพระประธานสององค์ หันหลังชนกัน
* ถนนคนเดิน เคยอยู่ตรงประตูท่าแพ ไปจนเกือบถึงสะพานนวรัตน์ที่เห็นตอนนี้ย้ายมาทีหลัง และมีท่าทีจะขยายไปเรื่อยๆ เป็นไปได้ว่าจะลามไปทั้งเมือง
เชียงใหม่หรือนี่*เวลาไปเดินถนนคนเดินไม่จำเป็นต้องเดินให้ครบทุกสายเพราะของจะซ้ำๆกัน
*โจ๊กสมเพชรเปิด 24 ชั่วโมง เลยไม่เคยล้างหม้อเลย(เค้าบอก) *อย่าแปลกใจถ้าจอดรถข้างถนนแล้วเวลากลับมาเอารถจะโดนเรียกเก็บค่าดูแลรถ 10-20 บาท
*ร้านอาหารดังๆไม่ค่อยอร่อย ร้านอร่อยๆไม่ค่อยดัง *ถนนคนเดินหลัง รร.ปรินส์ วันเสาร์-อาทิตย์ เป็นแหล่งรวมของเก่าที่ใหญ่ที่สุดในเชียงใหม่ ใครอยากได้อะไรไปที่นั่นเป็นได้ติดมือกลับมา แถมไม่แพงอีกด้วย *ป้าที่ขายข้าวเหนียวมะม่วง ชั้นล่าง central กาด ใจดีและแถมหากชมว่าอร่อย *นศ.สาว พายัพ สวยกว่า มช. เยอะมาก และสูงกว่า เชียงใหม่หรือนี่
* ปลาหมึกยักษ์ย่างที่ขายๆกันอยู่ เวลาจะกินต้องดูให้ดี ว่ามันเป็นปลาหมึกหรือยางพารากันแน่ ยี้ น่ากลัว
*มหาลัยนอร์ท ตั้งมาไม่ถึงสิบปี จบไปตกงาน
*จบที่นี่มีงานทำ ทำงานทะเบียนข้างในนั่นแหละ March 01 ความสำเร็จสูงสุด คือ "สามารถหายใจได้เอง"ความสำเร็จสูงสุด คือ "สามารถหายใจได้เอง" เมื่ออายุได้ 1 ขวบ ความสำเร็จสูงสุด คือ "สามารถจำคนในบ้านได้ทุกคน" เมื่ออายุได้ 2 ขวบ ความสำเร็จสูงสุด คือ "สามารถเดินได้" เมื่ออายุได้ 4 ขวบ ความสำเร็จสูงสุด คือ "ไม่ฉี่รดที่นอน" เมื่ออายุได้ 15 ปี ความสำเร็จสูงสุด คือ "มีเพื่อนฝูงมากมาย" เมื่ออายุได้ 20 ปี ความสำเร็จสูงสุด คือ "เรื่องบนเตียง" เมื่ออายุได้ 30 ปี ความสำเร็จสูงสุด คือ "มีความมั่นคงในชีวิต" ***แต่เมื่อวัยเรากลับกัน**** เมื่ออายุได้ 50 ปี ความสำเร็จสูงสุด คือ "เรื่องบนเตียง" เมื่ออายุได้ 60 ปี ความสำเร็จสูงสุด คือ "มีเพื่อนฝูงมากมาย" เมื่ออายุได้ 65 ปี ความสำเร็จสูงสุด คือ "ไม่ฉี่รดที่นอน" เมื่ออายุได้ 70 ปี ความสำเร็จสูงสุด คือ "สามารถเดินได้เอง" เมื่ออายุได้ 75 ปี ความสำเร็จสูงสุด คือ "สามารถจำคนในบ้านได้ทุกคน" เมื่ออายุได้ 80 ปี ความสำเร็จสูงสุด คือ "สามารถหายใจได้เอง" February 28 ยาพารายาพารา VS แมว ในแมว พาราเซทตามอล จะทำให้เกิดความผิดปกติในระบบเลือด ทำให้เลือดไม่สามารถขนส่งอ๊อกซิเจนได้ หลังจากได้รับยาเข้าไปจะค่อยมีอาการผิดปกติเกิดขึ้นอย่างช้าๆ ในตอนแรกจะไม่สังเกตความผิดปกติ แต่ในตอนท้ายแมวจะแสดงอาการหอบ หน้าบวม การทำหมันการทำหมันแมว
