ผู้ ช า ย ก า ย...'s profile<'))))>< ~[T][y][P][h][O...PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    August 05

    คุณรู้จักภาษาเหนือดีแค่ไหนมาทดสอบกันหน่อยมาเวยๆ

    1.

    ข้อใดต่อไปนี้ หมายถึงคำอุทานที่แสดงถึงความเจ็บปวด

     

    • บ่าเฮ้ย

     

    • อั่นละ

     

    • ไอ่ฮ่า

     

    • แอ่นและ

     

    2.

    ของใดต่อไปนี้อ่านคำว่า "กองอำนวยการ" เป็นภาษาเหนือได้ถูกต้อง

     

    • ก๋อง-อำ-นวย-ก๋าน

     

    • กอง-อำ-นวย-ก้าน

     

    • ก๋อง-อำ-น๋วย-ก๋าน

     

    • กอง-อ๋ำ-นวย-ก๋าน

     

    3.

    ข้อใดเป็นผลไม้ทั้งหมด

     

    • บ่าก้วยเต้ด บ่าลำ บ่านาว

     

    • บ่าก้วยเต้ด บ่าก้วยก๋า บ่าขะหนัด

     

    • บ่าฮ่านิ บ่าก้วยเต้ด บ่าขะหลำ

     

    • บ่าน้อยหน่า บ่าวอกนิ บ่าคำดีควาย

     

    4.

    ข้อใดถือว่าเป็นคำชม

     

    • ง๊าวง่าว

     

    • หลวกง่าว

     

    • วอกง่าว

     

    • จั๊ดง่าว

     

    5.

    คำในข้อได้แสดงถึงอาการล้มแบบก้นจ้ำเบ้า

     

    • เลิดผะขี้ฮู้ตั่งป่อด

     

    • ฮู้ขี้ตั่งผะป่อดเลิด

     

    • ตั่งป่อดผะเลิดฮู้ขี้

     

    • ผะเลิดฮู้ขี้ตั่งป่อด

     

    6.

    แตงโมง คำเมืองพูดว่า

     

    • ไม่เท่า

     

    • บ่าเต้า

     

    • บ่าเท่า

     

    • ไม่เต้า

     

    7.

    การกล่าวขอโทษในภาษาเมืองพูดว่า

     

    • สุมาเต๊อะ

     

    • ฮานิบ่าเฮ้ย

     

    • หยังอั้นน่ะ

     

    • ป้อคิงหยัง

     

     

     

    ไงตอบถูกกี่ข้อจ๊ะ หุหุ

     

     

     

    .............

     

    ......

     

    ....

     

    เฉลย
    2
    3
    2
    2
    4
    2
    1

    July 01

    เอาหมีแพนด้าคืนไป

    เมืองไทยระยะนี้มีข่าวลูกหมีแพนด้าตกลูกใน ไทยออกมาให้คนไทยที่รักสัตว์ได้อมยิ้ม-ได้ดีใจกัน แต่ก็น่าเสียดายที่ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกันคนรักสัตว์ก็ต้องน้ำตาซึม-เศร้าใจ กับข่าวเกี่ยวกับสัตว์ของไทยเองแท้ ๆ ที่มีความสำคัญต่อการสร้างชาติ-การดำรงความเป็นชาติไทยมาแต่โบราณกาล และก็เป็นข่าวเศร้าที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ
     
    ช้างไทยยุคปัจจุบันต้องเผชิญชะตากรรมเลวร้ายซ้ำ ๆ
     
    มีทั้งกรณีถูกฆ่าเอางา-ชิงลูก...มีทั้งบาดเจ็บ-ล้มตาย...ซ้ำ ๆ
     
    ทั้งนี้ กับเรื่อง ช้างไทยในภาพรวม ไม่เฉพาะเจาะจงกรณีช้างตายเพราะกินยาฆ่าแมลง ถูกใช้งานหนัก พลัดตกเขา หรือช้างบาด เจ็บเพราะอุบัติเหตุรถยนต์ระหว่างถูกขนย้าย ที่มีข่าวเกิดขึ้นติด ๆ กันในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ต่อให้ไม่เกิดกรณีทำนองนี้ขึ้นซ้ำ ๆ อีก ว่ากันเฉพาะที่เคยเกิดแล้วในอดีต ซึ่งมีอีกหลากหลายกรณีน่าเศร้า เช่น ช้างเหยียบกับระเบิด ถูกรถชน ตกคลอง ตกท่อ ฯลฯ ก็ต้องถือว่าช้างไทย น่าห่วงมากอยู่แล้ว
     
    จากข้อมูลของมูลนิธิช้างแห่งประเทศไทย ปัจจุบันชนิดของช้างที่เหลืออยู่ในโลก มี 2 ชนิดหลัก ๆ คือ ช้างแอฟริกา และ ช้างเอเชีย ทั้งนี้ ช้างในไทยนั้นเป็นช้างเอเชียพันธุ์ย่อยอินเดีย โดยที่เป็น ช้างป่าที่เรียกเป็น ตัวนั้น พบได้ตามอุทยานแห่งชาติ และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า แต่แหล่งที่พบได้ไม่ยากนั้นก็มีไม่กี่แห่งแล้ว
     
    ด้านข้อมูลจากสถาบันคชบาลแห่งชาติ ช้างไทยเป็นหนึ่งในสามสายพันธุ์ย่อยของช้างเอเชีย ซึ่งถูกจัดอยู่ในกลุ่มสัตว์ป่าชนิดที่ถูกคุกคาม มีความเสี่ยงสูงต่อการสูญพันธุ์และถูกจัดให้อยู่ในบัญชีแนบท้าย อนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้จะสูญ พันธุ์ หรือไซเตส หมายเลข 1 ซึ่งหมายถึง ห้ามมีการค้าขายช้างหรือซากช้างระหว่างประเทศสมาชิกอนุสัญญา อย่างเข้มงวด
     
    อย่างไรก็ตาม ในไทยยังมีช้างไทยในส่วนที่เป็น ช้างบ้านหรือช้างเลี้ยงที่เรียกเป็น เชือกด้วย ซึ่งอยู่ภายใต้ พ.ร.บ.สัตว์พาหนะ ที่ขึ้นกับกระทรวงมหาดไทย ทำให้มีสถานะเดียวกับวัว ควาย ม้า ลา ล่อ
     
    ช้างป่าถูกคนลักลอบล่าเอางา ลูกช้าง อวัยวะเพศ
     
    ช้างบ้านถูกคนใช้เพื่อหาประโยชน์อย่างไม่เหมาะสม
     
    ช้างป่าถูกปลอมเป็นช้างบ้านก็มีมานานและยังมีอยู่ !!!
     
    ประมาณว่าในประเทศไทยยังมีช้างป่าเหลืออยู่ราว 2,000 ตัว (ข้อมูลบางแหล่งประมาณว่ามีเพียง 1,000-1,500 ตัว) และมีช้างบ้านอีกประมาณ 3,000 เชือก รวมแล้วก็ประมาณ 5,000 ชีวิต ซึ่งตัวเลขเหล่านี้ก็เป็นเพียงการประมาณ ตัวเลขที่ชัดเจนยังยากจะระบุ...ว่าช้างไทยเหลืออยู่เท่าไหร่แน่ ??
     
    ตัวเลข 5,000 อาจจะดูไม่น้อย แต่ก็นับว่าไม่ได้มากมายแต่ อย่างใด เมื่อช้างเหล่านี้ยังมีภัยคุกคามทำให้ต้องบาดเจ็บล้มตายลงไปใน ทุก ๆ ปี อย่างน้อยปีละ 2% และตราบใดที่ภัยคุกคามเหล่านี้ยังไม่ได้รับ การแก้ไข อนาคตของช้างในเมืองไทยก็คงจะมืดมนลงไปเรื่อย ๆ” ...เป็นการระบุ และเป็นเหตุผลที่ทำให้เกิดกลุ่มคนรวมตัวกันเป็นมูลนิธิคนรักช้าง  ซึ่งปัจจุบันคือมูลนิธิช้างแห่งประเทศไทย
     
    ขณะที่ข้อมูลจากสถาบันคชบาลฯ ก็ระบุว่า... สถานภาพช้างไทยในวันนี้น่าวิตก เมื่อพิจารณาจากสถิติการลดจำนวนลงของช้าง ทำให้นักวิชาการคาดการณ์กันว่าถ้าไม่รีบลงมือแก้ไข อีกไม่เกิน 50 ปี ช้างไทยอาจ เหลือเพียงตำนานซึ่งสถาบันคชบาลแห่งชาติ ในพระอุปถัมภ์ของสมเด็จ พระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ก็เป็นตัวจักรหนึ่งในการแก้ปัญหาที่เกิดกับช้างไทย
     
    อย่างไรก็ตาม ชะตากรรมอันเลวร้ายที่เกิดกับช้างไทยนั้นรุนแรงและขยายตัวอย่างรวดเร็วเหลือ เกิน รวดเร็วอย่างที่ทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เผยถึงสถานการณ์ช้างไทยเมื่อไม่นานมานี้ว่า...  “ปัจจุบันจำนวนช้างป่าและช้างบ้านอยู่ในภาวะที่ลดลงอย่างรวดเร็ว ขณะนี้มีอยู่ไม่ถึง 5,000 แล้ว และมีการประเมินว่าหากไม่มีการเร่งดำเนินการช่วยเหลือช้างไทย อาจจะสูญพันธุ์ภายใน 14 ปี !!
     
    ทั้งนี้ เมืองไทยมีการกำหนดให้ วันที่ 13 มี.ค.ของทุกปี เป็นวันช้างไทยโดยมติ ครม. ตั้งแต่ปี 2541 หรือกว่า 11 ปีมาแล้ว และปัจจุบันก็อยู่ในช่วงเวลาของ แผนแม่บทการอนุรักษ์ช้างแห่งชาติ” (พ.ศ. 2546-2555) ด้วยวิสัยทัศน์ที่ว่า คนคู่ช้าง ช้างคู่ไทย ช้างยิ่งใหญ่ ไทยยั่งยืนมีการกำหนดพันธกิจ ทั้งกับช้างบ้าน ช้างป่า คนที่เกี่ยวข้องกับช้าง มียุทธศาสตร์ที่ครอบคลุมด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง
     
    นอกจากนี้ เมืองไทยยังมีมูลนิธิ มีองค์กรเอกชน มีเอ็นจีโอ มีคนที่เห็นความสำคัญของช้างไทย เห็นปัญหาของช้างไทย ที่สงสารช้างไทย ดำเนินการช่วยเหลือช้างไทยในรูปแบบต่าง ๆ อีกหลายกลุ่ม
     
    แต่...ปัญหาของสัตว์ใหญ่อย่างช้างไทยก็เป็นเรื่องใหญ่เหมือนตัว ช้าง หากคนไทยโดยรวมแค่คิดสงสาร แต่ก็ไม่ได้ช่วยกันพร้อมเพรียง เช่น สนับสนุนหน่วยงานรัฐ เอกชน เอ็นจีโอ ที่ทำงานด้านช้าง, ไม่สนับสนุนคน ที่ใช้ช้างหากินอย่างไม่เหมาะสม ผิดธรรมชาติของช้าง ทรมานช้าง, เป็นหูเป็น ตาให้เบาะแสเจ้าหน้าที่ในการเอาผิดกับคนที่กระทำผิดต่อช้างในลักษณะต่าง ๆ ปัญหาของช้างไทยก็คงไม่อาจจะบรรเทาเบาบางลงไปได้ง่าย ๆ
     
    เคราะห์ของช้างที่เกิดซ้ำ ๆ ส่วนใหญ่ก็เพราะ คนทำ
     
    ทำบาป-ทำกรรมกับช้างเรื่องน่าเศร้าแบบนี้เกิดไม่หยุด
     
    คนไทยโดยรวมต้องไม่แค่คิดสงสาร...จึงจะช่วยช้างได้ !!!.

     

    ทำไม มีแต่คนสนใจหมีแพนด้า  ทำไมไม่มีใครสนใจช้างไทยกันช้าง 
    ช้างเป็นสัตว์คู่ บ้านคู่เมืองของไทยแต่กลับต้องไปเดินขอทานอยู่ข้างถนน 
    ถนนคอนกรีตร้อน ๆ คนยังทนไม่ได้แล้วคิดว่าช้างทนได้มากแต่ไหน 
    ช้างหนึ่งตัวหนักกี่ตันแล้วใน วันหนึ่ง ๆ ช้างได้กินอาหารมากน้อยเพียงไหน 
    บอกตามตรงเห็นข่าวเกี่ยวกับช้างแต่ละครั้ง มันสลดใจสุด ๆ  ยิ่งช่วงนี้มีข่าวแพนด้าน้อยเข้ามาด้วยยิ่งทำให้สงสารช้างไทยเข้าไป ใหญ่    
            ตอนนี้ยังคิดจะทุ่มเงินอีก  600  ล้าน เพื่อสร้างโดมทำหิมะให้แพนด้า  ในปีหนึ่ง ๆ จะต้องเสียเงินไปกับหมีแพนด้าเท่าไหร่
     ลองคิดดูถ้าเอาเงินนั้นมาช่วยเหลือ ช้างไทยตอนนี้ไม่ช่วยเหลือช้างไทยไปได้ทั้งประเทศแล้วหรอ  
    ที่ตั้งกระทู้นี้ไม่ได้เห็นว่าหมีแพนด้าไม่ดีแต่แค่อยากให้มาสนใจช้างสัตว์คู่บ้านคู่เมืองบ้าง  
    ไม่ใช่อะไร ๆ ก็แพนด้า
      เห็นข่าวพังกำไลแล้วสลดไม่รู้จะหายดีรึเปล่า
     
    ไหนจะช้างที่กินยา ฆ่าแมลงเข้าไปอีก  ก็รู้อยู่ว่าแพนด้าเปรียบเสมือนทูตสัมพันธไมตรีจาก จีน  แต่สนใจมากเกินไปรึเปล่า  ลูกแพนด้าเกิดมาก็ต้องส่งคืนเค้าเงินที่เสีย ไปได้อะไรตอบแทนกลับมาบ้าง  คิด ๆ ดูนะ
     
            เราเคยไปอ่านเจอกระทู้หนึ่งในพันทิป  ลูกช้างตัวหนึ่งถูกนำมาเร่ขาย อ้อยอยู่ข้างถนน  คนที่เอ็นดูสงสารก็ซื้ออ้อยให้กิน  แต่คุณรู้อะไรไหม ค่ะ  ช้างตัวนั้นถูกสอนโดนควาญช้างให้อมอ้อย  แล้วควาญช้างก็จะพาไปในที่ลับ ตาคนแล้วก็จะเอาตะขอทุบเข้าไปที่หลังหูของช้าง  ตะขอนี่ใช้ด้านคมทุบนะ ค่ะ  แล้วช้างก็จะคอยอ้อยออกมา  แล้วควาญช้างก็จะนำอ้อยมาล้างแล้วขาย ต่อ  อันนี้เราโทษควาญช้างคนนั้นที่สามารถทำเรื่องแบบนี้ได้        มันเป็น เรื่องที่มนุษย์ที่เรียกตัวเองว่าสัตว์ประเสริฐทำลงไป  คุณมีจิตใจช้างก็มี จิตใจ  คุณเจ็บเป็นช้างก็เจ็บเป็น  เราขอประนามควาญช้างคนนี้  เราอยากให้ รัฐบาลช่วยเหลือช้างบ้างดูแลสัตว์คู่บ้านคู่เมืองบ้าง  รัฐบาลอาจจะคิดวิธี แก้ปัญหาอยู่แต่ช่วยคิดให้เร็วกว่านี้ได้ไหมก่อนที่ประเทศไทยจะมีแค่ชื่อของ ช้างว่าเป็นสัตว์คู่บ้านคู่เมือง  แต่ไม่มีตัวตนของช้างอยู่ในประเทศ

    May 24

    10 อันดับฟอร์เวิร์ดเมล์ไร้สาระ

    10 อันดับฟอร์เวิร์ดเมล์ไร้สาระ

    เค้าบอกมางี้เหตุผลที่บอกเล่าเรื่องนี้ ก็เพื่อที่จะให้ทุกคนเลิกฟอร์เวิดเมลไร้สาระซะที 'มันน่ารำคาญมาก'ถ้าอยากรู้ว่าไร้สาระยังไงก็อ่านซะ
    ถ้าขี้เกียจก็อ่านหัวข้ออย่างเดียวก็ได้ถ้าไม่อยากให้มีเมลไร้สาระพวกนี้ในเมลเราอีกก็ช่วยกัน FWD กระทู้นี้ด้วยนะคะ

    อันดับ10 - อีเมล์ลูกโซ่ ... ร้องไห้
          ใช่แล้วครับทุกท่าน มันก็คือ จดหมายลูกโซ่ธรรมดานี่แหละ ที่ ส่งกันมาส่งแล้วส่งเล่าตั้งแต่รุ่นพ่อแม่ยังจีบกันด้วยจดหมายรัก จนถึงยุคที่อินเตอร์เน็ตส่งข้อมูล 10 MB ต่อวินาทีได้แล้ว
    ก็ยังมีจดหมายแบบนี้อยู่บนโลกเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง แถมเนื้อหาก็ยังลอกมาจากต้น ฉบับอาจารย์วิจิตรธรรมโชติเมื่อ 30 ปีก่อนยังไงอย่างนั้น
    ช่างน่าภูมิใจจังที่เราสามารถอนุรักษ์มรดกของชาติได้เยี่ยมขนาดนี้ เนื้อหาก็จะประมาณว่าจดหมายฉบับนี้มีมนต์วิเศษ
    ส่งต่อ 20 คนจะโชคดี ถ้าไม่ส่งตายแน่ เหมือนอย่างนายสมชายสมหมายทหารอากาศอะไรทั้งหลายแหล่ ที่ตายแล้วตายอีกในหลักฐานอ้างอิงเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ
    ถ้าท่านอยากเป็นคนงมงายในยุคอินเตอร์เน็ตก็เชิญส่งต่อนะครับ แต่ถ้าอยากฉลาดขึ้นบ้างก็...ลบทิ้งเสียเถอะ

    อันดับ 9 - เจ้าแม่กวนอิมโชคดี + พระพิฆเนศโชคดี ... เย้ยหยัน
          สมัยนี้เค้าเผยแพร่ความโชคดีบนอินเตอร์เน็ตแล้วครับท่านผู้อ่าน เมล์ประเภทนี้จะมีรูปเจ้าแม่กวนอิมหรือไม่ก็พระพิฆเนศที่ถ่ายมาจากไหนก็ไม่ รู้ รู้แต่มันเหมือนกันทุกฉบับเลย
    ดูเผินๆ บางคนอาจจะแย้งว่า คนส่งเค้าอยากให้คนได้รับโชคดีไง จะบอกว่าเนื้อหาหลักๆ เหมือนกับอันดับ 10 ไม่มีผิดเพี้ยนครับ แค่เปลี่ยนคำว่าโชคร้ายเป็นโชคดีเท่านั้น
    แถมยังขู่เหมือนเดิมว่าถ้าไม่ส่ง ซวยแน่ กร๊ากๆๆๆ บางเวอร์ชั่นดีหน่อยครับที่ไม่ได้ขู่มาด้วย แต่อยากจะบอกว่าการที่เราเช็คเมล์ แล้วพบเมล์จากเพื่อนๆ 10คน
    ต่างคนต่างส่งเมล์หัวข้อนี้มาเหมือนกันทุกคน เรียงเป็นตับในเมล์บ็อกซ์ของเรามันน่ารำคาญโว้ยยยยย

    อันดับ 8 - ลูกผมป่วยเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว ... ประหลาดใจ
           อันดับนี้จะว่าดีก็ดี จะว่าร้ายก็ร้าย คือดูเผินๆ แล้วผู้ส่งต้องการความช่วยเหลือแน่ๆ จึงมาโพสท์แบบนี้ บวกหน้าตาที่อยู่พร้อม
    แต่จะบอกว่าเมล์แบบนี้ ห้าปีผ่านไปก็ยังฟอร์เวิร์ดกันให้เกลื่อน คือ ถ้าลูกคุณป่วยเป็นมะเร็งและต้องการความช่วยเหลือด่วน แต่ยังรอคนใจดีอยู่ได้ตั้ง 5 ปีแบบนี้
    ขอคาดการณ์ว่าร่างกายคงมีภูมิต้านทานดีขนาดหนักแล้วครับ ไม่ก็ตายไปเรียบร้อยแล้ว ไม่ต้องฟอร์เวิร์ดต่อหรอก เพราะมีกรณีนึงที่มีคนลองติดต่อไปแล้วพบว่าเป็นเรื่องจริง
    แต่ทางต้นสายบอกว่าเป็นเรื่องเมื่อ 8 ปีที่แล้ว ผลร้ายจากความใจดีของพวกเรานั่นเองที่เห็น แล้วสงสาร ฟอร์เวิร์ดไปเรื่อยๆ เผื่อจะเจอใครที่ใจบุญกว่า แต่บอกตามตรง เท่าที่เคยประสบมา
    คนฟอร์เวิร์ดจะไม่ให้ความช่วยเหลือ ส่วนคนช่วยเหลือจะไม่ฟอร์เวิร์ด ฮ่วย! ถึง ผู้ใดก็ตามที่ประสบปัญหาแนวๆ นี้ ขอแนะนำว่าอย่าส่งทางเมล์เลยครับ
    เพราะเมื่อมันเผยแพร่ในโลกไซเบอร์แล้ว มันค้างนาน และมันจะกระจายเป็นวงกว้างซึ่งไม่มีทางยับยั้งได้ แม้คุณจะได้ รับการช่วยเหลือแล้วคุณก็ยังอาจจะได้รับการติดต่อมาอีกต่อไปเป็น ปีๆ ทางที่ดีไปลงประกาศในหนังสือพิมพ์หรืออะไรทำนองนั้นดีกว่านะ

    อันดับ 7 - ไม่ส่งต่อ ไม่มีแฟน ... ไอคอน MSN Messenger
           ไม่รู้ว่าคนเราสมัยนี้กลัวการไม่มีแฟนมาก หรือไม่ก็ไม่มั่นใจในฝีมือการจีบของตัวเอง จึงส่งกันเป็นว่าเล่น เมล์ประเภทนี้จะขึ้นต้นด้วยข้อความดีๆ ภาพน่ารักๆ แต่ลงท้ายด้วยข้อความประมาณว่า
     ส่ง 1-5 คน จะโชคดีเล็กๆน้อย ส่ง 6-15 คน จะเจอเนื้อคู่ ส่ง 16-30 คน เนื้อคู่จะโทรมาหาใน 10 นาที (ดูมัน ยังกะโฆษณาทีวีไดเรคต์) และ ถ้าไม่ส่ง โสดตลอดชาติ ประมาณนี้เป็นต้น
    สังเกตว่ามีระดับความโชคดีให้เลือกด้วย ใครคิดว่าตัวเองโชคดีอยู่แล้วก็ส่งน้อยๆ ใครคิดว่าดวงซวยก็ส่งเยอะๆ อืม...เหมือนชิงโชคเลยเนอะ แต่รู้สึกส่งชิงโชครายการคุณปัญญาจะมีโอกาสมากกว่าซะอีกนะ อยากบอกว่า..แฟนถ้าจะมีมันก็คงจะมีเองแหละ ไม่เกี่ยวกับโชคลางบนเน็ตซะหน่อยอันดับ

    อันดับ 6 - กินชาเขียวเย็นเป็นอันตราย ... โกรธ
          เมล์ประเภทนี้มีมาเป็นระยะๆ ตามแต่ว่าอะไรที่ฮิตในช่วงนั้น ช่วงแรกมันเป็นโค้ก กินโค้กแล้วอันตราย เอาตะปูแช่โค้ก 1 วัน ตะปูละลาย ต่อ มาก็เป็นชาเขียวเย็น กินแล้วไขมันจับ เพราะมันเย็น
    พิสูจน์ได้ด้วยการเทชาเขียวเย็นลงในชามก๋วยเตี๋ยว แล้วจะเห็นไขมันจับเป็นก้อน ปัดโธ่ เทอะไรเย็นๆ ลงน้ำซุป มันก็จับหมดแหละคุณ (ไม่เชื่อไปลองดูได้) หรือไม่ต้องเทน้ำอะไรหรอก
    เอาก๋วยเตี๋ยวไปแช่เย็น สักพักมันก็จับไขแล้ว เมล์แบบนี้จะใช้ข้อความเหมือนยกข้อพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์มาอ้างซึ่ง ถ้าใครฉลาดๆ หน่อยก็จะจับผิดได้ว่ามันไม่เป็นจริง
     ส่วนใครโง่ๆ ก็...ฟอร์เวิร์ดต่อปายยย (ล่าสุดนี่รู้สึกจะเป็นโรตีบอยแล้วนะ มันอินเทรนด์ดีโว้ยคนเขียนเมล์แบบนี้)

    อันดับ 5 - จุดจบประเทศไทย ... ห้ามบอกใคร
           เขียนโดย นิติภูมิ เนาวรัตน์ ชายหนุ่มผู้มองเห็นประเทศอื่นดีกว่าเราในทุกด้าน ส่วนเมืองไทยนั้นกระจอก คอรัปชั่น เฮงซวย ล่มสลายแน่ๆ ถ้าไม่เชื่อกรู
    ไม่รู้มันเกิดมาเป็นคนไทยทำไมเหมือนกัน เมล์ชนิดนี้เนื้อหาเหมือนต้นฉบับเพราะลอกมา เนื้อหาจะเกี่ยวกับประเทศไทยในปี 2550 ที่จะถูกน้ำท่วม ภัยพิบัติ ฯลฯ
    สุดท้ายก็จะกลายเป็นเหมือนอาร์เจนติน่า ฯลฯ ดีเหมือนกันวงการฟุตบอลบ้านเราจะได้ไปบอลโลกซะที เมล์ แบบนี้จริงๆ ก็จัดว่ามีประโยชน์ เสียแต่ว่ามันทำให้เกิดความแตกแยกได้ง่าย
    หากผู้อ่านไม่มีวิจารณญาณ จริงๆ คือพวกเราได้แต่อ่านแล้วก็ส่ง ทำอะไรไม่ได้ นอกจากเกลียดคนที่ถูกอ้างถึงในเมล์ โดยไม่มีหลักฐาน อย่างอื่นประกอบการตัดสินใจเลย
     อีกอย่างคือ เมล์แบบเนี้ยไม่ต้องส่งหรอก ถ้าในปี 2550 มันจะเป็นอย่างที่อ้างจริงๆ ผู้เขียนเค้าก็มีหลักฐานการเขียนของเค้าอยู่แล้วแหละ
    ไม่ต้องส่งต่อเพียงเพื่อประกาศให้รู้ว่ากรูเก่งหรอก มันน่ารำคาญรู้มั้ย เพราะว่ามีเมล์เนื้อหานี้ในเมล์บ็อกซ์เกือบร้อยฉบับแล้ว

    อันดับ 4 - ฟอร์เวิร์ดไป 18 คนแล้วกด Alt+F8 .... ง่วง
          ไม่รู้ว่ามีที่มาตั้งแต่เมื่อไหร่ อาจเป็นเพราะโปรแกรมอีเมล์เมื่อสมัยสิบปีก่อนมีฟังก์ชั่น Atl+F8 ก็ได้ ปัจจุบันมันไม่มีใช้แล้ว แต่เมล์แบบนี้ก็อาศัยความอยากรู้ของผู้ส่ง
     มาทำให้มันถูกฟอร์เวิร์ดมาเรื่อยๆ นับสิบปีแล้ว (พูดตรงๆ ก็คือผมได้เมล์แบบนี้มาตั้งแต่เริ่มเล่นเน็ตเมื่อปี 2543 จนบัดนี้ก็ยังได้รับอยู่) เนื้อหาก็จะเป็นว่า
    มียายแกไปซื้ออาหารหมา อาหารแมว สุดท้ายก็ให้คนขายล้วงไปในกล่อง ถ้าอยากรู้ว่าในกล่องมีอะไร ให้ฟอร์เวิร์ดไป 18 คน แล้วกด Atl+F8 หรืออะไรทำนองนี้ ก็จะพบคำตอบ
    บางเมล์เล่นง่ายกว่านั้น ไม่ต้องอารัมภบทมาก มาถึงก็บอกให้ส่งเลย แล้วกดดูจะพบว่ามีอะไรเปลี่ยนไป ไม่ต้องส่งต่อนะครับ ขอร้อง เพราะตั้งแต่มันถูกส่งมาในโลกนี้ ยังไม่เคยมีใครสักคนรู้เลยว่ากด Atl+F8 แล้วจะเกิดอะไรขึ้น ...จริงๆ อาจจะพบก็ได้ ...พบว่าตัวเอง>>โง่<<นั่นเอง

    อันดับ 3 - รูปถ่ายวิญญาณ ชายผู้ล่วงลับ ... ยิ้มแฉ่ง
          เมล์แบบนี้เอาความน่ากลัวเข้าว่า เริ่มจากบอกเล่าเรื่องราวของชายหนุ่มที่ไปเที่ยวป่า แล้วถ่ายรูปติดวิญญาณมา สองสามวันถัดมาเขาก็ตาย หากใครไม่อยากตาย ให้ส่งต่อ 10 คน
    มิฉะนั้นวิญญาณในรูปจะตามไปที่บ้าน ตบท้ายด้วยรูปถ่ายวิญญาณที่น่ากลัวก็จริง แต่รู้ว่าตัดต่อ เพราะไอ้ผีในรูปนั้น ไปเสิร์ชเวบผีเวบไหนมันก็มี (ใครไม่มี เชยมาก)
    เป็นรูปต้นแบบที่ถูกนำมาใช้ตัดต่อบ่อยที่สุด

    อันดับ 2 - ยายมาหา ... ถ้วยกาแฟ
           อันนี้ยังเล่นกับความน่ากลัวไม่เลิก ด้วยการให้เด็กชายคนหนึ่ง เล่าเรื่องน่ากลัวเกี่ยวกับยายตัวเองจะมาเอาชีวิต แกเลยหาทางรอดด้วยการบอกว่าให้ไปเอาชีวิตคนอ่านเมล์นี้แทน
    ฉลาดมากหนุ่มน้อย ไม่ยักรู้ว่ายายเอ็งเล่นเน็ตเป็นด้วย เมล์นี้ยอมรับว่าน่ากลัวจริง แต่ก็ได้มาจนหายกลัวไปแล้ว ถ้ายายอยากได้วิญญาณจริง
    ไปหาวิญญาณเป็ดไก่ตามตลาดสดจะเจอเยอะกว่านะยายจ๋า วันนึงเป็นร้อยตัวเลย

    อันดับ1 - ฮ็อตเมล์เก็บตัง ... ไอคอน MSN Messenger
           มาแล้วครับ กับอันดับยอดฮิตที่สุดบนโลกมนุษย์ เมล์นี้มีเนื้อหาบอกว่า ทางฮ็อตเมล์จะทำการเก็บเงินผู้ใช้เมลล์ @hotmail โดยผู้ส่งเมล์จะให้พวกเราช่วยกันฟอร์เวิร์ดไปเยอะๆ
    เค้าจะได้สงสาร และยกเลิกการเก็บตัง ' เมลล์แบบนี้ก็ได้มาตั้งแต่เล่นเน็ตสมัยแรกๆ แล้วถ้ามันเป็นจริง ก็นับว่าฮ็อตเมล์ใจดีมาก จะเก็บตังมาตั้งหลายปีแล้ว ก็ไม่เก็บสักทีเพราะมีคนฟอร์เวิร์ดเยอะ
    ว่าแต่มันจะรู้ได้ไงวะว่ามีคนฟอร์เวิร์ดน่ะหืม? แรกๆ มันเป็นแค่ข้อความ ต่อมานี้ลงทุนทำแบนเนอร์ปลอมที่มีสัญลักษณ์ฮ็อตเมล์ให้ดูน่าเชื่อถือขึ้น ล่าสุดนี่สงสัยรู้ตัวว่าไม่ได้ผล
    เลยใส่เพิ่มลงไปในหัวข้อด้วยว่า 'คราวนี้เอาจริงแล้ว ฮ็อตเมล์จะเก็บตังเราแล้วล่ะ!' (มีการขู่ 555) เคยลองทำเมล์ปลอมแบบนี้เหมือนกัน เพื่อให้เลิกส่งเมล์สไตล์นี้
    โดยการใช้เนื้อหาว่าฮ็อตเมล์ต้องเสียเงินนับร้อยล้านดอลล่าร์เพิ่อแก้คดีคน เข้าใจผิดว่าเขาจะเก็บตัง และประกาศจะจับตัวผู้ที่ส่งเมล์ที่ทำให้ทางเขาเสียหาย นั่นคือใครฟอร์เวิร์ดเมลล์แบบนั้นอีก
    จะถูกตามรอยมาถึงบ้านและถูกฟ้องข้อหาหมิ่นประมาทกันทุกคน ผลก็คือ FWD mail หัวข้อ 'ฮ็อตเมล์เก็บตัง' ก็ยังคงฮิตไม่เสื่อมคลาย เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า..คนเรากลัวไม่ได้ใช้ฮ็อตเมลล์
    มากกว่ากลัวถูกจับซะอีก 555

          ทั้งหมดนี้เขียนขึ้นมาก็เพื่ออยากจะประกาศให้โลกรู้ว่า เมล์เนื้อหาแบบเนี้ย มันไม่มีประโยชน์อะไรเลยนอกจากแสดงให้คนรู้วาคุณโง่ เชื่อในเรื่องเหลวไหล และเพิ่มเนื้อที่เมล์ขยะในเมลล์บ็อกซ์ของคนอื่นโดยใช่เหตุ แถมเมล์บางอันก็ยังปลูกฝังความเชื่อผิดๆ ซะอีก (เช่นเมล์ชาเขียวเย็นอันตราย) เป็นการโจมตีคู่แข่งทางการค้าได้โดยไม่ต้องเสียตังอะไรเลย ใช้ประโยชน์จากคนโง่ๆ ที่หลงเชื่อนั่นแหละ เลิกฟอร์เวิร์ดได้แล้ว เชื่อว่าใครที่เล่นเน็ตมาไม่ต่ำกว่า 1 ปี ก็เคยได้รับเมล์แบบนี้กันหมดแล้วล่ะ มาช่วยกันฟอร์เวิร์ดแต่เมล์เนื้อหาดีๆ มีคุณค่า อ่านแล้วถึงไม่ได้สาระก็ขอให้ได้ความสบายใจหน่อยเถอะนะ *

    ปล. การ FWD กระทู้นี้ ไม่ทำให้ผลการเรียนคุณตกต่ำลง หรือทำให้คุณเป็นโสดตลอดชาติ มันไม่มีผลอะไรกับชีวิตคุณทั้งสิ้น นอกจากมีผลทำให้คนอื่นไม่ต้องได้รับเมล์ไร้สาระอีก ถ้าอ่านแล้วเก็บไว้คนเดียวก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าช่วยกัน FWD ก็จะทำให้คนอื่นหายโง่ได้ซะทีแล้วอีกสิบปีเราจะมาดูกันนะว่าเมล์นี้จะกลาย เป็นหนึ่งใน 10 อันดับได้รึเปล่า คอยดูกันนะ! ^^
    May 12