การทำหมันแมวตัวเมีย การตกไข่ของแมวตัวเมียเกิดจากการกระตุ้น นั้นหมายความว่าร่างกายจะตกไข่หลังจากการผสมพันธุ์ วงจรการเป็นสัดอีกรอบหนึ่งจะเกิดขึ้นอีกสองสัปดาห์ต่อมา และจะหมุนเวียนอยู่เช่นนี้จนกระทั้งมีการผสมพันธุ์ ทั้งนี้แมวที่ทำหมันจะมีอายุยืนกว่าตัวที่ไม่ได้ทำหมัน การทำหมันเมื่ออายุยังน้อยจะช่วยลดหรือกำจัดความเสี่ยงที่เป็นมะเร็งเต้านมซึ่งเป็นมะเร็งที่พบบ่อยที่สุดในแมวเมีย รวมทั้งยังป้องกันการติดเชื้อหรือมะเร็งที่อวัยวะสืบพันธุ์และไม่ทำให้ตัวเมียเกิดภาวะเป็นสัดอีกต่อไป การทำหมันแมวตัวผู้
การเตรียมตัวก่อนการทำหมัน
February 07 ผู้ชาย 2 คนแต่ต่างเวลาผู้ชาย 2 คนแต่ต่างเวลา
ชายแก่เลยวัย 70 คนหนึ่งคุยกับลูกชายที่เพิ่งกลับมาเยี่ยม
หลังจากแต่งงานย้ายครอบครัวออกไปไม่กี่ปี ชายแก่ : แจ๊ค (ชื่อลูกชาย) นั่นอะไรลูก? พ่อเห็นลางๆ แจ๊ค : อ๋อ วัวหน่ะพ่อ เวลาผ่านไป 2-3 นาที ชายแก่ : แจ๊ค นั่นอะไรลูก? แจ๊ค : วัวตัวเดิมนั่นแหละพ่อ ยังไม่ไปไหนเลย ผ่านไปอีก 2-3 นาที ชายแก่ : แจ๊ค นั่นอะไรอีกล่ะลูก? แจ๊ค : (เริ่มมีอารมณ์หงุดหงิด) วัวพ่อวัว !! วัวตัวเดิมที่เพิ่งถามนั่นแหละ เวลาผ่านไปอีก 2-3 นาที ชายแก่ : แจ๊ค นั่นอะไรลูก? แจ๊ค : (เริ่มทนไม่ไหว) เอ๊ะ!! พ่อนี่ยังไงนะ ถามซ้ำๆ ซากๆ อยู่ได้ ผมจะบอกครั้งสุดท้าย แล้วนะว่า วัว...!! ผ่านไปอีก 2-3 นาที ชายแก่ : แจ๊ค นั่นอะไรน่ะลูก? แจ๊ค : โอ๊ย!!! พ่อเลอะเลือนแล้ว คุยกันไม่รู้เรื่อง ผมไม่คุยกับพ่อแล้ว แล้วแจ๊คก็ผละจากพ่อไปอย่างอารมณ์เสียเป็นที่สุด เวลาผ่านไป จวบจนตอนเย็น ได้เวลาอาหารค่ำ เมื่อไม่เห็นผู้เป็นพ่อลงมา แจ๊คจึงเดินขึ้นไปตามที่ห้อง ณ ที่นั่น เขาได้พบชายแก่ นั่งเหม่อลอย ข้างๆ มีไดอารี่เก่าๆ เล่มหนึ่งที่เพิ่งเขียนบันทึกในวันนี้เสร็จ แจ๊คถือวิสาสะเข้าไปอ่าน ความว่า... ครั้งหนึ่งเมื่อ 40กว่าปีก่อนมาแล้ว
เรามีลูกชายคนหนึ่งที่เรารักมากที่สุด เราตั้งชื่อเค้าเองว่า...แจ๊ค ในวันที่อากาศแจ่มใสวันหนึ่ง เราพาแจ๊คออกไปเดินเล่น ตอนนั้นแจ๊คกำลังพูดได้เก่งทีเดียว เราพาเค้าไปนั่งที่สวนหลังบ้าน พอดีมีวัวผ่านมา... แจ๊คถามเราว่า พ่อ นั่นอะไร...