    คนทะลึ่งถาม คนลามกตอบ



     

     คนทะลึ่งถาม คนลามกตอบ

    ถาม : รูอะไรเอ่ย ทำให้เรามีความสุข
    ตอบ : รูเยิบ (เลิฟยู)

     

     

    ถาม : อะไรเอ่ย เข้าไปมีเสียง ออกมามีเสียง ยิ่งเข้าลึกยิ่งมีน้ำ
    ตอบ : 7-eleven  wetwet

     

     

    ถาม : บนก้อขน ล่างก้อขน ดึกดื่น สัปดน เอาขนมาชนกาน
    ตอบ : ขนตางัย  wetwet

     

     

    ถาม : นั่งยองๆ กระเด้าๆ ถ้าไม่เข้า เอามือคลำดู
    ตอบ : คนรับมีด  jhgf

     

     

    ถาม : ขึ้นต้นด้วย คอควาย ลงท้ายด้วย ยอยักษ์ มีขน เป็นอวัยวะ     
    ตอบ :   คิ้วซ้ายไง  ijuhb

     

     

    ถาม : อะไรเอ่ย เป็นแท่งๆ แทงแล้วเจ็บ เวลาแทงมีน้ำด้วย
    ตอบ : เข็มฉีดยา  uyhgv

     

     

    ถาม : อะไรเอ่ย? ยิ่งใหญ่ยิ่งขนเยอะ
    ตอบ : รถบรรทุก  uyhgv

     

     

    ถาม : เค้าซื้อนู๋มา เค้าพานู๋ไป พานู๋ไปถูไถจนน้นู๋ไหลนู๋คืออาราย
    ตอบ : สบู่ ไง  ;lk

     

     

    ถาม : อะไรเอ่ยอยู่ใต้หว่างขาราคาเป็นหมื่น?
    ตอบ : มอเตอร์ไซด์ไงล่ะ  ;lk

     

     

    ถาม : อะไรเอ่ย ขึ้นต้นด้วย"ห" ลงท้ายด้วย"สระอี" ผู้หญิงใช้ฉี่
    ตอบ : ห้องน้ำสตรี  op[ioiyt

     

     

    ถาม : เวลาเอาเข้าแข็งเวลาเอาออกนิ่มมีน้ำยืดติดมาด้วย
    ตอบ : หมากฝรั่ง  jhgf

     

     

    ถาม : อะไรเอยต้องถ่างก่อนเสียบ
    ตอบ : แว่นตา  ijuhb

     

     

    ถาม : อะไรเอ่ย ชักเข้า ชักออก น้ำไหลเรื่อย ๆ
    ตอบ : ก็  แปรงฟัน อะเด่ะ  ijuhb

     

     

    ถาม : อะไรเอ่ย?เป็นสัน เป็นนูน มีรู มีขน
    ตอบ : จมูก  ijuhb

     

     

    ถาม : เด้งๆเด้าๆยิ่งเข้ายิ่งแข็ง
    ตอบ : คนสูบยางรถไง  ijuhb

     

     

    ถาม : อะไรเอ่ยปิดหน้าเห็นนมปิดหลังเห็นขน
    ตอบ : ขนม ไง  jhgf

     

     

    ถาม : ผู้หญิงกับผู้ชายทำอะไรกันน้ำออกจากหอย
    ตอบ : แต่งงานกัน (ตอนรดน้ำสังข์ไง)  jhgf

     

     

    ถาม : อะไรเอ๋ย รอบ ๆ มีขน ตรงกลางมีรู
    ตอบ : หูสัตว์งัยจ้ะ เช่น หูวัว หู***งัย  uyhgv

     

     

    ถาม : อะไรเอ่ย…..ข้างบนมันข้างล่างเหนื่อย
    ตอบ : ก็คนแบกมันไง  uyhgv

     

     

    ถาม : อวัยวะส่วนใดในร่างกายที่เหม็นที่สุด ?
    ตอบ : ไหปลาร้า  ijuhb

     

     

    ถาม : อะไรเอ่ย บางคนสั้น บางคนยาว บางคนใหญ่ บางคนเล็ก ไว้ใช้กับเมีย
    ตอบ : นามสกุลคับ ijuhb

     

     

     

                       Hi I am = Asafa Fahud =  


     

    April 12

    เชียงใหม่หรือนี่

    *ฟาร์อิสเทอร์อยู่ตรงข้ามเซ็นทรัลแอร์พอร์ท

    *กระเทยชอบไปเรียนที่ฟาร์เพราะว่าค่าเทอมถูก จบแล้วยังไม่รุ้จะทำอะไร ประมาณนั้น

    *ค่าเทอมพายัพหนึ่งเทอมจ่ายฟาร์ได้ สองถึงสามเทอม

    *คุณภาพของเด็กที่จบมา ต่ำว่าเด็กจบจากราชภัฏเชียงใหม่คอนเฟิร์ม

    *ข้าวต้มสุพรรณที่สามแยกวัดเจ็ดยอดไม่แพงอย่างที่คุณคิด

    *เชียงใหม่มีร้านหมูกระทะใหญ่ๆสามร้าน คือ ดังดังหมูกระทะ สุคนธาหมูกระทะ อะไรอีก
    ไม่รู้ละ ลืมครับ จากมานาน
    555

    *
    เชียงใหม่มีหมูจุ่มขึ้นชื่อคือ หมูจุ่มฟ้าธานี

    *โรงแรมธาริน เลือกให้ดีถ้าได้ฝั่งตรงข้ามดอยสุเทพ ท่านจะได้เจอหลังคา LCC. และเมนเผาศพและป่าช้าได้

    *โรงเรียนพณิชการเชียงใหม่ เรียกอีกอย่างว่าพณิชน้ำคือ (แยกให้ออกนะครับ มันมีหลาย รรครับ)

    *ที่เรียนน้ำคือเพราะอยู่ติดคูเมืองครับ

    *เมื่อก่อน LCC. ได้ชื่อว่า รร ผลิต......กอ รอ  ห อ รอ อี เอก.............ที่มีคุณภาพออกสู่ตลาดและสังคมไทยมากที่สุด

    *LCC. เป็น รร ที่เคร่งมาก แต่ นศ ได้ดีทุกคน

    *นศ ที่เพิ่งทำแท้งแล้วตาย(อาทิตย์ที่แล้ว) เป็นเด็ก ปวส พิเศษ ปีสอง ของ LCC. ครับ

    *LCC. เรียก ผอ ว่า บราเทอร์

    *เอ็ม เดอะสตาร์ จบจาก LCC. ครับ ฉายาที่ชอบเรียกกันก้อคือ ไอ้เอ็มควาย
    555

    *
    โปลิ เชียงใหม่ เป็นโรงเรียนเดียวในประเทศไทย ที่ให้ทอมแต่ชาย กระเทยแต่งหญิงมาเรียน

    *โปลิ เชียงใหม่ มีห้องน้ำสำหรับหญิงสอง หรือกระเทย แต่กระเทยไม่ชอบเข้า

    *กระเทยชอบเข้าห้องน้ำชะนี และชะนีชอบเข้าห้องน้ำกระเทย

    *กระเทยที่นี่ค่อนข้างจะเหมือนจริง

    *นศ ที่นี่มีมากกว่า 5000 คนในแต่ละปี

    *มีครูมากถึงเกือบ
    300

    *
    เป็นโรงเรียนโปลิแห่งเดียวในประเทศไทยที่มีพาณิชด้วย

    *เป็นโรงเรียนที่ชะนีอยากเรียนไปหาผัวไป

    *อาจารย์ชายที่นี่ กินลูกศิษย์ และครองคู่กัน ใน รร


    *
    ห้าม นศ พาณิช ยื่นหน้าออกนอกอาคาร มาหาช่าง ไม่งั้น อาจารย์จะเป่านกหวีดใล่

    *มหาวิทยาลัยฟาร์อิสเทอร์ เพิ่งจะตั้งได้ไม่ถึงสิบปี

    *ฟาร์อิสเทอร์ ชะนีแรงมาก ระวังถ้าไม่ไปเรียน จะจบได้โดยไม่รู้ตัว คอนเฟิร์ม

    *มหาวิทยาลัยนอร์ทเชียงใหม่ อยู่ไกลมากกกกกกกกกกกกกกกกกกก

    *โรงเรียนนานาชาตินครพายัพ อยู่วงแหวนรอบที่สามไกลมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

    *เชียงใหม่มีโรงเรียนนานาชาติเปรม (ติณนะสูลานนท์) ด้วยครับที่แม่ริม

    *โรงเรียนวารีเชียงใหม่ เปิดมอหกปีแรก เอาเด็กจาก มงฟอร์ดไปและได้ดีทุกคน

    *โรงเรียนวารีเชียงใหม่ สวยมากและแพงมากเช่นกันแต่ก็สอนดีมากเช่นกัน อิอิ www.varee.ac.th

    *ติดกับ รร วารี เป็นโรงเรียนเทคโนโลยีเอเชีย

    *เชียงใหม่เรียกมหาวิทยาลัยราชมงคลล้านนาวิทยาเขตภาคพายัพ ว่าเทคโนตีนดอยเพราอยู่ตีนดอยสุเทพ

    *และเรียกเทคโนโลยีเอเชียว่า เทคโนตีนสะพานเพราะอยู่ตีนสะพานเข้าทางแยก 555

    *มหาวิทยาลัยเอกชนแห่งแรกของประเทศไทยอยู่ที่ เชียงใหม่คือมหาวิทยาลัยพายัพครับ

    *เด็ก มอพายัพจะมีอาหารตา อยู่แถวๆ มอ ครับ คือเด็กวชิรวิทย์นั่นเอง น่ากิน น่ากิน

    *เด็ก มอพายัพส่วนมากจะเข้าคาร์ฟูเป็นครั้งคราครับ ส่วนมากไปซื้อที่เซ็นทรัลแอร์มากกว่า

    *ร้านใบชาหมูกระทะที่อยู่หลัง มอพายัพ เป็นร้านเล็กๆแต่คนเยอะทุกวันครับ (ไม่รู้ยังมีรึเปล่า อิอิ)

    *พายัพพลาซ่า ทำการตลาดซะเว่อร์แต่เจ๊งครับ เพราะเด็กพายัพไม่เข้ากันครับ

    *พายัพมีสองฟากคือฟากโรงพยาบาลแม็คคอลมิค และฟากแม่คาว

    *และอีกที่คือ บ้านธารแก้วให้พวกน้องๆการโรงแรมเรียนกัน

    *เชียงใหม่มีสองพายัพครับคือ มหาวิทยาลัยพายัพ (ยัพใหญ่) กับ โรงเรียนพายัพเทคโนโลยีและบริหารธุรกิจ (พายัพหาปลา) ชื่อเหมือนกันแต่ไม่ได้เป็นอะไรกันเล้ยพายัพหาปลาเทียบกันไม่ติดด้วยซ้ำ

    *โรงเรียนพายัพเทคโนโลยีและบริหารธุรกิจใด้ชื่อว่าพายัพหาปลาเพราะว่าสโลแกน ของมันคือ
    “Give me a hook not a fish” “
    ให้ปลาฉันหนึ่งตัวฉันมีปลากินหนึ่งวัน สอนให้ฉันหาปลาฉันมีปลากินตลอดไป


    *
    เทศกาลสงกรานต์ คนเชียงใหม่ที่อยู่ในเมืองจะค้าขายกันสนุกสนานรวยเละ คนที่ไม่ได้ค้าขายและไฮโซพอมีเงินหน่อยจะย้ายไปเที่ยวที่อื่น คนต่างอำเภอและต่างจังหวัด ต่างประเทศจะเดินทางเข้ามาเล่นส่งกรานต์กันจนคูเมืองแทบแตก เป็นโอกาสทองของเด็กแวนซ์ เด็กแซ๊ป เด็กสก๊อยซ์ และเด็กต่างด้าวจะได้เขามาปะปนกลมกลืนกันในคูเมือง ช่วงนี้จะเป็นช่วงแย่งกันกิน แย่งกันเที่ยว โดยแท้

     
    *ห้างสรรพสินค้าที่ไกลความเจริญมากที่สุดคือคาร์ฟูร์ สาขาหางดง (หลายคนยังไม่รู้ว่ามีแน่เลย)

    *ชาวเขาเวลาลงดอยมาซื้อของจะลงมา 1 คันรถนั่งเต็มหลังกระบะ

    *แจ่งพื้นที่ที่สูงที่สุดคือแจ่งหัวรินและต่ำที่สุดคือแจ่งกะต้ำทำให้น้ำไหลจากแจ่งหัวรินไปแจ่งกะต้ำ

    *เวลาขับรถรอบคูเมืองคูเมืองรอบนอกแจ่งศรีภูมิจะต้องรอสัญญานไฟจะไม่เลี้ยวขวาผ่านตลอด

    *เมืองเชียงใหม่มีกำแพงเมืองรอบนอกคือกำแพงดินเป็นดินที่ขุดจากคูเมือง เอาไปถม แต่ปัจจุบันเป็นที่สิงสถิตย์ของ ผญขายบริการ

    *คนเชียงใหม่เดินช้าและเนิบ

    *โรงเรียนที่มีชื่อในเชียงใหม่มักเป็นโรงเรียนเอกชน

    *เมื่อก่อนเด็กดารากับวัฒโนไม่ถูกกัน

    *โรงเรียนมงฟอร์ตและวชิรวิทย์แผนกประถมและแผนกมัธยมอยู่ห่างกันโคตร

    *นั่งรถแดงเดินทางจากเซ็นทรัลไปมอชอจ่าย 20 บาท

    *แต่นั่งรถเหลือง 20 บาทนั่งไปอำเภอรอบนอกที่ไกลเป็น 20 กิโลยังได้เลย

    *รถเหลืองบางคันชอบขับแข่งกันเพื่อนำหน้า จะได้แย่งลูกค้ากันเวลานั่งไม่ต้องตกใจ


     

     

      Hi I am = Asafa Fahud =   

     

    เชียงใหม่หรือนี่

    *มอชอ หลายคนจะนึกว่ามีสองฝั่ง แต่มีอีกที่นึงคือฝั่งแม่เหียะมีสามคณะคือ สัตวแพทย์ อก และ เกษตร

    *ถ้าในมอชอไฟดับจะเกิดการแจกของ ขึ้น

    *มอชอเรื่องเล่าผีเยอะมาก

    *ป้าและเด็กที่ขายลูกชิ้นทอดข้างสวนสุขภาพดุ
     
    *แซ๊บและสก๊อยจะไม่ค่อยไปเดินที่โรบินสัน

    *บนโรบินสัน จะพบคู่เกย์ และทอมดี้เดินกันเยอะมาก

    *และบนเซนทรัลจะพบแซ๊บและสก๊อยเยอะเหมือนกัน

    *แซ๊บและสก๊อยชอบขี่มิโอ ฟังเพลงไอน้ำ  ใส่เข็มขัดติดเป๊ก ใส่รองเท้าหนีบ

     

    *ถ้าขับรถเลยแยกแอร์พอร์ตไปทางถนนมหิดลจะเจอจุดกลับรถที่ใกล้ที่สุดคือใต้สะพานข้ามน้ำปิง (ไกลโคตร)

    *ทางลอดใต้อุโมงค์แห่งแรกในเชียงใหม่คือ ทางลอดบิ๊กซีสร้างสมัยบิ๊กซียังเป็นโอชอง

     * ที่เชียงใหม่มีปั๊มน้ำมันที่ต้องเติมเองอยู่ปั๊มนึงปั๊มบางจาก แถวๆ โรงแรมเชียงใหม่ภูคำ

     

    *ใกล้ๆกับ วิชั่น ตรงข้ามซิมบาร์ วิธีเติมเดินไปที่เคาท์เตอร์ บอกว่าจะเอาอะไร กี่บาทแล้ว

     เขาจะบอกเราว่าให้เติมที่หัวจ่ายไหน (ต้องดูให้ดีเพราะเคยมีคนเอารถไปจอดเทียบหัว

     จ่าย รอเป็นชั่วโมงก็ไม่มีคนมาเติมให้)


    *Ozone net เป็นร้านอินเตอร์เนตที่มีสาขาเยอะที่สุดในเชียงใหม่ เปิด 24ชั่วโมง เส้นใหญ่

     

    *ย่านการค้าสำคัญ ๆ เช่นกาดหลวง จะเป็นแหล่งค้าขายของคนจีนเชื้อสายไทย

     

    *ไนท์บาร์ซ่าเป็นของชาวเขา ห้างฯเป็นของคนต่างถิ่น คนเมืองเชียงใหม่แท้ ๆถอยร่นไปอยู่รอบนอกเรื่อย

    *แรงงานต่างด้าวคือไทยใหญ่ และพม่า มีเยอะมาก(น่าจะถึงล้าน)หากไม่ฟังการพูดจะแยกไม่ออกว่าคนที่เดินผ่านหน้าไปเมื่อกี้เป็นคนเชียงใหม่หรือเปล่า หน้าตากลมกลืนกันไปหมด

     

    *แต่คนเมืองสามารถแยกคนเหล่านี้ออกจากพวกตัวเอง

     

    * แรงงานเกือบทั้งหมดเป็นแรงงานต่างด้าว ฉะนั้นในร้านอาหาร ปั๊มน้ำมัน งานบ้านก่อสร้าง งานสวน ค้าขาย(ลูกจ้าง) จะเป็นคนต่างด้าวทั้งนั้น

     

    * ในเชียงใหม่แท้ ๆ อยู่ในเมืองน้อยมาก หากยังอยู่ส่วนมากจะฐานะดีเพราะที่แพงยะกะทองคำ ยิ่งตอนนี้ใครมีบ้านมีที่แถวนิมมานฯรับเละเจ้าของบ้านขนกระเป๋าออกจากบ้านไปเช่าคอนโดอยู่แล้วเอาบ้านให้นักธุรกิจเช่าเพราะได้ค่าเช่าแพง และเรียกล่วงหน้าได้เป็นปี ๆ ด้วย

     

    *มีโรงแรมเล็ก ๆ เกร๋ ๆ เท่ห์ ๆ ขึ้นเป็นดอกเห็ดในเขตคูเมืองเห็นแล้วอยากจะกริ๊ดดดอยากเป็นเจ้าของมั่ง


    *โรงแรมและสปาที่ดีควรจะอยู่ในเขตคูเมืองและอยู่ติดวัดหรืออยุ่ติดริมน้ำปิง ถึงจะได้

    บรรยากาศเชียงใหม่แต้

     
    *
    ถ้าใครชอบผู้ชายที่หน้าตาออกแนวเกาหลีๆ ให้มาดูที่เชียงใหม่ มีเยอะมาก เดินเข้าไปถามว่ามาจากไหน ส่วนมากจะตอบว่า "เพ่อ โล มา จ่า ดอ" (เพิ่งลงมาจากดอย)

     
    *
    กับข้าวใน อมช. หากินได้ในราคา 12 บาท น้ำ 4 บาท รวม 16 บาท ทำให้คุณอิ่มได้ 1 มื้อ ดีมากสำหรับเศรษฐกิจแบบนี้


    *ช่วงนี้เครื่องบินขับไล่ มาฝึกบินที่เชียงใหม่บ่อยมาก เสียงดังโคตรรรร (อีดอก กุจะนอน)


    *ผู้หญิงเชียงใหม่ ส่วนมากจะเรียบร้อย แต่แรดเงียบ และลึก

     

    *ถ้าจะไปดู Zoo Aquarium แนะนำว่าอย่าเพิ่งไป เพราะยังไม่พร้อม น้ำยังไม่ใสไปดูที่ม.บูรพาจะคุ้มกว่า

     

    *มีถนนอยู่ 1 เส้น แถวๆกาดหลวง ที่รถจะต้องวิ่งสลับเลนกัน (เหมือนอยู่เมืองนอกเลยอ่ะ)

     

    * ริมปิง เป็นซูปเปอร์มาร์เกตที่ดูจะมีรสนิยมที่สุดในเชียงใหม่ (มากกว่าท๊อปส์)เพราะส่วนใหญ่จะเน้นขายของนำเข้า กลุ่มเป้าหมายจะอยู่ที่ คนไทยที่มีสามีฝรั่งและชาวต่างชาติ

     

    * ไก่ทอดเที่ยงคืน ราคาแพงพอๆกับ KFC ควรมีเงินมากกว่า 1 ร้อยบาท ถ้าคิดจะไปกิน


    * อุโมงค์ที่ยาวที่สุดในเชียงใหม่ คืออุโมงค์เข้าห้าง Big C แถวๆซุปเปอร์ไฮเวย์ รองลงมาคืออุโมงค์หน้าศูนย์ราชการ

     

    * สนามกีฬา 700 ปี ห้ามไปหัดขับรถ

     

    * ถ้าขึ้นรถแดง และได้นั่งข้างคนขับ อย่าพยายามคุยเรื่องการเมืองเพราะเขาจะถามคุณว่า คุณอยู่สีอะไร ถ้าคุณตอบว่าอยู่สีเหลืองคุณอาจถูกถีบตกจากรถได้ง่ายๆ

     

    * คนเชียงใหม่เรียกกาดสวนแก้วว่า "เซน" และเรียก เซนทรัลแอร์พอร์ตว่า "โร"จำไว้จะได้เรียกกันให้ถูก

     

    * คนเชียงใหม่ จะเรียก มหาวิทยาลัยเชียงใหม่สั้นๆ ว่า "มอ" เฉยๆ (เช่น "ไปไหน">> "ไปมอ") ใครที่พยายามเรียกว่า "มอชอ" จะถูกมองเป็นพิเศษ


    * 80% ของวัยรุ่นในผับ ขี่มอเตอร์ไซค์มาเที่ยว และผับเลิกจะมุ่งหน้าไปไก่ทอดเที่ยงคืน และขนมจีนสันป่าข่อยทันที เพราะฉะนั้นอย่าคิดว่าแต่งตัวดีจะฐานะดีเสมอไป


    * เด็กปริ๊นซ์ จะถูกปลูกฝังมาว่า ห้ามญาติดีกับเด็ก มง แต่เท่าที่เห็นเด็กปริ๊นซ์กับเด็กมง แดกกันเอง ไม่รู้อะไรยังงัย

     

    * รถแทกซี่ในเชียงใหม่ ไม่มีมิเตอร์ อยากไปไหนต้องต่อรองราคากันเอง ............. เพื่ออออออออ???

     

    * ในช่วงเทศกาลที่มีการปล่อยโคมลอยเยอะๆ แนะนำ อย่าไส่เสื้อผ้าราคาแพงๆไปและให้ไส่หมวกไปปล่อยโคมด้วย ไม่งั้นจะโดนน้ำตาเทียน หรือพลาสติดไหม้ หยดไส่หัวเอาโดยเฉพาะตรงประตูท่าแพ

     

    *กระจกเงาในร้าน Love at first bite ใสกิ๊งมาก เคยมีคนตาลายชวนเพื่อนเข้าไปนั่งในกระจก นึกว่าในกระจกเป็นห้องอีกห้องนึง

     

    *อย่าไปซื้อของที่กาดหลวงเด็ดขาด เพราะถ้าคุณมาที่กาดเทศบาล (แถวๆ กงศุล สหรัฐ)คุณจะเจอของอย่างเดียวกัน แต่ราคาถูกกว่าครึ่ง

     

    *สะพานเหล็ก รถวิ่งทางเดียว อย่าทะลึ่งวิ่งสวนทาง เด๋วจะวุ่นวาย (เคยเจอมาแล้วถอยกันระนาว แอบโดนด่าอีก)

     

    *ในอดีต สวนสุขภาพข้างหอประชุม มช. และแปลงผักคณะเกษตรเคยมีพวกเกย์มาแอบปฏิบัติราชการลับ ภายใต้รหัส "เก็บผักเก็บหญ้า"และมีกะเทยจำนวนไม่น้อย ชอบตะโกนแซวว่า "เร็ว เร๊ววว จะเก็บอะไรก็รีบเก็บเด๋วตลาดวาย"

     

    *เชียงใหม่ มีรถเมล์ ราคา 10 บาทตลอดสาย รถเมล์ทุกคันแอร์เย็นมากขึ้นไปนึกว่าอยู่ในกรงหมีแพนด้า

     

    *พอเราขึ้นรถเมล์เชียงใหม่ กระเป๋ารถเมล์จะลุกมาถามทันที ว่าจะลงที่ไหนพร้อมทั้งมารอยืนเก็บตังค์ ทั้งๆที่กุยังหาที่นั่งไม่ได้ (มึงจะรีบอะไรกันนัก)

     

    * ร้านตัดผมที่ครั้งหนึ่งในชีวิตคุณควรไปตัดคือร้านพี่ตี๋ หน้า มช. (ทางไปสวนสัตว์ อยู่ข้างเทคโนตีนดอย) แล้วคุณจะรู้ว่า ทรงผมช่วยชีวิตคุณได้

     

    *โค้งที่น่าอันตรายที่สุดของเชียงใหม่ อยุ่บนดอยสุเทพคับ ก่อนถึงวัดพระธาตุแต่อัตราการเกิดอุบัติเหตุที่โค้งนั้นน้อยมาก ..

     

    * เราสามารถเห็นเจดีย์วัดร้างอยู่ติดกำแพงบ้านคนเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของบ้านได้โดยทั่วไปในตัวเมืองคับ

     

    * ถ้าอยากทานไอติมหลังสี่ทุ่ม สเวนเซ่นในโลตัสคำเที่ยงยังเปิดอยู่คับ

     

    * ถนนนิมมานเหมินต์เป็นย่านที่ค่าครองชีพสูงสุดในเชียงใหม่คับแต่เมื่อสิบยี่สิบปีก่อนยังเป็นทุ่งนาอยู่เลย

     

    * บัตรผ่านกองบิน สามารถเอาไปถ่ายเอกสารสีได้แนะนำให้ยืมคนที่มีบัตรผ่านที่ไม่ใช่สีเขียวแดง เช่น สีฟ้า สีชมพู เป็นต้นและห้ามวิ่งช้าผ่านด่าน ไม่งั้น สห.ทอ. จะตรวจเจอ

     

    *ขับรถเข้า มช. หลังสี่ทุ่ม ให้หรี่ไฟหน้า และเปิดไฟในรถเสมอ ยามจะไม่ตรวจอิพวกที่สาดไฟสูงเข้ามา จะโดนเรียกและจะโดนซักนานมาก

     

    * รถมอเตอร์ไซค์ที่วิ่งลัดกองบินต้องวิ่งริมทางเสมอมิฉะนั้นจะเจอกับกระแสลมอันรุนแรง พัดคุณล้มคว่ำได้

     

    * ที่จอดรถสนามบินเชียงใหม่ 8 นาทีแรกจอดฟรี (ทำไมต้อง 8 นาที งง มากค่ะ)

     

    * คนที่ไปไหว้ครูบาศรีวิชัยตรงตีนดอยจะขอแต่ในเรื่องการงาน การเรียนแต่ถ้าขอเกี่ยวกับความรักว่ากันว่า เลิกกันแทบทุกราย มิน่าล่ะ โสดมาสองปีแล้ว ขอแฟนไม่เคยได้

     

    * ไปเที่ยวห้วยตึงเฒ่าไม่ควรใส่เสื้อผ้าสีแดงไป เพราะเจ้าที่แรง

     

    * เรื่องผีวิญญาณใน มช มีตั้งแต่รากต้นไม้ไปจนถึงตึกเรียนทุกตึก

     

    * ข้าวซอยกาดมั่วจานละ20บาทใต้ถุนกาดสวนแก้วอร่อยกว่าที่ฟ้าฮ่าม

     

    *ผาลาดตะวันรอน อาหารงั้นๆ แต่วิวสวยมั๊ก

     

    * ร้านเฮือนเพ็ญตอนกลางวันกับตอนกลางคืน เจ้าของคนละคนกัน

     

    * เด็กมัธยมที่นี่ชอบใช้บริการปลอมบัตร ปชช เพื่อจะได้เข้าผับ เธค

     

    *อย่าพยายามหาเรียกมอเตอร์ไซด์รับจ้างที่เชียงใหม่

     

    *ถ้าคุณขับรถมาเชียงใหม่ครั้งแรกแนะนำว่าให้อยู่ห่างๆคูเมืองไว้ ไม่งั้นคุณอาจจะเสียเวลาไม่ต่ำกว่าหนึ่งชั่วโมงเพื่อที่จะกลับไปที่เดิม

     

    *โรงแรมวโรรส แกรนด์พาเลซ เป็นโรมแรมที่ไม่ค่อยมีคนมานอน แต่ไม่ก็ยักกะเจ๊งซักที

     

    * รถแดงเชียงใหม่ตามใจตัวเองมากที่สุด เราอยากไปไหน ต้องถามว่าเค้าจะยอมไปส่งเรารึเปล่า ..

     

    * เซเว่นตรงประตูทางออกมอชอ เป็นที่เดียวที่ปิดสี่ทุ่ม ไม่ได้เปิด 24 ชม.

     

    *วัดสวนดอกมีพระประธานสององค์ หันหลังชนกัน

     

    * ถนนคนเดิน เคยอยู่ตรงประตูท่าแพ ไปจนเกือบถึงสะพานนวรัตน์ที่เห็นตอนนี้ย้ายมาทีหลัง และมีท่าทีจะขยายไปเรื่อยๆ เป็นไปได้ว่าจะลามไปทั้งเมือง

     


     

     

      Hi I am = Asafa Fahud =   

    เชียงใหม่หรือนี่

     

    *เวลาไปเดินถนนคนเดินไม่จำเป็นต้องเดินให้ครบทุกสายเพราะของจะซ้ำๆกัน

     

    *โจ๊กสมเพชรเปิด 24 ชั่วโมง เลยไม่เคยล้างหม้อเลย(เค้าบอก)

    *คำว่า "เปิ้น" หมายถึงบุรุษที่1หรือ3ก็ได้ (I,She,He) แต่คนเชียงใหม่ก็สื่อสารกันเข้าใจ

    *ไก่ทอดเที่ยงคืนงั้นๆ ร้านที่มาเปิดสับขาหลอก(ใกล้ๆกัน) อร่อยกว่า

    *ร้าน Milk Zone หน้ามอ เป็นร้านนมที่ปิดดึกที่สุด เมนูมากที่สุด (และไม่ค่อยอร่อย)

    *เชียงใหม่ไม่มีขนมโตเกียวขาย(ทั้งๆที่หากินได้ง่ายมากในกทม)
     
    *
    ผับหลักๆในเชียงใหม่ไม่เสียค่าเปิดเหล้า นักเที่ยวส่วนมากนิยมหิ้วไปเอง และสามารถเอาเหล้าที่เหลือไม่ถึงครึ่งขวดมาเปิดได้
     
    *
    โน๊ตอุดมคือไอดอลของชาวเชียงใหม่ส่วนมาก
     
    *
    แคลิฟอเนียฟิตเนสเชียงใหม่ไม่มีผ้าเช็ดตัวบริการ ใครจะมาเชียงใหม่ในฟิตเนส อย่าลืมเตรียมผ้าเช็ดตัวมาเอง
     
    *"
    หนังว๊อง"แปลว่าหนังยาง แต่"ปั๊ดว๊อง"แปลว่าชักว่าว "น้ำว๊อง"ก็แปลว่าน้ำกาม

    *ผู้ชายไทใหญ่หน้าตาดีกว่าผู้ชายแม้ว

    *กินข้าวที่กาดหลวงแอร์พอร์ต กินเสร็จต้องเอาจานไปไว้ที่จุดคืนจาน

    *เวลาไปไหว้ครูบาศรีวิชัย ให้รีบซื้อดอกไม้จากร้านไหนก็ได้ อย่าเลือกนานเพราะจะโดนกดดัน

    *อย่าแปลกใจถ้าจอดรถข้างถนนแล้วเวลากลับมาเอารถจะโดนเรียกเก็บค่าดูแลรถ 10-20 บาท

     

    *ร้านอาหารดังๆไม่ค่อยอร่อย ร้านอร่อยๆไม่ค่อยดัง

    *ซาลาเปาวิกุล(นวรัฐ)อร่อยและลูกชายหล่อ

    *รถติดแก๊ซเข้าจอดในที่จอดรถแอร์พอร์ตพลาซ่าไม่ได้    แอบจอดประจำ อิอิ

    *ใจไม่แข็งพอ อย่าคิดปั่นจักรยานในเมืองเชียงใหม่

    *นร.หญิง ดาราวิทยาลัย ชอบเป็นแฟนกับ นร.ชายปรินซ์ รอยัล

     
    *
    กาดคำเที่ยงขายต้นไม้ แต่แดดร้อนเหมือนทะเลทราย

    *JJ Market แรกเริ่มเดิมทีเจ้าของตั้งใจทำให้เป็นถนนสายวัฒนธรรม แต่ตอนนี้กลายเป็น RCA ไปแล้ว

    *เชียงใหม่มีนิตยสารแจกฟรีเยอะที่สุดในประเทศไทย

    *I berry นั่งข้างในเปิดแอร์แรงมากกกกก ควรเตรียมเสื้อกันหนาว (และพนักงานจะเหวี่ยงๆกันทุกคน)

    *ช่วงลอยกระทงอย่าไปเดินตามประตูท่าแพ   เพราะจะมีเด็กจุดประทัดโยนลงมาจากด้านบน

    *วาวีเป็นร้านกาแฟที่มีสาขาเยอะที่สุดในเชียงใหม่ (แค่บริเวณ ถ.นิมมานฯก็ปาไปแล้ว 3)

    *
    นิมมานเหมินท์ เขียนแบบนี้ (ไม่มี ร.เรือ)

    *ถนนจาก 4 แยกราชภัฏเข้าสู่ตลาดธานินท์ เหี้ยมากๆค่ะเหี้ยเกินเยียวยา

    *ถ้าไม่มีเส้นสายจะจองโต๊ะในมังกี้ วอมอัพในคืนศุกร์เสาร์ต้องส่งเพื่อนไปนั่งจองตั้งแต่ 5 -6 โมง

    *อย่าคิดไปนั่งพักผ่อนริมสระในวัดอุโมงค์เด็ดขาดเพราะจะไม่ได้พักผ่อน


    *
    ถ้าจะไปกินหมูกะทะควรเช็คราคาน้ำเปล่าก่อนนะคะ (เคยโดนขวดละ80กินไป2ขวด)

    *ผู้หญิงเชียงใหม่กินเหล้าเก่งมากกกกกกก

    *ขับรถในเชียงใหม่ต้องระวังรถแดง(สองแถว) และรถทะเบียนลำพูน

    *ถ้าคุณเป็นสีเหลืองอยู่เชียงใหม่ห้ามพูดเรื่องการเมืองเด็ดขาด  เด๋วเจอทีนลอยมา
     
     * 
    คนหล่อๆส่วนมากจะไปกระจุกรวมกันอยู่ที่ร้านวอร์มอัพไม่ใช่มังกี้
     
    สินค้าที่ถนนคนเดินวันอาทิตย์จะมีราคาถูกกว่าทั่วไปพอสมควร หากมีโอกาสควรรอซื้อของฝากที่นั่นทีเดียว
     
    เซนทรัลแอร์พอร์ตและเซนทรัลกาดสวนแก้วไม่มีแมคโดนัลด์
     
    -*
    เซอเคิลคือบาร์โชว์ที่เริ่ด และรวบรวมเด็กบาร์ค-ยใหญ่มากที่สุด
     

    *ถนนคนเดินหลัง รร.ปรินส์ วันเสาร์-อาทิตย์  เป็นแหล่งรวมของเก่าที่ใหญ่ที่สุดในเชียงใหม่ ใครอยากได้อะไรไปที่นั่นเป็นได้ติดมือกลับมา  แถมไม่แพงอีกด้วย
     
     *
    เมื่อยี่สิบปีก่อนเชียงใหม่เคยมีรถเมล์ สายด้วย    เมล์เหลือง เมล์ขาว  เมล์แดง  เมล์ฟ้า  แต่ตอนนี้เจ๊งกันไปแทบหมดแล้วเพราะพวกรถแดงซื้อทิ้ง
     
     *
    ตรง AIS ปัจจุบันนี้  เมื่อก่อนเคยเป็นโรงหนังโป๊มาก่อน  ชื่อ โรงหนังศรีวิศาล
     
     

    *ป้าที่ขายข้าวเหนียวมะม่วง ชั้นล่าง central กาด ใจดีและแถมหากชมว่าอร่อย
     
     *
    หนุ่มเชียงรายหล่อกว่าหนุ่มเชียงใหม่ (ในความคิดสาว ชม.)
     