วัวไงลูก เราตอบ เวลาผ่านไป อีกไม่ถึงนาที แจ๊คก็ถามคำถามเดิมเราอีก เราก็ตอบเช่นเดิมอีก เป็นอย่างนี้อย ู่ถึง 25 ครั้ง ... เราไม่เคยเบื่อหน่ายเลยที่จะตอบคำถามเดิม ๆ เหล่านั้น เรากลับรู้สึกดีใจอย่างที่สุดที่ลูกสนใจเราอย่างไม่เบื่อหน่าย... แต่ในวันนี้ ณ ที่แห่งเดิม คน 2 คน ที่เคยถามคำถามเดียวกัน หากแต่ว่าเราเป็นฝ่ายถาม แจ๊คเป็นฝ่ายตอบ... เพียง 5 ครั้งเท่านั้นลูกก็ตวาดเสียงดังใส่เรา หาว่าเราเลอะเลือน รังเกียจแม้แต่จะคุยกับเราต่อไป... เมื่ออ่าบจบแจ๊ครู้สึกผิดขึ้นมาจับใจ พ่อเลี้ยงเขามาอย่างดี แต่วันนี้สิ่งที่เขาทำให้ท่านคือ การตวาดเสียงดัง ไม่พูดด้วยแล้วก็เดินหนีไป เขาตระหนักว่า เขาได้ทำสิ่งผิดพลาดซึ่งเขาเองแทบไม่รู้ตัว แล้วคุณล่ะ วันนี้คุณได้ทำอะไรดี ๆ ให้ท่านเหล่านั้นหรือยัง December 31 ข้อคิดดีๆ
December 18 กีฬาแห่งชาติ
November 29 ปืนไรเฟลแรงสูงปืนไรเฟลแรงสูง
ผู้ผลิต- SIG Arms (Switzerland) และ JP.Sauer und sohn (Germany) รุ่น- SSG3000 (SSG= Sharf Schutzen Gewehr หรือ ภาษาอังกฤษ Sharp Shooter Riffle หรือ ภาษาไทย ปืนไรเฟลของผลแม่นปืน) ผลิตใน-Germany ขนาด- .308 Win หรือ 7.62 X 51 mm. NATO ระบบป้อนกระสุน-Bolt action ลูกเลื่อน บรรจุกระสุน-Magazine 5 นัด หรือจะป้อนที่ละนัดก็ได้ ความยาวตัวปืนรวม- 1180มม ความยาวลำกล้องปืน- 610มม น้ำหนักปืนเปล่า-5.4 กิโลกรัม น้ำหนักรวมกล้องและซองกระสุนบรรจุ5นัด-ราวๆ7กิโล ราคาเมืองไทย- ปัจจุบัน Germany งดการสงออกอาวุธประเภท Tactical ให้ประเทศไทย จึงไม่สามารถบอกถึงราคาจำหน่ายได้ เมื่อ 5 ปีที่แล้วราคาของมันอยู่ที่ 160000-180000 เป้นที่ต้องการของนักแม่นปืนในบ้านเราอย่างมากแต่หาซื้อไม่ได้ จึงทำให้ราคาของมันพุ่งขึ้นมาสูงจนเอือมไม่ถึง ไปเล่นปืนอเมริกาดีกว่า ถูกกว่าคุณภาพไล่ๆกัน อย่างเช่นรุ่นยอดนิยม Remington 700P Remington 40x Kimber Tactical แต่เนื่องจากตอนนี้ทางอเมริกาเองก็เริ่มงดส่งออก อาวุธประเภท Tactical ด้วย เลยทำให้ราคาของเจ้าตัวนี้กระโดดขึ้นไปตามกระแส (ตอนนี้มาให้ 2แสนกว่ายังตค้องขอคิดดีๆก่อนว่าจะขายดีไหม) อื่นๆเกี่ยวกับตัวปืน- ลำกล้องปืนเจาะพอรท์(Muzzle Brake) รอบทิศ และลดแสงจากการเผาไหม้ที่ปลายลำกล้อง มีความแม่นยำสูงมากจนได้เป็นปืนประจำการในหน่วยสงครามพิเศษของหลายๆประเทศ รวมถึงประเทศไทย กล้องที่ใช้อยู่ ผู้ผลิต- Swarovski OPTRIK (Austria) ผลิตใน-Austria รุ่น ขนาด- 6-24x50 PL ศูนย์- PLEX ราคาเมืองนอก- 70000 บาท มาเมืองไทยก็ราวเกือบแสนหรือแสนหน่อยๆแล้วแต่ร้านจะบวกมากน้อยเท่าไร ข้อดี-ใส่แจ๋ว สีไม่ผิดเพี้ยน แพงดี หล่อเรียบโมตุล ข้อเสีย-เรียบและโมตุลไปหน่อยไม่ค่อยเข้ากะปืนที่เป็นระดับ Tactical กำลังขยายน้อยไปนิด อื่นๆ- ว่าจะซื้อกล้องของ NightForce 12-42x56 มาใช้อีกตัวครับ ไว้เผื่อระยะ 400 ม มีที่ซื้อที่ไม่แพงแต่ดีมากๆ ซื้อร้านค้าก็คงจะเหงือแตก (ภาพด้านล่างอันแรก) กล้องแพงสุดๆในตลาดตอนนี้ก็ น่าจะเป็นของ Schmidt & Bender 5-25x56 PM II LP ครับ ราคาก็น่าจะเกิน 150000 ถ้าโดนภาษี (ภาพด้านล่างสุด) กระสุน ผู้ผลิต-Lapua ผลิตใน-Finland ขนาด-.308 Win 7.62x51 mm NATO น้ำหนักหัวกระสุน- 185 Grains ความเร็วสูงสุด- 760 ม/วินาที ราคา- 60 บาท /นัด ขายเป็นกล่อง กล่อง/20นัด ในเรื่อง Shooter ซึ่งเป็นที่ประทับใจมากๆของนักแม่นปืนที่ได้ดูเรื่องนี้
Cheyenne Tactical M-200 ใช้ในฉากที่พระเอกถูกทาบทาม แล้วก็เลยได้ลองยิงกระป๋องดูที่ระยะ 1 ไมล์ หรือ 1.6 กิโลเมตร โดยใช้ความสามารถส่วนตัวคำนวนวิถีของกระสุน แล้วเสือกโดนด้วย 555+ ความเป็นจริง- Cheyenne Tactical M-200 ยิงลูก .408 Chey-Tac หรือ 375 Chey Tac ทำพิเศษขึ้นมาโดยบริษัทนี้เท่านั้น น้ำหนักหัว 419 เกรน ความเร็ว 884 เมตร/วินาที ลงรูปให้ด้วยครับ ใหญ่โตกว่า .308 หรือ .338 ที่ว่าใหญ่แล้วบานเบอะ (2ลูกสุดท้ายครับ 400 และ 419 เกรน) ถูกออกแบบและสร้างขึ้นมาโดย Dr. John D. Taylor และ ช่างปืน William O. Wordman ในปี 2001 ณ ประเทศ สหรัฐอเมริกา ถูกนำเข้าประจำการในประเทศ Czech Poland และ Turkey และได้ทำสถิติยิงไกลที่ระยะ 2321 หลา หรือ ประมาณ 2110 ม โดยต้องใช้ร่วมกับเครื่องคำนวนที่มากับปืน (คำนวนวิถีกระสุนโดยเอาข้อมูลจากสภาพแวดล้อม) โดยมีกลุ่มกระสุน 3 นัด ที่ 42.2 ซ.ม เห็นได้ชัดเลยว่า แม่นยำมากๆ ยิงลำตัวคนไม่น่าจะมีปัญหา ในโลกแห่งความจริงปืนนี้ถูกใช้ยิงหวังผลได้ถึงระยะ 2.4 กิโลเมตร แต่จะเอาแม่นๆก็ที่ระยะไม่เกิน 2กิโล โดยที่ต้องใช้ร่วมกับ คอมพิวเตอร์คำนวนที่มากับปืนด้วยเท่านั้น ก็เลยทำให้การยิงแบบในหนังที่ระยะ 1.6 กิโลเมตร ไม่ใช่เรื่องยากเลย เพียงแต่ว่าในหนังพระเอกไม่ได้ใช่เครื่องคำนวน (ซึ่งมันทำให้ดูเวอร์ไปหน่อย แต่ก็เป็นการแสดงให้เห็นว่าพระเอกเก่งกาจแค่ไหน) ส่วนที่ใช้ใน 2 ฉากนี้ คือเจ้า Remington 700PSS
ยิงลูก .300 Win Remington 700 P เป็นปืนยอดนิยมในหมู่นักยิงปืนในบ้านเรา ยิงลูก .308 วิน เพราะราคาถูกไม่ถึงแสน ของแต่งเยอะ แต่งให้ดูดุดันได้ เปลี่ยนสต็อกใหม่ ก็ดูเป็นรุ่นท็อปๆเลยครับ November 19 ความจริงของโลกโลกกลมๆ ใบนี้ ไม่มีอะไรได้มาฟรี ๆ คนเราต้องเดินหน้า เวลายังเดินหน้าเลย
ในโลกกลม ๆ ใบนี้ไม่มีคำว่าแน่นอน
เหตุผลของคน ๆ หนึ่ง อาจไม่ใช่ของอีกคนหนึ่ง
อย่ายอมแพ้ ถ้ายังไม่ได้พยายามอย่างเต็มที่
ยินดีกับสิ่งที่ได้มา และยอมรับกับสิ่งที่เสียไป
อย่าหวังว่า . . .จะได้รับความรักจากคนที่คุณรัก
September 05 การถือศิลอดในทัศนะทางการแพทย์
September 01 แฟนใครหว่าแฟนผมไม่ได้ขี้งอน เธอแค่ไม่พอใจที่ผมเบี้ยวนัดเธอ แฟนผมไม่ได้ขี้บ่น เธอแค่สอนให้ผมเป็นคนมีระเบียบบ้าง แฟนผมไม่ได้ขี้หึง เธอแค่ไม่อยากเสียผมไปให้คนอื่น แฟนผมไม่ได้จู้จี้ เธอแค่อยากรู้ว่าผมอยู่ที่ไหน กำลังทำอะไรอยู่ เพราะเธอเป็นห่วง แฟนผมไม่ได้น่ารัก เพราะเธอไม่อยากให้ผมต้องคอยตามเป็นห่วงอยู่ตลอดเวลา แฟนผมทำกับข้าวไม่อร่อย เพราะเธอเพิ่งจะฝึกทำกับแม่ของเธอเพื่อเตรียมตัวเป็นแม่บ้านที่ แฟนผมไม่สวย แต่มันมีอะไรบางอย่างที่ทำให้เราเจอกันและทำให้ผมรักเธอ แฟนผมไม่รวย แต่เธอไม่เคยใช้เงินเกินมือและรู้จักเก็บออม แฟนผมไม่ได้งก เธอแค่สอนให้รู้คุณค่าของเงินทุกบาททุกสตางค์ แฟนผมไม่ได้งี่เง่า เธอแค่อยากใช้เวลาบางส่วนของผมเพื่อให้เราได้อยู่ด้วยกัน แฟนผมเอาใจไม่เก่งเพราะเธอเสแสร้งไม่เป็นและเธอก็ไม่เคยเอาอกเอาใจใครมาก่อน แฟนผมสอนให้ผมรู้จักความอบอุ่นที่ไม่ได้มาจากแม่ แฟนผมสอนให้ผมรู้การเอาใจเขามาใส่ใจเรา แฟนผมสอนให้ผมทำเรื่องดีๆที่ไม่ใช่การโดดเรียน แฟนผมสอนให้ผมรู้คุณค่าของเวลาทุกนาทีและผมก็ใช้มันอยู่กับเธอ แฟนผมสอนให้ผมรู้ว่าเซ๊กส์กับรักไม่ได้สัมพันธ์กันเสมอไป แฟนผมสอนให้ผมรู้ถึงความหวังดีของแม่ที่ผมมองข้ามมาตลอด แฟนผมสอนให้ผมรู้จักคำว่า “รักบริสุทธิ์” แฟนผมสอนให้ผมเห็นคุณค่าของชีวิต แฟนผมสอนให้ผมรู้ว่า ผู้ชายขาดผู้หญิงไม่ได้จริงๆ อืม . . ในความเป็นจริงจะมีผู้ชาย/ผู้หญิง สักกี่คนที่จะมองโลกในแง่ดีแบบนี้ August 18 คนไทยคนเก่งผู้สื่อข่าวรายงานในการประชุมสภามหาวิทยาลัยราชภัฎอุดรธานี เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม มีการแนะนำนายสุมิตร อิศรางกูร ณ อยุธยา ต่อกรรมการสภาฯ ว่าเป็นผู้ประดิษฐ์อุปกรณ์แยกก๊าซ "ไฮโดรเจน" จากน้ำแล้วนำมาเป็นเชื้อเพลิงกับรถยนต์ โดยมหาวิทยาลัยฯได้แลกเปลี่ยน และสนับสนุนเครื่องมือประกอบชิ้นส่วน และมีแผนถ่ายทอดความรู้ต่อนักศึกษา และบุคคลภายนอก นายชัยพร รัตนนาคะ อดีต ผวจ.อุดรธานี นายกสภาฯเป็นประธาน ผศ.จรูญ ถาวรจักร อธิการบดี ได้ โดยรถต้นแบบ รถทดสอบ , H2O เทคโนโลยีแห่งอนาคต และ HGV. Hydrogas Vehicle เป็นรถเก๋งนั่ง 4 ประตู ขนาด 2,000 ซีซี. ก่อนที่นายสุมิตร อธิบายสิ่งประดิษฐ์ ตลอดจนขั้นตอนการทำงาน และมีการทดสอบ “ไฮโดรเจน” ที่ได้จากน้ำบริสุทธิ์ ด้วยการนำก๊าซใส่ขวดพลาสติก วางกับพื้นและใช้ไฟทดลองจุด เกิดระเบิดเสียงดัง และขวดกระเด็นไปไกล นายสุมิตร เปิดเผยว่า สิ่งประดิษฐ์นี้คิดมาเมื่อ 4 ปีก่อน ขณะที่ยังคงทำงานอยู่”นาซ่า” สหรัฐอเมริกา เมื่อ 2 ปีก่อนตัดสินใจซื้อรถคันต้นแบบ เป็นรถใหม่เอี่ยมป้ายแดง โดยได้รับการสนับสนุนงบทั้งหมด จากนายศักดิ์ชัย ตันคงจำรัสกุล นักธุรกิจ จ.อุดรธานี และได้รับความช่วยเหลือเครื่องมือต่างๆ จากมหาวิยาลัยราชภัฎอุดรธานี ซึ่งเคยเรียนอยู่ที่นี่มาก่อน เป็นรถมีเชื้อเพลิง 3 ประเภท คือ น้ำมันเบินซิน , ก๊าซ LPG. และก๊าซไฮโดรเจน มีการทดสอบมาแล้วกว่า 40,000 กม. ยังไม่พบปัญหาใดๆ จึงไปจดสิทธิบัตรไว้เรียบร้อยแล้ว นายสุมิตร กล่าวต่อว่า รถต้นแบบ “รีแอคเตอร์ 1” เป็นรถที่ใช้พลังผสมระหว่าง เบนซินกับไฮโดรเจน หรือ LPG.กับไฮโดรเจน ในสัดส่วนเบนซินหรือ LPG.40 เปอร์เซ็นต์ กับไฮโดรเจน 60 เปอร์เซ็นต์ ในการทดสอบวิ่งจากกรุงเทพฯมาอุดรธานี 560 กม. ใช้น้ำมันไปเพียง 10 ลิตรเท่านั้น ขณะที่น้ำที่ใช้ผลิตไฮโดรเจนเล็กน้อย อีกราว 3 เดือนอุปกรณ์ชุดนี้ จะเริ่มผลิตออกจำหน่าย ในราคาสูงกว่า LPG. แต่จะต่ำกว่า NGV. ยังไม่รวมค่าติดตั้ง นายสุมิตรฯ อธิบายถึงอุปกรณ์ว่า จะเริ่มต้นที่น้ำบริสุทธิ์เหมือนน้ำกลั่น(ดีไอโอไนซ์) เติมเข้าไปในเครื่องรีแอคเตอร์ ที่จะแยกไฮโดรเจน และออกซิเจนออกมา เป็น HH-O ผ่านออกมาเซฟตี้วาวล์ ส่งตรงไปที่เครื่องยนต์ หากรถมีหัวฉีดก็ผ่านหัวฉีด ซึ่งทั้งหมดจะควบคุมด้วย คอมพิวเตอร์คอนโทรน ที่ติดตั้งอยู่ภายในตัวรถ เพื่อให้เครื่องผลิตไฮโดรเจน ออกมาเท่าที่เอาไปใช้เท่านั้น