     *
    สาวเชียงใหม่ สวยกว่าสาวเชียงราย (ในความคิดของหนุ่ม ชร.)
     
     *
    คนเชียงใหม่ไม่ค่อยมาเที่ยวเชียงราย แต่คนเชียงรายทุกคนได้ไปเชียงใหม่
     
     *
    ป๊อกคืด คือเรื่องผีที่ดังที่สุด ของ มช.
     
     *
    ขี่รถวนทวนเข็มนาฬิกา ใน มช. เรื่องเล่าบอกจะเจอผีนั่งบนหอนาฬิกา (ลองมาแล้วแต่ไม่เห็นเลย...)
     
    *
    ลัดดาแลนด์ เป็นสวนสนุกร้าง ที่ นศศ ไปลองดีเยอะมาก (ครอบครับโดนฆ่ายกครอบครัว)
     

    *นศ.สาว พายัพ สวยกว่า มช. เยอะมาก และสูงกว่า
     
    *
    นศ.สาว มช. จะเซอร์ ตาม concept ตามรุ่นพี่
     
    *
    สาวเชียงใหม่ ไม่หยิ่งเลย ที่เห็นหยิ่ง คิดไปเอง
     
    *
    อำเภอ สันกำแพงแหล่งทำร่ม มีร่มให้คุณ ขโมย ทุกที ตั้งแต่อันเล็กเท่ามดจนถึงอันใหญ่เท่าบ้าน(เพราะ จะเอาร่มประดับหน้าบ้านหรือปากซอย เป็น ซุ้มประตู ต้องไปกลางคืน)
     
    *
    กาด เช้าที่เริ่สที่ชุดคือสันป่าข่อยมีทุกสิ่งที่เป้นอาหาร
     
    *
    กาดเช้าที่เริ่สเป้นอันดับ 2 คือ กาด ประตู ช้างเผือกเพราะ ที่นี้จะมีข้าวมันไก่ ที่ไม่ว่าจะแซฟ หรือ เกย์ ที่เลิก จากมันดาเรย์ จะมากินกัน
     
    *
    คุณ จะ หาซื้อ ขนม ถุง5บาทในราคา 5 ถุง 20 ได้ที่ ตลาดประตูช้างเผือก
     
    *
    ตอนนี้ประตุช้างเผือก เข้าไม่ได้เพราะ เค้าจะทำอีกชั้น **ขุดกันสุดริด หาพระค่ะ
     
    *
    วัด แทบทุกวัด พระ จะรับจ๊อฟ จัดดดอก ไม้
     
    *
    วันมนเฑียร กับวัดโลกโมฬี เป็นวัดคู่แข่งแห่งความอลังการกัน
     
    *
    สันกำแพงเป็นแหล่งกระเทยงามและกระเทยเยอะสุด ตั้งแต่เดกป. 1 ถึงยายแก่
     
    *
    กระเทย โรงเรียนยุพราช จะหล่อกระเทย ปริ้นซ์ จะดูดี
     
    *
    ชะนี โรงเรียนดาราร้อยละ95 พูดคำเมือง
     
    *
    ชะนียุพ จะแรงกว่าชะนีวัฒโน
     
    *
    กระเทยปริ้นซ์ทุกคนใฝ่ฝันใส่กระโปรงแดง
     
    *
    แมคโดนัล ที่ ไนท์บาซ่า จะมีเด็กมงเป็นอาหารตาไม่ก็ญี่ปุ่นเกาหลี
     
    *
    เด็กโรงเรียนยุพราช เก่งที่สุดในการกดสเลอปี้ได้เยอะสุด

    * กระเทย รร สันกำแพงชอบใส่วิกไปงานวัด

     

     

      Hi I am = Asafa Fahud =   



    เชียงใหม่หรือนี่

     
    *
    กระเทย รร วชิราลัย อยุ่สารภีอาทิตย์ หนึ่งจะได้มาเที่ยว 2 วัน
     
    *
    ชะนีพระหะรึทัยมีรถยนขับแทบทุกนาง
     
    *
    กระเทย ท่าแพ ทำงานถึง 7โมงเช้า
     
    *
    วอมอัพเป้นแหล่งสิ่งเกย์แอบและผู้ชายหล่อ
     
    *
    ร้าน ไอติม ไอเบอร์รี่ของโน๊ต อุดม แพงเว่อ 2 ก้อน 90 แต่มีคนเต็มร้าน และ ตอนเยนยุงเยอะมาก
     
    *
    หมู กะทะที่ขึ้นชื่อมี4ร้าน ซุ่มสบาย สุคนทา ชุมแพ ดังๆๆแต่ร้านที่คนว่าเริ่สม่ายใช่ 4 ร้านนี้กลับเปงหมูกะทะเอบีซี
     
    *
    หมูจุ่มแถวคำเที่ยงคนเยอะมากกินแล้วหัวเราะทังคืน(เค้าว่าผสมกันซา)
     
    *
    สันป่าตองมีกาดวัดกาดควาย

    * อำเภอเชียงดาวเป็นแหล่งผลิต แซฟและเดกแว้น สก้อย  แต่เกย์ที่นี้หล่อทุกคนแหละผู้ชายก้อ หล่อค่ะ
     
    *
    อำเภอ ฝาง ปลูกส้มเยอะสุดซื้อ ของธนาทอน จะแพงมาก ใส่กล่อง แล้ว ราคา 400 ทั้งๆๆที่ส้ม มาจาสวนเดียวกัน
     
    *
    โรงเรียน ปริ้นซ์เป็น รร ที่หนาวสุดในตอนกางคืน เพราะต้นไม้เยอะ
     
    *
    เด็ก มงแทบจะไม่เดิน เซนทรัลเลย
     
    *
    ครู กวดวิชา เชียยงใหม่ เน้นฮา
     
    *
    ที่อ่างแก้ว ข้างในตรงเป็นม้าหิน มีคนเข้าไปเอากันจริง! คอนเฟิร์ม เพราะไปทำข่าวมา
     
    *
    และหออ่างแก้ว(หอพักอาจารย์) มีน.ศ.ชายไปขโมยอันเดอร์แวร์ของอ.จ.แล้วโดนจับได้ ที่สำคัญแม่งขโมยของอ.จ.ชายนี่สิ...
     
    *
    หอชายของหายบ่อย แม่งแค่ยกบานเกล็ดออก ไม่ก็บิดลูกบิดทุกห้อง ดูห้องไหนว่าง ถ้ามีคนก็แกล้งทำเป็นเข้าห้องผิด
     
    *
    หอสองชายจะทุบทำเป็นหอเก้าหญิง
     
    *
    จะมีป้าคนนึงคอยขับรถเครื่องตระเวนให้ข้าวหมาในมอ
     
    *
    มีคนโดนข่มขืนที่ทางเดินไปชมรม (แถวหอชมพู) มอปิดข่าว
     
    *
    วิศวะรับน้องให้สก็อตจัมพ์จนต้องพาเข้าสวนดอก ต้องกรีดขาลดแรงดันเลือด มอปิดข่าว
     
    *
    ทางหลวงเส้นซุปเปอร์ไฮเวย์ รถยางแตกบ่อยมากกกกกก บางทีขับรถอยู่ดีๆ อีคันหน้ายางระเบิด เศษยางปลิวมาติดหน้ารถเรา เกือบเสียหลักตกถนน
     
    *
    มาเชียงใหม่อย่าเบื่อดอยสุเทพค่ะ อย่าไปคิดว่าเจ้าบ้านพาขึ้นเพราะไม่รู้จะพาไปไหนนะคะ แต่เค้าพาขึ้นเพราะเป็นที่ศักดิ์สิทธิ์และควรกราบไหว้ทุกครั้งที่มาเที่ยว

     
    *
    มิลก์โซน หน้ามอ รสชาติงั้นๆ แต่ผู้ชายเยอะมาากกกก
     
    *
    คนเชียงใหม่เรียกสถานีขนส่งว่า อาเขต ถ้าไปบอกรถแดงว่าไป ขนส่ง เขาจะพาไปส่งที่กรมการขนส่งทางบก อ.หางดง
     
    *
    ผู้หญิงดอยเต่าฟ้อนสาวไหมไม่ได้นะคระ เพราะเจอกันก็ทักว่า "จะปอยหนอย" เวลาสงสัยอะไรก็เค้าจะถามว่า "ทำมอย?" คร่ะ คริคริคริ
     
     *
    โรงแรมที่หรูหรา ไฮโซ และแพงที่สุดในเชียงใหม่คือ โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล ดาราเทวี ถ้าคิดจะมาพักที่นี่ ควรจะมีเงินติดตัวไม่ต่ำกว่า 5 หมื่นบาท ต่อคืน
     
    *
    อยากนั่งรถม้า ไม่ต้องไปถึงลำปาง ที่เวียงกุมกามมีให้นั่ง
     
    *
    หอยทอดภาคเหนือ กินกับน้ำจิ้มไก่ไส่น้ำส้มสายชู แต่คนภาคกลางกินกับซอสพริกศรีราชา
     
    *
    หลัง มช. มีข้าวไข่เจียวเยอะมาก หากินได้ในราคา 10 บาท ซอสไม่อั้น อร่อยมาก
     
    *
    กาดสวนแก้ว เสียค่าจอดรถมอเตอร์ไซค์ 5 บาท รถยนต์ 10 บาท เซนทรัลแอร์พอร์ต จอดฟรี
     
    *
    อ่างแก้ว ห้ามเอาหมาไปเดิน
     
    *
    รถยนต์ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ก็วิ่งได้ ตำรวจไม่ค่อยจับ (หละหลวมเกินไปหรือป่าว
    ?)
     
    *
    อย่าขับรถตามรถแดง และรถทะเบียนลำพูน แล้วชีวิตจะดี
     
    *
    ถนนสันติธรรม กับ ถนนช้างคลาน เปรียบได้กับ ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ที่กรุงเทพ อาบ อบ นวด เยอะม่อกกกก
     
    *
    ในตอนกลางคืน บรรดาอาบอบนวดเหล่านั้น จะให้ผู้ชายหน้าตาดีๆ ออกมาโบกรถเรียกลูกค้า บางทียัง งง ว่ามันเป็นที่เที่ยวสำหรับผู้ชายหรือเกย์กันแน่
     
    *
    คนที่ติดดิน ไม่เรื่องมาก ไม่ถือตัว เท่านั้นที่จะเข้าถึงแก่นแท้ของความเป็นเชียงใหม่ ถึงแม้คนส่วนใหญ่จะเชิดไส่กัน แต่ลึกๆแล้วจิตใจดี ไม่ดุร้าย ไม่เชื่อลองเดินเข้าไปคุยสิ

    * ทักษิณจบจากมงฟอร์ต (บอกทำไม ใครๆก็รู้)
     
    *
    จาตุรน ฉายแสง เป็นศิษย์เก่าคณะแพทย์ มช.
     
    *
    สุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นศิษย์เก่าคณะรัฐศาสตร์ มช.
     
    *
    ชลิต เฟื่องอารมณ์ เป็นศิษย์เก่าคณะสังคมศาสตร์ มช.
     
    *
    เป้ย ปานวาด เป็นศิษย์เก่าคณะวิจิตร์ศิลป มช. และเป้ย เป็นเหมือนตัวอย่างของผู้หญิงเชียงใหม่ คือ ดูเหมือนจะเรียบร้อย แต่แรดเงียบ
     
    *
    นุ่น ศิรพันธ์ เป็นศิษย์เก่าคณะวิศวะ มช.
     
    *
    และอีกเยอะแยะ บรรยายสามกระทู้ก็ไม่จบ
     
    *
    ปั๊มน้ำมันที่รวยที่สุดในเชียงใหม่คือ ปั๊ม ปตท .มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ไม่เชื่อไปดูสิ มอเตอร์ไซค์เข้ามาเติมไม่ขาดสาย
     
    *
    เด็กกรุงเทพส่วนมาก มา มช. ร้อยทั้งร้อยจะบอกว่า มช. สวยมาก และอยากเรียนที่ มช จังเลย แต่ทำไมตอนแอดมิชชั่น มึงเลือก จุฬา มธ. เกษตร โถ่ ตอแหล
     
    ชาบูชิเพิ่งมาเปิดที่ เซนทรัลแอร์พอร์ต แรกๆ คนมายืนรอกันเพียบ ยังกะแดกฟรี
     
    *
    เชียงใหม่ เป็นจังหวัดเดียวที่พนักงานเซเว่นน่าแดกที่สุด กุเคยตะลอนค้นหาเพชรในตมเกือบทั่วทุกสาขาในตัวเมือง แต่ละสาขาก็มีหน้าเหี้ยบ้างหน้าเป๊ะบ้าง บางสาขาก็น่าเย็ดโคตรๆ ขาว ตี๋ หล่อ ล่ำ ใครอยากได้พิกัดสาขาเด็ดๆ บอกได้ เด๋วจัดให้
     
    *
    ป้าไก่ แห่งร้านครัวป้าไก่ (เลี้ยวขวาปากทางเข้ากองบิน) ไม่ค่อยถูกกับคนในหมู่บ้าน เพราะลูกค้าร้านแกชอบเอารถไปจอดขวางหน้าบ้านคนอื่น แล้วแกก็ไม่ยอมบอกลูกค้าถึงปัญหานี้
     
    *
    มาเชียงใหม่ อย่าสั่งอาหารทะเลมากิน เพราะ 95% แช่ฟอร์มาลีนมาทั้งนั้น

     

    * ปลาหมึกยักษ์ย่างที่ขายๆกันอยู่ เวลาจะกินต้องดูให้ดี ว่ามันเป็นปลาหมึกหรือยางพารากันแน่ ยี้ น่ากลัว
     
    *
    ลูกชายร้านขายก๋วยเตี๋ยว ตรงฝั่งประตูเกษตรหลัง มช. หล่อมาก (กะเทยอย่าไปกันเยอะนะคะ เด๋วนกแดก)
     
    *
    มหาลัยนอร์ท ไม่น่าสนใจเท่าไร อยู่ไกล

     

    *มหาลัยนอร์ท ตั้งมาไม่ถึงสิบปี จบไปตกงาน

     

    *จบที่นี่มีงานทำ ทำงานทะเบียนข้างในนั่นแหละ

    *
    ชะนีที่ฟาร์จะแรดมาก เวลาว่าง(หรือไม่ว่างก้อตาม)จะเห็นพวกหล่อนได้ที่โรบินสัน

     

      Hi I am = Asafa Fahud =   


     

    March 01

    ความสำเร็จสูงสุด คือ "สามารถหายใจได้เอง"

    ความสำเร็จสูงสุด คือ "สามารถหายใจได้เอง"



    เมื่ออายุได้ 1 ขวบ ความสำเร็จสูงสุด คือ "สามารถจำคนในบ้านได้ทุกคน"



    เมื่ออายุได้ 2 ขวบ ความสำเร็จสูงสุด คือ "สามารถเดินได้"



    เมื่ออายุได้ 4 ขวบ ความสำเร็จสูงสุด คือ "ไม่ฉี่รดที่นอน"



    เมื่ออายุได้ 15 ปี ความสำเร็จสูงสุด คือ "มีเพื่อนฝูงมากมาย"



    เมื่ออายุได้ 20 ปี ความสำเร็จสูงสุด คือ "เรื่องบนเตียง"



    เมื่ออายุได้ 30 ปี ความสำเร็จสูงสุด คือ "มีความมั่นคงในชีวิต"



    ***แต่เมื่อวัยเรากลับกัน****



    เมื่ออายุได้ 50 ปี ความสำเร็จสูงสุด คือ "เรื่องบนเตียง"



    เมื่ออายุได้ 60 ปี ความสำเร็จสูงสุด คือ "มีเพื่อนฝูงมากมาย"



    เมื่ออายุได้ 65 ปี ความสำเร็จสูงสุด คือ "ไม่ฉี่รดที่นอน"



    เมื่ออายุได้ 70 ปี ความสำเร็จสูงสุด คือ "สามารถเดินได้เอง"



    เมื่ออายุได้ 75 ปี ความสำเร็จสูงสุด คือ "สามารถจำคนในบ้านได้ทุกคน"



    เมื่ออายุได้ 80 ปี ความสำเร็จสูงสุด คือ "สามารถหายใจได้เอง"


    February 28

    ยาพารา

    ยาพารา VS แมว

    ในแมว พาราเซทตามอล จะทำให้เกิดความผิดปกติในระบบเลือด ทำให้เลือดไม่สามารถขนส่งอ๊อกซิเจนได้ หลังจากได้รับยาเข้าไปจะค่อยมีอาการผิดปกติเกิดขึ้นอย่างช้าๆ ในตอนแรกจะไม่สังเกตความผิดปกติ แต่ในตอนท้ายแมวจะแสดงอาการหอบ หน้าบวม

    หากได้รับปริมาณไม่มากสัตวแพทย์อาจแก้ไขโดยการรักษาได้ แต่หากได้รับในปริมาณมากมักตายใน 24-48 ชั่วโมง สัตว์ในตระกูลเดียวกับแมวเช่นพวกเสือก็อาจเกิดพิษได้เช่นกัน จริงๆแล้วส่วนใหญ่จะไม่แนะนำให้ใช้พาราฯกับสัตว์เลี้ยง

    รายละเอียดเพิ่มเติม การที่แมวมีความไวต่อพิษของพาราเซทตามอลมากกว่าในสัตว์อื่น อาจเนื่องจาก


    1.
    แมวมี enzyme UDT ในตับต่ำมาก ทำให้มีความสามารถน้อยในการ glucuronidateยาให้ได้สารที่ไม่เป็นพิษผ่านกระบวนการ
    glucuronidation

    2.
    แมวมีอัตราการขจัด ตัวยา พาราฯออกจากร่างกายจำกัดมาก โดยมีความสามารถเพียงหนึ่งในสิบของสุนัขเท่านั้น กระบวนการหลักในแมวได้แก่ sulfation (90%) ตามด้วย cysteine โดยผ่าน cytochrome P-450 (5%) และ glucuronidation(1%) ซึ่งการ sulfation จะเกิดได้สมบูรณ์และได้สารที่ไม่มีพิษ ต้องขึ้นอยู่กับการมี inorganic sulfate มากพอในร่างกาย แต่แมวก็มี sulfate จำกัดอีกเช่นกัน


    3.
    โมเลกุลของ hemoglobin ของแมวมี sulfhydryl groups 8-10 กลุ่ม ในขณะที่สุนัขมี 4 กลุ่ม คนและม้ามีเพียง 2 กลุ่ม จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ hemoglobin ของแมวไวต่อการเกิด oxidation และเปลี่ยน hemoglobin ไปเป็น methemoglobin*** และ
    Heinz bodies

    ***
    จาก ภาควิชาเภสัชวิทยา คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ

    การทำหมัน

    การทำหมันแมว

     

    การทำหมันแมวตัวเมีย

    การตกไข่ของแมวตัวเมียเกิดจากการกระตุ้น นั้นหมายความว่าร่างกายจะตกไข่หลังจากการผสมพันธุ์ วงจรการเป็นสัดอีกรอบหนึ่งจะเกิดขึ้นอีกสองสัปดาห์ต่อมา และจะหมุนเวียนอยู่เช่นนี้จนกระทั้งมีการผสมพันธุ์ ทั้งนี้แมวที่ทำหมันจะมีอายุยืนกว่าตัวที่ไม่ได้ทำหมัน การทำหมันเมื่ออายุยังน้อยจะช่วยลดหรือกำจัดความเสี่ยงที่เป็นมะเร็งเต้านมซึ่งเป็นมะเร็งที่พบบ่อยที่สุดในแมวเมีย รวมทั้งยังป้องกันการติดเชื้อหรือมะเร็งที่อวัยวะสืบพันธุ์และไม่ทำให้ตัวเมียเกิดภาวะเป็นสัดอีกต่อไป

    การทำหมันแมวตัวผู้



    การทำหมันยังช่วยยืดอายุให้กับแมวตัวผู้ด้วย แม้จะมีเหตุผลที่แต่ต่างกัน กล่าวคือ การทำหมันจะช่วยลดความเสี่ยงจากการทำงานบกพร่องของต่อมลูกหมากเมื่อมีอายุมากขึ้น อีกทั้งยังลดอาการก้าวร้าวและทำให้ไปกัดกับแมวตัวผู้ตัวอื่นน้อยลง การทำหมันยังลดโอกาสเสี่ยงที่จะติดเชื้ออันตรายที่มีน้ำลายเป็นพาหะจากแมวตัวหนึ่งไปสู่อีกตัวหนึ่งนอกจากนี้การทำหมันจะช่วยลดสัญชาติญาณของเพศผู้ที่จะขับปัสสาวะเพื่อกำหนดอาณาเขตซึ่งช่วยลดกลิ่นฉุนรุนแรงของปัสสาวะแมว ได้อีกทาง

    การเตรียมตัวก่อนการทำหมัน
    งดอาหารอย่างน้อย 12 ชั่วโมง งดน้ำอย่างน้อย 6 ชั่วโมง เพราะเมื่อวางยาสลบแมวอาจสำรอกอาหารออกมาแล้วเศษอาหารเข้าไปอุดตันทางเดินหายใจได้

     

     

    February 07

    ผู้ชาย 2 คนแต่ต่างเวลา

    ผู้ชาย 2 คนแต่ต่างเวลา
     
    ชายแก่เลยวัย 70 คนหนึ่งคุยกับลูกชายที่เพิ่งกลับมาเยี่ยม
    หลังจากแต่งงานย้ายครอบครัวออกไปไม่กี่ปี

    ชายแก่  : แจ๊ค (ชื่อลูกชาย) นั่นอะไรลูก? พ่อเห็นลางๆ
    แจ๊ค  : อ๋อ วัวหน่ะพ่อ

    เวลาผ่านไป 2-3 นาที

    ชายแก่  : แจ๊ค นั่นอะไรลูก?
    แจ๊ค  : วัวตัวเดิมนั่นแหละพ่อ ยังไม่ไปไหนเลย

    ผ่านไปอีก 2-3 นาที

    ชายแก่  : แจ๊ค นั่นอะไรอีกล่ะลูก?
    แจ๊ค  : (เริ่มมีอารมณ์หงุดหงิด)  วัวพ่อวัว !! วัวตัวเดิมที่เพิ่งถามนั่นแหละ

    เวลาผ่านไปอีก 2-3 นาที

    ชายแก่  : แจ๊ค นั่นอะไรลูก?
    แจ๊ค  : (เริ่มทนไม่ไหว) เอ๊ะ!! พ่อนี่ยังไงนะ ถามซ้ำๆ ซากๆ อยู่ได้ ผมจะบอกครั้งสุดท้าย แล้วนะว่า วัว...!!

    ผ่านไปอีก 2-3 นาที

    ชายแก่  : แจ๊ค นั่นอะไรน่ะลูก?
    แจ๊ค  : โอ๊ย!!! พ่อเลอะเลือนแล้ว คุยกันไม่รู้เรื่อง ผมไม่คุยกับพ่อแล้ว แล้วแจ๊คก็ผละจากพ่อไปอย่างอารมณ์เสียเป็นที่สุด

    เวลาผ่านไป จวบจนตอนเย็น

    ได้เวลาอาหารค่ำ  เมื่อไม่เห็นผู้เป็นพ่อลงมา
    แจ๊คจึงเดินขึ้นไปตามที่ห้อง ณ ที่นั่น เขาได้พบชายแก่
    นั่งเหม่อลอย ข้างๆ มีไดอารี่เก่าๆ เล่มหนึ่งที่เพิ่งเขียนบันทึกในวันนี้เสร็จ
    แจ๊คถือวิสาสะเข้าไปอ่าน ความว่า...
     
    ครั้งหนึ่งเมื่อ 40กว่าปีก่อนมาแล้ว
    เรามีลูกชายคนหนึ่งที่เรารักมากที่สุด
    เราตั้งชื่อเค้าเองว่า...แจ๊ค
    ในวันที่อากาศแจ่มใสวันหนึ่ง เราพาแจ๊คออกไปเดินเล่น
    ตอนนั้นแจ๊คกำลังพูดได้เก่งทีเดียว
    เราพาเค้าไปนั่งที่สวนหลังบ้าน
    พอดีมีวัวผ่านมา... แจ๊คถามเราว่า พ่อ นั่นอะไร...วัวไงลูก
    เราตอบ เวลาผ่านไป
    อีกไม่ถึงนาที แจ๊คก็ถามคำถามเดิมเราอีก เราก็ตอบเช่นเดิมอีก
    เป็นอย่างนี้อย ู่ถึง 25 ครั้ง
    ... เราไม่เคยเบื่อหน่ายเลยที่จะตอบคำถามเดิม ๆ   เหล่านั้น
    เรากลับรู้สึกดีใจอย่างที่สุดที่ลูกสนใจเราอย่างไม่เบื่อหน่าย...
    แต่ในวันนี้   ณ ที่แห่งเดิม คน 2 คน ที่เคยถามคำถามเดียวกัน
    หากแต่ว่าเราเป็นฝ่ายถาม   แจ๊คเป็นฝ่ายตอบ... เพียง 5
    ครั้งเท่านั้นลูกก็ตวาดเสียงดังใส่เรา   หาว่าเราเลอะเลือน
    รังเกียจแม้แต่จะคุยกับเราต่อไป...
    เมื่ออ่าบจบแจ๊ครู้สึกผิดขึ้นมาจับใจ   พ่อเลี้ยงเขามาอย่างดี
    แต่วันนี้สิ่งที่เขาทำให้ท่านคือ   การตวาดเสียงดัง
    ไม่พูดด้วยแล้วก็เดินหนีไป   เขาตระหนักว่า
    เขาได้ทำสิ่งผิดพลาดซึ่งเขาเองแทบไม่รู้ตัว

    แล้วคุณล่ะ   วันนี้คุณได้ทำอะไรดี ๆ ให้ท่านเหล่านั้นหรือยัง
    December 31

    ข้อคิดดีๆ


                24 แนวคิดเพื่อชีวิต

                

                1. การรักและไม่ได้รับรักตอบ เป็นทุกข์ แต่สิ่งที่ทุกข์ยิ่งกว่า คือการรักใครสักคน แต่ไม่มีความกล้าพอที่จะบอกให้คนคนนั้นรู้ และต้องมาเสียใจภายหลัง 

                2.พระเจ้าอาจจะต้องการให้เราพบคนที่ไม่ใช่…ก่อนที่จะมาพบคนที่ใช่ เพื่อเวลาเราพบคนคนนั้นแล้ว เราจะได้รู้สึกซาบซึ้งถึงพรที่ทานประทานมา 

                3.ความรักคือความรู้สึกที่คุณยังห่วงใยใครสักคนอยู่ แม้จะแยกความรู้สึก ความลุ่มหลง และความสัมพันธ์ แบบรักใคร่ออกไปแล้ว 

                4.สิ่งที่น่าเศร้าในชีวิต คือการพบคนที่มีความหมาย อย่างมากสำหรับเรา แต่มาค้นพบภายหลังว่า เราไม่ได้ถูกกำหนดมาเพื่อสิ่งนั้นและจะต้องปล่อยให้ผ่านพ้นไป 

                5.เมื่อประตูแห่งความสุขปิดลง ประตูแห่งความสุขบานอื่นก็จะเปิดขึ้น แต่เราก็มัวแต่มองประตูที่ปิดลงไปแล้วเนิ่นนาน จนกระทั่งเรามองไม่เห็นประตูที่เปิดไว้รอเรา 

                6.เพื่อนที่ดีที่สุดคือคนที่คุณสามารถนั่งอยู่ ริมระเบียงด้วยกันโดยไม่พูดอะไรกันสักคำ แต่สามารถเดินจากไปด้วยความรู้สึกเหมือน ได้คุยกันอย่างประทับใจที่สุด 

                7.เป็นความจริงที่เราไม่สามารถรู้เลยว่าเรามี อะไรอยู่จนกว่าเราจะสูญเสียมันไปแต่ก็จริง อีกเช่นกันที่เราไม่รู้ว่าเราพลาดอะไรไปบ้าง จนกระทั่งสิ่งนั้นเข้ามาหาเรา 

                8.การมอบความรักทั้งหมดให้ใครสักคน ไม่ได้เป็นหลักประกันว่าเขาจะรักเราตอบ อย่าหวังที่จะได้รักตอบ แต่จงรอให้มันงอกงามขึ้นในหัวใจเขา แต่ถ้ามันไม่ได้เป็นเช่นนั้น ก็ให้พอใจว่า อย่างน้อยมันก็ได้งอกงามขึ้นในใจของเรา 

                9.มีสิ่งที่คุณต้องการจะได้ยิน แต่คุณจะไม่ได้ยินมัน จากปากของคนที่คุณอยากได้ยิน แต่อย่าทำตัวเป็นคนหูหนวกโดยไม่รับฟังสิ่งนั้น จากคนที่เขาบอกกับคุณจากหัวใจ 

                10.อย่าบอกลา ถ้าคุณยังต้องการจะพยายามต่อไป อย่าท้อใจถ้าคุณยังรู้สึกว่าคุณไปไหว อย่าพูดว่าคุณไม่รักคนคนนั้นอีกแล้ว ถ้าคุณไม่สามารถทำใจได้ 

                11.ความรักมักมาเยือนผู้ที่ยังคงหวัง ถึงแม้ว่าจะผิดหวัง และมาเยือนผู้ที่ยังคงเชื่อ ถึงแม้ว่าจะถูกทรยศหักหลัง และจะมาเยือนผู้ที่ยังคงรัก ถึงแม้จะเคยเจ็บปวดมาก่อน 

                12.การที่เราจะประทับใจใครนั้นใช้เวลาแค่เพียงนาที การที่เราจะชอบใครใช้เวลาเพียงแค่ชั่วโมง การที่เราจะรักใครใช้เวลาเพียงชั่ววัน แต่การที่จะลืมใครนั้นต้องใช้เวลาชั่วชีวิต 

                13.อย่ามองใครจากหน้าตา เพราะมันอาจหลอกเราได้ อย่ามองใครจากความร่ำรวย เพราะมันไม่จีรังยั่งยืน ให้มองหาคนที่ทำให้คุณยิ้มได้ เพราะเพียงยิ้มเดียว สามารถทำให้วันที่หม่นหมอง กลับสดใส ขอให้คุณพบคนที่ทำให้คุณยิ้มได้ 

                14.มีช่วงเวลาในชีวิตที่คุณคิดถึงใครสักคน จนกระทั่งอยากดึงเขามาจากความฝัน เพื่อกอดเอาไว้ ขอให้คุณได้ฝันถึงคนพิเศษนั้น 

                15.ฝัน ถึงสิ่งที่คุณต้องการฝัน ไป ในที่ที่คุณต้องการไป เป็น ในสิ่งที่คุณต้องการเป็น เพราะคุณมีเพียงชีวิตเดียว และมีโอกาสเดียวที่จะทำทุกสิ่งที่คุณต้องการ 

                16.ขอให้คุณมีความสุขมากพอ ที่จะทำให้คุณเป็นคนอ่อนหวาน ผ่านการทดสอบมามากพอ ที่จะทำให้คุณเข้มแข็ง มีความเศร้าโศกพอ ที่จะทำให้คุณยังคงความเป็นมนุษย์ และมีความหวังมากพอ ที่จะทำให้คุณเป็นสุข 

                17.เอาใจเขามาใส่ใจเรา ถ้าคุณรู้สึกว่าสิ่งนั้นจะทำให้คุณเจ็บปวด รู้ไว้เถอะว่าคนอื่นก็เจ็บปวดจากสิ่งเดียวกันเช่นกัน 

                18.คำพูดที่ไม่ได้ยั้งคิดอาจก่อให้เกิดความขัดแย้ง คำพูดที่โหดร้ายอาจทำลายชีวิต คำพูดที่เหมาะกาละเทศะอาจลดความเครียด คำรักอาจเยียวยาและทำให้มีสุขได้ 

                19.จุดเริ่มของความรักคือการปล่อยให้คนที่เรารัก เป็นตัวของตัวเอง อย่าดึงเขาจากภาพความเป็นเขา มิฉะนั้นจะหมายความว่าต้องการเพียงภาพสะท้อน ของตัวเราที่ปรากฎในตัวเขา 

                20.คนที่มีความสุขที่สุด ไม่ได้หมายความว่าเขามีสิ่งที่ดีที่สุด เพียงแต่เขาสามารถทำสิ่งที่เขามีให้ดีที่สุดได้ต่างหาก 

                21.ความสุขรออยู่เบื้องหน้าผู้ที่มีน้ำตา ผู้ที่เจ็บปวด ผู้ที่ค้นหา และผู้ที่พยายามแล้ว เพราะมีเพียงพวกเขาเท่านั้น ที่รู้จักคุณค่า ของผู้คนที่ได้สัมผัสชีวิตพวกเขา 

                22.ความรักเริ่มต้นด้วยรอยยิ้ม งอกงามด้วยรอยจูบ และจบลงด้วยคราบน้ำตา 

                23.อนาคตที่สดใสมีรากฐาน อยู่บนอดีตที่ถูกลืม คุณไม่สามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้ดี ถ้าหากไม่รู้จักปล่อยวางความผิดพลาดในอดีต และความปวดใจ 