จะไม่มีการเก็บรักษาไว้ หากอุณหภูมิ ความดันผิดปกติ ก็จะมีระบบป้องกันตัวเอง นายสุมิตร กล่าวด้วยว่า ที่ตัดสินใจจดสิทธิบัตรที่ประเทศไทย เพราะต้องการให้เทคโนโลยีนี้ เป็นสมบัติของชาติไทย คนไทยสามารถนำเอามาต่อยอด ในแนวคิดที่หลากหลายมากขึ้น ขณะที่ตนเองก็ต้องพัฒนาด้วยเช่นกัน ซึ่งขณะนี้ก็กำลังพัฒนา “รีแอคเตอร์2” อยู่ แต่หากจดที่สหรัฐอเมริกา จะต้องแจกรายละเอียดทั้งหมด ทำให้สิ่งประดิษฐ์ไม่เป็นความลับ หากมีปัญหาอะไรเกิดขึ้น สิทธิบัตรก็จะเป็นของอเมริกา ไม่ใช่สิทธิบัตรของคนไทย ผช.จรูญ อธิการบดี ม.ราชภัฎอุดรธานี กล่าวว่า นายสุมิตร เป็นศิษย์เก่าและได้ศึกษาต่อในระดับนานาชาติ ผ่านประสบการณ์มามาก แต่ยังคงแวะเวียนที่ ม.ราชภัฎอยู่ โดยจะแลกเปลี่ยนความรู้กับ อ.วิเชียร จันทะโชติ และมีโอกาสนำเครื่องไม้เครื่องมือ ไปช่วยชิ้นงานประดิษฐ์บ้างเล็กน้อย จนได้เครื่องต้นแบบออกมา นอกจากนี้นายสุมิตรฯยังสนใจ ให้เป็นสถาบันฝึกอบรม บุคลากรติดตั้งเครื่อง รองรับความเครื่องที่จะออกมาจำหน่ายด้วย June 02 ความลับของเหรียญความลับของเหรียญ ในค่ำคืนนึง... ของเด็กหญิง 9 ขวบ หลังจากกราบพระกับคุณพ่อ คุณแม่แล้ว คุณพ่อเรียกลูกเข้าไปพบแล้วบอกลูกว่า พ่อมีอะไรให้ดูซึ่งสำคัญมาก ว่าแล้วคุณพ่อก็หยิบอะไรบางอย่างออกจากกระเป๋าเสื้อเอามือกำไว้ พ่อถามว่าอยากรู้มั้ยว่ามีอะไรในมือพ่อ ลูกพยักหน้า ถ้าอยากรู้ต้องเอามือเขกพื้น 3 ที ลูกทำตาม... คุณพ่อว่า ไม่พอ ต้อง 5 ที และเปลี่ยนเป็น 10 ที จนถึง 15 ที จนลูกอุทธรณ์... ก็ลูกอยากทราบนี่คะว่าเป็นอะไร เมื่อคุณพ่อแบมือออก มันคือเหรียญ 5 บาทธรรมดานี่เอง คุณพ่อหัวเราะ ! ! ! แล้วกำมือกับเหรียญ 5 บาทเดิม ถามว่าอยากดูอีกมั้ย ถ้าอยากดูต้องเขกพื้น 10 ที ลูกว่าหนูรู้แล้ว ไม่อยากดูค่ะ คุณพ่อว่า เอ้า... เขกพื้น 1 ทีก็ได้ ลูกก็บอก ว่าทราบแล้ว ไม่อยากดูอีกแล้วเบื่อ คุณพ่อเลยพูดขึ้นว่าให้ดูฟรี ๆ ก็ได้แล้วก็แบมือออก ลูกก็เพียงแต่ชำเลืองดูโดยไม่สนใจใยดีใดใด คุณพ่อเลยพูดว่า " นี่ละลูก อะไรที่เป็นความลับ คนมักยอมทำทุกอย่างที่จะได้สมปรารถนา แต่เมื่อสมปรารถนาแล้ว ให้ดูฟรี ๆ ยังไม่อยากดูเลย แล้วสิ่งที่พึงหวงแหนสำหรับลูกผู้หญิง เป็นสิ่งที่มีค่า ถ้าให้ใครรู้ก่อนเวลาอันควร ก็จะไม่มีค่าอะไร ไม่ต่างกับเหรียญ 5 บาทที่พ่อให้ลูกดูฟรี........." |
|
|