                24.คุณร้องไห้ตอนคุณเกิดในขณะที่คนรอบข้างกำลังยิ้ม จงมีชีวิตอยู่เพื่อเมื่อตอนคุณตาย คุณจะเป็นคนที่ยิ้ม ในขณะที่คนรอบข้างร้องไห้ให้ 

         


    December 18

    กีฬาแห่งชาติ

     
    ช่องวิ่ง
    นักกีฬา
    สถิติ (ประเภทลู่)
    ( hh:mm:ss:s )
    หมายเหตุ
    (Remark)
    อันดับ
    (Rank)
    5
    2028
    สมโภช  สุวรรณรังษี
    ลพบุรี
    ลพบุรี
    00:00:21.99
    รอบคัดเลือกพวกที่1
    1
    4
    1002
    มนตรี  ศรีมันตะ
    กรุงเทพมหานคร
    กรุงเทพมหานคร
    00:00:22.30
    2
    7
    4082
    เบญจรงค์  ไชยรักษ์
    สุราษฎร์ธานี
    สุราษฎร์ธานี
    00:00:22.42
    3
    2
    4057
    ธันธวัช  ทองอร่าม
    พังงา
    พังงา
    00:00:22.72
    4
    8
    5113
    ปัญญา  มะคุ้มใจ
    พิษณุโลก
    พิษณุโลก
    00:00:23.12
    5
    3
    3098
    ศรรตยา  ทองภู
    ขอนแก่น
    ขอนแก่น
    00:00:23.74
    6
    1
    5034
    ณรงค์เดช  จันทร์ใจ
    ลำปาง
    ลำปาง
    00:00:24.60
    7
    6
    3152
    สุพัฒชัย  แสนสอาด
    เลย
    เลย
    00:00:25.13
    8
     
     
       
    ช่องวิ่ง
    นักกีฬา
    สถิติ (ประเภทลู่)
    ( hh:mm:ss:s )
    หมายเหตุ
    (Remark)
    อันดับ
    (Rank)
    6
    1057
    อรรถพล  ประจำมูล
    สมุทรปราการ
    สมุทรปราการ
    00:00:22.36
    รอบคัดเลือกพวกที่2
    1
    4
    3153
    ประครอง  ดวงแก้ว
    หนองคาย
    หนองคาย
    00:00:22.56
    2
    2
    5002
    รชา  เลสมาน
    เชียงใหม่
    เชียงใหม่
    00:00:22.61
    3
    3
    4064
    คันธสิทธิ์  ตันติปุษปรรฆ์
    ภูเก็ต
    ภูเก็ต
    00:00:23.18
    4
    8
    3151
    ศักดิ์ชัย  สิงห์สกล
    เลย
    เลย
    00:00:23.18
    5
    7
    2142
    ณฐกร  ฉิมพาลี
    เพชรบุรี
    เพชรบุรี
    00:00:23.25
    6
    5
    5059
    วีระพงษ์  สุวรรณชื่น
    อุตรดิตถ์
    อุตรดิตถ์
    00:00:24.86
    7
    ช่องวิ่ง
    นักกีฬา
    สถิติ (ประเภทลู่)
    ( hh:mm:ss:s )
    หมายเหตุ
    (Remark)
    อันดับ
    (Rank)
    5
    4083
    ศุภชัย  ฉิมดี
    สุราษฎร์ธานี
    สุราษฎร์ธานี
    00:00:21.56
    รอบคัดเลือกพวกที่3
    1
    2
    1056
    สิทธิชัย  สุวรประทีป
    สมุทรปราการ
    สมุทรปราการ
    00:00:22.01
    2
    6
    2029
    ภิรมย์  อุทัศน์
    ลพบุรี
    ลพบุรี
    00:00:22.32
    3
    3
    3088
    ภานุสรณ์  เมืองจันทึก
    ชัยภูมิ
    ชัยภูมิ
    00:00:23.77
    4
    7
    1001
    พนม  พุดซา
    กรุงเทพมหานคร
    กรุงเทพมหานคร
    00:00:24.87
    5
    8
    4001
    ศักรินทร์  ดำจันทร์
    นครศรีธรรมราช
    นครศรีธรรมราช
    00:00:25.53
    6
    4
    3199
    เอกชัย  จันทนะ
    นครพนม
    นครพนม
    -
    DNS
    -
    ช่องวิ่ง
    นักกีฬา
    สถิติ (ประเภทลู่)
    ( hh:mm:ss:s )
    หมายเหตุ
    (Remark)
    อันดับ
    (Rank)
    5
    1056
    สิทธิชัย  สุวรประทีป
    สมุทรปราการ
    สมุทรปราการ
    00:00:21.31
    รอบชิงชนะเลิศ
    1
    6
    4083
    ศุภชัย  ฉิมดี
    สุราษฎร์ธานี
    สุราษฎร์ธานี
    00:00:21.32
    2
    4
    2028
    สมโภช  สุวรรณรังษี
    ลพบุรี
    ลพบุรี
    00:00:21.71
    3
    3
    1057
    อรรถพล  ประจำมูล
    สมุทรปราการ
    สมุทรปราการ
    00:00:21.97
    4
    2
    2029
    ภิรมย์  อุทัศน์
    ลพบุรี
    ลพบุรี
    00:00:22.02
    5
    1
    4082
    เบญจรงค์  ไชยรักษ์
    สุราษฎร์ธานี
    สุราษฎร์ธานี
    00:00:22.24
    6
    7
    1002
    มนตรี  ศรีมันตะ
    กรุงเทพมหานคร
    กรุงเทพมหานคร
    00:00:22.40
    7
    8
    3153
    ประครอง  ดวงแก้ว
    หนองคาย
    หนองคาย
    -
    DNS
    -
     

     

       
    November 29

    ปืนไรเฟลแรงสูง

    ปืนไรเฟลแรงสูง
    ผู้ผลิต- SIG Arms (Switzerland) และ JP.Sauer und sohn (Germany)
    รุ่น- SSG3000&nbsp; &nbsp;
    (SSG= Sharf Schutzen Gewehr หรือ ภาษาอังกฤษ Sharp Shooter Riffle หรือ ภาษาไทย ปืนไรเฟลของผลแม่นปืน)
    ผลิตใน-Germany
    ขนาด- .308 Win หรือ 7.62 X 51 mm. NATO
    ระบบป้อนกระสุน-Bolt action ลูกเลื่อน
    บรรจุกระสุน-Magazine 5 นัด หรือจะป้อนที่ละนัดก็ได้
    ความยาวตัวปืนรวม- 1180มม
    ความยาวลำกล้องปืน- 610มม
    น้ำหนักปืนเปล่า-5.4 กิโลกรัม
    น้ำหนักรวมกล้องและซองกระสุนบรรจุ5นัด-ราวๆ7กิโล

    ราคาเมืองไทย- ปัจจุบัน Germany งดการสงออกอาวุธประเภท Tactical ให้ประเทศไทย จึงไม่สามารถบอกถึงราคาจำหน่ายได้
    เมื่อ 5 ปีที่แล้วราคาของมันอยู่ที่ 160000-180000 เป้นที่ต้องการของนักแม่นปืนในบ้านเราอย่างมากแต่หาซื้อไม่ได้
    จึงทำให้ราคาของมันพุ่งขึ้นมาสูงจนเอือมไม่ถึง ไปเล่นปืนอเมริกาดีกว่า ถูกกว่าคุณภาพไล่ๆกัน อย่างเช่นรุ่นยอดนิยม Remington 700P
    Remington 40x Kimber Tactical แต่เนื่องจากตอนนี้ทางอเมริกาเองก็เริ่มงดส่งออก อาวุธประเภท Tactical ด้วย
    เลยทำให้ราคาของเจ้าตัวนี้กระโดดขึ้นไปตามกระแส (ตอนนี้มาให้ 2แสนกว่ายังตค้องขอคิดดีๆก่อนว่าจะขายดีไหม)

    อื่นๆเกี่ยวกับตัวปืน- ลำกล้องปืนเจาะพอรท์(Muzzle Brake) รอบทิศ และลดแสงจากการเผาไหม้ที่ปลายลำกล้อง
    มีความแม่นยำสูงมากจนได้เป็นปืนประจำการในหน่วยสงครามพิเศษของหลายๆประเทศ รวมถึงประเทศไทย


    กล้องที่ใช้อยู่
    ผู้ผลิต- Swarovski OPTRIK (Austria)
    ผลิตใน-Austria
    รุ่น ขนาด- 6-24x50 PL
    ศูนย์- PLEX
    ราคาเมืองนอก- 70000 บาท มาเมืองไทยก็ราวเกือบแสนหรือแสนหน่อยๆแล้วแต่ร้านจะบวกมากน้อยเท่าไร
    ข้อดี-ใส่แจ๋ว สีไม่ผิดเพี้ยน แพงดี หล่อเรียบโมตุล
    ข้อเสีย-เรียบและโมตุลไปหน่อยไม่ค่อยเข้ากะปืนที่เป็นระดับ Tactical กำลังขยายน้อยไปนิด
    อื่นๆ-
    ว่าจะซื้อกล้องของ NightForce 12-42x56 มาใช้อีกตัวครับ ไว้เผื่อระยะ 400 ม มีที่ซื้อที่ไม่แพงแต่ดีมากๆ ซื้อร้านค้าก็คงจะเหงือแตก (ภาพด้านล่างอันแรก)
    กล้องแพงสุดๆในตลาดตอนนี้ก็ น่าจะเป็นของ Schmidt & Bender 5-25x56 PM II LP ครับ ราคาก็น่าจะเกิน 150000 ถ้าโดนภาษี (ภาพด้านล่างสุด)


    กระสุน
    ผู้ผลิต-Lapua
    ผลิตใน-Finland
    ขนาด-.308 Win 7.62x51 mm NATO
    น้ำหนักหัวกระสุน- 185 Grains
    ความเร็วสูงสุด- 760 ม/วินาที
    ราคา- 60 บาท /นัด ขายเป็นกล่อง กล่อง/20นัด
     
     
    ในเรื่อง Shooter ซึ่งเป็นที่ประทับใจมากๆของนักแม่นปืนที่ได้ดูเรื่องนี้

    Cheyenne Tactical M-200
    ใช้ในฉากที่พระเอกถูกทาบทาม แล้วก็เลยได้ลองยิงกระป๋องดูที่ระยะ 1 ไมล์ หรือ 1.6 กิโลเมตร โดยใช้ความสามารถส่วนตัวคำนวนวิถีของกระสุน แล้วเสือกโดนด้วย 555+

    ความเป็นจริง-
    Cheyenne Tactical M-200
    ยิงลูก .408 Chey-Tac หรือ 375 Chey Tac ทำพิเศษขึ้นมาโดยบริษัทนี้เท่านั้น
    น้ำหนักหัว 419 เกรน ความเร็ว 884 เมตร/วินาที ลงรูปให้ด้วยครับ ใหญ่โตกว่า .308 หรือ .338 ที่ว่าใหญ่แล้วบานเบอะ (2ลูกสุดท้ายครับ 400 และ 419 เกรน)
    ถูกออกแบบและสร้างขึ้นมาโดย Dr. John D. Taylor และ ช่างปืน William O. Wordman ในปี 2001 ณ ประเทศ สหรัฐอเมริกา
    ถูกนำเข้าประจำการในประเทศ Czech Poland และ Turkey
     
     


    และได้ทำสถิติยิงไกลที่ระยะ 2321 หลา หรือ ประมาณ 2110 ม โดยต้องใช้ร่วมกับเครื่องคำนวนที่มากับปืน (คำนวนวิถีกระสุนโดยเอาข้อมูลจากสภาพแวดล้อม)
    โดยมีกลุ่มกระสุน 3 นัด ที่ 42.2 ซ.ม เห็นได้ชัดเลยว่า แม่นยำมากๆ ยิงลำตัวคนไม่น่าจะมีปัญหา

    ในโลกแห่งความจริงปืนนี้ถูกใช้ยิงหวังผลได้ถึงระยะ 2.4 กิโลเมตร แต่จะเอาแม่นๆก็ที่ระยะไม่เกิน 2กิโล โดยที่ต้องใช้ร่วมกับ คอมพิวเตอร์คำนวนที่มากับปืนด้วยเท่านั้น
    ก็เลยทำให้การยิงแบบในหนังที่ระยะ 1.6 กิโลเมตร ไม่ใช่เรื่องยากเลย เพียงแต่ว่าในหนังพระเอกไม่ได้ใช่เครื่องคำนวน (ซึ่งมันทำให้ดูเวอร์ไปหน่อย
    แต่ก็เป็นการแสดงให้เห็นว่าพระเอกเก่งกาจแค่ไหน)
    ส่วนที่ใช้ใน 2 ฉากนี้ คือเจ้า Remington 700PSS
    ยิงลูก .300 Win

    Remington 700 P เป็นปืนยอดนิยมในหมู่นักยิงปืนในบ้านเรา
    ยิงลูก .308 วิน
    เพราะราคาถูกไม่ถึงแสน ของแต่งเยอะ แต่งให้ดูดุดันได้
    เปลี่ยนสต็อกใหม่ ก็ดูเป็นรุ่นท็อปๆเลยครับ
     
     
     
     
    November 19

    ความจริงของโลก

     


    ข้อคิด เตือนใจ

    โลกกลมๆ ใบนี้ ไม่มีอะไรได้มาฟรี ๆ
    ของฟรีไม่เคยมี ของดีไม่เคยถูก
    คุณว่าจริงไหม . . .?

    คนเราต้องเดินหน้า เวลายังเดินหน้าเลย
    ไม่ต้องสนใจว่า. . .แมวจะสีขาวหรือดำ ขอให้จับหนูได้ก็พอ

    ในโลกกลม ๆ ใบนี้ไม่มีคำว่าแน่นอน
    คนเราเมื่อม้าตาย ก็ต้องลงเดิน
    ท้อแท้ได้ แต่อย่าท้อถอย
    อิจฉาได้ แต่อย่ าริษยา

    เหตุผลของคน ๆ หนึ่ง อาจไม่ใช่ของอีกคนหนึ่ง
    ถ้าไม่ลองก้าว จะไม่มีวันรู้ได้เลยว่า ข้างหน้าเป็นอย่างไร
    หนทางอันยาวไกลนับหมื่นลี้ ต้องเริ่มต้นด้วยก้าวแรกก่อนเสมอ

    อย่ายอมแพ้ ถ้ายังไม่ได้พยายามอย่างเต็มที่
    จงใช้สติ อย่าใช้อารมณ์
    เบื้องหลังความเข้มแข็ง สมควรมีความอ่อนโยน
    ไม่มีคำว่า บังเอิญในเรื่องของความรัก มีแต่คำว่าตั้งใจ

    ยินดีกับสิ่งที่ได้มา และยอมรับกับสิ่งที่เสียไป
    หลังพายุผ่านไป ฟ้าย่อมสดใส
    หลังผ่านปัญหาจะรู้ว่า ปัญหานั้นเล็กนิดเดียว
    ไม่เป็นขุนนางน่ะ ได้ แต่ไม่เป็นคนไม่ได้
    มีแต่วันนี้ที่มีค่า ไม่มีวันหน้า วันหลัง เมื่อวานก็สายเกินแก้
    พรุ่งนี้ก็สายเกินไป

    อย่าหวังว่า . . .จะได้รับความรักจากคนที่คุณรัก
    เพราะคนที่คุณรัก ไม่ได้รักคุณหมดทุกคน


    เพื่อนทั่วไป . . .
    ไม่เห็นคุณร้องไห้
    เพื่อนแท้ . . .
    มีหัวไหล่ไว้คอยซับน้ำตาให้
    เพื่อนทั่วไป . . 
    ถือขวดไวน์ติดมือมางานปาร์ตี้ของคุณ
    เพื่อนแท้ . . .
    จะมาแต่หัววันเพื่อช่วยเตรียมงาน
    เพื่อนทั่วไป . . .
    คาดหวังให้คุณอ ยู่เคียงข้างเขาเสมอ
    เพื่อนแท้ . . .
    คาดหวังที่จะอยู่เคียงข้างคุณตลอดไป

    September 05

    การถือศิลอดในทัศนะทางการแพทย์

    การถือศิลอดในทัศนะทางการแพทย์

    อัลลอฮฺ (ศุบหฯ) ได้ทรงไว้ในซูเราะฮฺ อัลบากอระฮ อายะฮที่ 183 มีใจความว่า “ โอ้ บรรดาผู้ศรัทธาเอ๋ย การถือศิลอดได้ถูกบัญญัติแก่พวกเจ้า ดังเช่นได้ถูกบัญญัติแก่ประชาชาติก่อนเจ้า เพื่อว่าพวกเขจ้าจะได้ยำเกรง ” (2/183)

    การถือศลอดในเดือนรอมฏอน เป็นอิบาดะฮเฉพาะอย่างหนึ่ง ได้ถูกบัญญัติลงมาในวันที่ 2 เดือนชะอฺบานปีที่ 2 แห่งฮิจเราะฮฺศักราช เป็นอิบาดะฮ ที่เน้นการงานทางด้านจิตวิญญาณเป็นสำคัญ คือให้คนรู้จักความอดทน อดกลั้นหรือละเว้น จากการกิน การดื่ม การร่วมรสระหว่างสามีภรรยา รวมถึงการกระทำในสิ่งที่ไร้สาระหรือขัดต่อคุณธรรม เริ่มตั้งแต่รุ่งอรุณจนถึงตะวันลับขอบฟ้า ด้วยเจตนา (นียัต) เพื่อพระองค์อัลลอฮฺ (ศุบหฯ) เท่านั้น

    “ การถือศิลอด ” มิใช่ “ ความอดอยาก ” เพราะการถือศิลอดมีจุดม่งหมายและหลักปฏิบัติอย่างชัดเจน มุอฺมิน ผู้ศรัทธา เชื่อว่าจะต้องมีฮิกมะฮฺ (เคล็ดลับ) อย่างแน่นอน อย่างเช่น สำนักการแพทย์ธรรมชาติบำบัดที่เน้นการบำบัดรักษาโรคด้วยวิธีการอดอาหารเป็นหลัก ในโอกาสนี้จะขออธิบายถึงหลักการบางอย่างที่เกี่ยวกับการถือศิลอดว่า มีความสอดคล้อง หรือขัดต่อหลักวิชาการแพทย์อย่างไรหรือไม่ เป็นพอสังเขป ดังนี้

    1. ระยะเวลาการถือศิลอด
    การถือศิลอดรอมฏอน หรือ ถือศิลนัฟสูก็ดี จะใช้ระยะเวลาในการละเว้นจากสิ่งต้องห้าม โดยเฉลี่ยประมาณ 13 ชั้วโมงต่อวัน ซึ่งโดยปกติเราทุกคน มีการอดอาหารอยู่แล้ว ครั้งละ10-12 ชั่วโมง คือหลังอาหารเย็น (ค่ำ) จนถึงการกินหารในวันเช้าใหม่ และในการตรวจวินิจฉัยโรคบาอย่าง เช่นการเจาะเลือดผู้ป่วยก็ต้องอดอาหารเป็นระยะเวลา 10-12 ชั่วโมง เช่นกัน ดังนั้นจะเห็นว่าระยะยเวลาของการถือศิลอดไม่ขัดต่อหลักการตามธรรมชาติ (ซุนนะตุลลอฮฺ) หรือทางการแพทย์แต่อย่างใด แต่จะมีความแตกต่างกันอยู่ที่ช่วงเวลากลางวันหรือกลางคืน ซึ่งการถือศิลอดยึดเอาช่วงเวลากลางวันเป็นหลัก ก็เพราะมีจุดประสงค์ที่มากกว่าการอดอาหารทั่วไปนั้นอง

    2. การเปลี่ยนแลงในร่างกาย
    การถือศิลอดจะทำให้ร่างกายต้องขาดพลังงานจากสารอาหารและต้องสูญเสียน้ำจากการขับถ่ายออกจากร่างกาย การสูญเสียน้ำมากกว่า 2 % ของน้ำหนักตัวจะทำให้ร็สึกกระหายน้ำ และเมื่อระดับในน้ำตาลกลูโคสในกระแสเลือดและเซลล์ลดลง ก็จะทำให้รู้สึกหิว ซึ้งจะเกิดอาการหลังจากการอดไปแล้วประมาน 6 - 12 ชั้วโมง ซึ่งเรียกนี้ว่าระยะหิวโหย
    ระดับน้ำตาลกลลูโคสและน้ำลดที่ลดลงจะกระตุ้นเซลล์ประสาท (นิวรอน) บริเวณฮัยโปทาลามัส (Hypothalamus) ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นศูนย์ควบคุมความหิว , ศูนย์อิ่มและศูนย์กระหายน้ำ สำหรับคนที่มีร่างกายปกติ มีเจตนา (นียัต) อย่างแน่วแน่และมีความเชื่อมั่นต่อบทบัญญัติของอัลลอฮฺ (ศุบหฯ) แน่นอนจะไม่ทำให้เขาถึงขั้นมีอาการหน้ามืดหรือหมดสติไป เพราะระบบต่างๆ ในร่างกายจะช่วยประสานงานกันดดยอัตโนมัตเพื่อที่จะรักษาสมดุลหเกิดขึ้นในร่างกาย ในระยะแรกร่างกายจะเริ่มมีการสลายพลังงานในรูปของกลัยโคเจน ที่เก็บสะสมไว้ในตับและกล้ามเนื้อ โดยมีฮอร์โมนกลูกากอนจากตับอ่อนมาช่วยในปฏิกิริยาเคมีนี้จะได้น้ำตาลกลูโคสเพื่อนำไปใช้เป็นพลังงานต่อไป ส่วนต่อมหมวกไต (Adrenal Gland) ในส่วนใน (Medulla) ก็จะถูกกระตุ้นให้หลั่งเอพิเนฟริน (Epinephrine) เพิ่มมากขึ้น และมีผลทำให้เซลล์อื่นๆใช้พลังงานลดน้อยลงด้วย

    ถ้าพลังงานทีได้รับจากการสลายกลัยโคเจนไม่เพียงพอ ก็จะสลายพลังงานสำรองในรูปของไขมัน ซึ่งกรดไขมันอิสนะออกมาสู่กระแสเลือด และจะถูกเปลี่ยนไปเป็นกลูโคสเพื่อนำไปใช้เป็นพลังงานต่อไป ส่วนการรักษาดุลน้ำและเกลือแร่ก็เป็นหน้าที่ของ Hypothalamus เช่นกัน ที่จะกระตุ้นให้ต่อมใต้สมองได้หลั่งฮอรโมน Vesoperssine หรือ ADH จะมีผลทำให้ไตมีการดูดซึมน้ำกลับมาใช้เพิ่มมากขึ้นจึงทำให้ปัสสาวะน้อยลงและมีสีเข้มมากกว่า

    ทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นว่าอัลลอฮฺ (ศุบหฯ) พระองค์ทรงรอบรู้ยิ่งเกี่ยวกับการทำงานของระบบต่างๆในร่างกายของมนุษย์และพระองค์ก็ได้กำชับให้เราศึกษาเกี่ยวกับตัวของเราเอง ดังคำตรัสของอัลลอฮฺ (ศุบหฯ) ความว่า : "และในตัวของพวกเจ้า พวกเจ้าไม่เห็นอะไรดอกหรือ ?" (อัซ-ซารียาต 51 : 52)

    3. การละศิลอด
    ท่านศาสดามูฮัมหมัด ได้แนะนำวิธีการละศิลอดไว้อย่างไร ? เมื่อเวลาละศิลอด อิสลามให้เรารีบละศิลอด ก่อนที่จะดำรงการละหมาด และแนะนำให้ละศิลอดด้วยลูกอินทผลัมหรือด้วยน้ำ มีรายงานจากท่านอะนัส อิบน มาลิก (รอฏ ฯ) กล่าวว่า “ ปรากฏว่าท่านนบี ละศิลอดด้วยอินทผลัมที่สุกงอมก่อนที่จะไปละหมาด ถ้าไม่มีอินทผลัมที่สุกงอมก็จะแก้ด้วยอินทผลัมที่แห้ง ถ้าหากไม่มีอินทผลัมที่แห้งก็จะกระจิบน้ำหลายกระจิบ ” (บันทึกโดย อะหมัด , อะบู ดาวูด , อิบนุคุไซมะฮ และอัตตัรมีซีย์)

    ในลูกอินทผลัมมีอะไร หรือ ? จากการวิจัยทางด้านโภชนาการ ทำให้เราทราบว่า ในลูกอินทผลัมที่สุกงอมนั้นประกอบด้วย น้ำตาลฟรุกโตส, น้ำ ,วิตามิน และแร่ธาตุ โดยเฉพาะน้ำตาลฟรุกโตสจักเป็นสารอาหารที่ให้พลังงานแก่รร่างกายชนิดหนึ่ง มีการดูดซึมบริเวณลำไส้เล็ก โดยวิธี Facilitate diffusion ซึ่งไม่ต้องใช้พลังงาน ส่วนน้ำตาลกลูโคสและกาแลกโตสนั้นจะดูดซึมแบบ Secondary Active ซึ่งต้องอาศัยทั้งตัวพาและพลังงาน ดังนั้นในสภาวะที่ร่างกายกำลังอ่อนเพลีย จากการขาดพลังงานและน้ำ ลูกอินทผลัมน่าจะเป็นผลไม้ที่ดีชนิดหนึ่ง สำหรับผู้ที่ถือศิลอด ส่วนผลไม้ชนิดอื่นๆที่มีรสหวานก็สามารถทานได้ (แต่ไม่ใช่ซุนนะฮ) ในทางตรงกันข้าม ถ้าละศิลอดด้วยน้ำเย็น หรืออาหารหนัก และอิ่มมากจรเกินไปก่อนจะไปละหมาดแทนที่เราจะได้พลังงานกลับคืนมาอย่างเร็ว เราต้องกลับเสียพลังงานไป เนื่องจากเลือดจะถูกส่งไปยังกระเพาะอาหาร และลำไส้เพิ่มมากขึ้น ทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองย้อยลง (สมองต้องการนำตาลกลูโคสประมาณ 40 % จากทั้งหมด) จึงทำให้มีอาการมึนงง, เวียนศรีษะ ,อ่อนเพลีย,แน่นหน้าอกและง่วงซึมได้ ดังนั้นในขณะที่แก้ศิลอด ท่านนบี ได้กล่าว คำดุอาว่า


    ذهب الظمأ وأبتلت العروق وثبت الأجر إن شاء الله

    ความว่า “ ความกระหายน้ำได้สูญเสีย เส้นโลหิตได้ชุมชื่นและจะดั้รบการตอบแทนอย่างแน่นอน อินซาอัลลออฺ ” (อะบูดาวูด , อัลบัยฮากีย์ และอัลฮากิม)

    4. จุดประสงค์ของการถือศิลอด
    มนุษย์อาจจะมีฐานะที่สูงส่ง หรือต่ำต้อยกว่าสัตว์เดรัจฉาก็ได้ ขึ้นอยู่กับความศรัทธาและอิบาดะฮของเขาต่ออัลลอฮฺ (ศุบหฯ) ประกอบกับความสามารถในการใช้สติปัญญาละจิตสำนึก เพื่อเอาชนะอารมณ์ใฝ่ต่ำหรือกิเลสได้ จะต้องผ่านการฝึกอบรมเป็นการพิเศษอย่างต่อเนื่องกับปัจจัยที่มีความสำคัญสำหรับชีวิตโดยมรเป้าหมายที่ชัดเจน เช่นการถือศิลอดรอมฏอน

    ทำไมเราจะต้องอดน้ำอดอาหารทั้งๆที่รู้ว่าเป็นสิ่งจำเป็นต่อการดำรงชีวิต โดนปกติแล้ว เป็นสิ่งที่ได้อนุมัติ (ฮาลาล) สำหรับมนุษย์ รวมถึงการหลับนอนร่วมรสระหว่างสามีภรรยาในเวลากลางวันต้องกลับมาเป็นสิ่งที่ต้องห้ามในเดือนรอมฏอน
    คำตอบก็คือ เพื่อพิสูจน์ความเป็นผู้ศรัทธาที่แท้จริง เพื่อแสดงให้เห็นว่า ความรู้สึกหิวโหยหรืออารมณ์ ใฝ่ต่ำ เขาสามารถควบคุมได้ ซึ่งต่างกับสัตว์เดรฉานที่พร้อมจะสนองตอบอารมณ์อยากใคร่ของมันได้ทุกเมื่อ ดังนั้นเมื่อเดอนรอมฏอนสิ้นสุดแล้วจะมีการเฉลิมฉลองความสำเร็จที่เรียกว่าอิย์ดุลฏรีย์ (การกลับสู่ความบริสุทธิ์ผุดผ่อง)
    คือการมีใจที่บริสุทธิ์ เข้มแข็ง หลุดพ้นจากการครอกงำของของฮาวานัฟสูหรือชัยฏอนนั่นเอง

    ดังนั้นการดำรงชีวิตของมุอฺมินทุกคนหลังจากรอมฏอนแล้ว จะเปรียบเสมือนชีวิตของคนที่ในสภาวะการถือศิลอดตลอดไป เขาจะต้องอดกลั่น ละเว้นจากการกระทำในสิ่งที่เป็นฮารอม (ทุจริต , คอรัปชั่น , คดโกง ,รับสินบน,รับส่วย,กินดอกเบี้ย เป็นต้น) และต้องงหากไกลการกระทำซีนา ได้อย่างง่ายดายด้วยความภาคภูมิใจ เพราะเขาได้บรรลุมรรคผลถึงขึ้น อัล มุตตากีน (ผู้ยำเกรง , ผู้สำรวม) นั้นเอง ซึ่งอัลลออฮฺ (ศุบหฯ) ได้ให้คำมั่นสัญญาว่า “ แท้จริงอัลลอฮฺจะทรงรับงานของผู้ตักวาเท่านั้น ” (อัลมาอีดะฮ 5 :27)

    5. บทสรุป
    จากคำอธิบายโดยย่อๆข้างต้น พอจะสรุปได้ว่าแท้จริงการถือศิลออดนั้น ไม่ขัดต่อหลักกการแพทย์แต่อย่างใด เพราะคุณสมบัติบางประการของผู้ที่ถือศิลอดนั้นต้องป็ฯมุอมินทีมีสุ๘ภาพดี และมิใช่ผู้ที่มีอุปสรรบางอย่าง (ดูรายละเอียดในวิชาฟิกฮฺ) ส่วนบุคคลที่มีอุปสรรจริงๆ จะได้รับการผ่อนผัน หรือยกเว้นจากการถือศิลอดโดยบุคคลกลุ่มหนึ่งจะต้องถือศิลอดใช้ และกลุ่มหนึ่ง ต้องจ่ายฟิดยะฮแทน นั้นก็เป็นเพราะความเมตตา และทรงรอบรู้ของอัลลลอฮฺ (ซ.บ.) เกี่ยวกับปฏิกิริยาเคมี กลไกลการทำงานของอวัยวะต่างๆในร่างกายมนุษย์นั้นเอง แน่นอนมิใช่ความประสงค์ของอัลลลอฮฺหากว่าอิบาดะฮ์นั้นจะนำไปสู่ความสูญเสีย (ทำให้เกิดโรค) แก่บ่าวของพระองค์ มีนักวิชาการอเมริกาคนหนึ่งชื่อนายแพทย์ Allan Cott เขาได้เขียนหนังสือเล่มหนึ่งชื่อว่า “ Way Fast ? ” (ทำไม่ต้องถือศิลอด) ซึ่งเป็นผลจากกการวิจัยของเขาจากหลายๆประเทศ เขาได้สรุปถึงเคล็ดลับของการถือศิลอดไว้ 10 ข้อ ดังนี้

    1. to feel better physically and mentally. = ทำให้รู้สึกว่ามีสุขภาพและจิตใจที่ดีขึ้น 
              2. to look and feel younger. = ทำให้มองเห็นและรู้สึกอ่อนเยาว์ขึ้น
              3. to clean out the body. = ทำให้ร่างกายสะอาดสะอ้าน
              4. to lower blood pressure and cholesterol levels = ช่วยลดความดันโลหิตสูง และระดับคอเลสเตอรอลในเลือด
              5. to get more out of sex = ช่วยลดความรู้สึกอารมณ์ใคร่ (เซ็กส์)
              6.to let the body health itself = ช่วยให้ร่างกายบำบัดตนเอง
              7. to relieve the tension = ช่วยลดความตรึงเครียด
              8. to sharp the sense = ช่วยให้สติปัญญาเฉียบแหลม 
              9. to again control of ourself = ทำให้สามารถควบคุมตนเองได้
              10. to slow the aging process = ช่วยชะลอความชรา

    นอกจากฮิกมะฮดังกล่าวแล้ว ท่านนบีมุฮัมหมัด (ขอความสันติสุขจงมีแด่ท่าน) ยังกล่าวไว้ มีใจความ “ แด่ผู้ถือศิลอดนั้น เขาจะได้รับความสุข 2 ประการคือ ความสุขเมื่อถึงยามละศิอด และจะมีความสุขเมื่อได้พบกับผู้อภิบาลของเขา (ในวันกียามัต) ” พร้อมกับรางวัลที่สูงสุดคือสวนสวรรค์ ซึ่งเขาจะเดินเข้าทางประตู อัร-ร็อยยาน ที่ได้สร้างเฉพาะแก่บรรดาผู้ที่ถือศิลอดด้วยความสุจริตใจต่ออัลลอฮฺ (ศุบหฯ) เท่านั้น ...

     

     



     

    September 01

    แฟนใครหว่า

    แฟนผมไม่ได้ขี้งอน เธอแค่ไม่พอใจที่ผมเบี้ยวนัดเธอ


     

    แฟนผมไม่ได้ขี้บ่น เธอแค่สอนให้ผมเป็นคนมีระเบียบบ้าง


     

    แฟนผมไม่ได้ขี้หึง เธอแค่ไม่อยากเสียผมไปให้คนอื่น


    แฟนผมไม่ได้จู้จี้ เธอแค่อยากรู้ว่าผมอยู่ที่ไหน กำลังทำอะไรอยู่ เพราะเธอเป็นห่วง


     

    แฟนผมไม่ได้น่ารัก เพราะเธอไม่อยากให้ผมต้องคอยตามเป็นห่วงอยู่ตลอดเวลา


    แฟนผมทำกับข้าวไม่อร่อย เพราะเธอเพิ่งจะฝึกทำกับแม่ของเธอเพื่อเตรียมตัวเป็นแม่บ้านที่

     

    แฟนผมไม่สวย แต่มันมีอะไรบางอย่างที่ทำให้เราเจอกันและทำให้ผมรักเธอ


     

    แฟนผมไม่รวย แต่เธอไม่เคยใช้เงินเกินมือและรู้จักเก็บออม


     

    แฟนผมไม่ได้งก เธอแค่สอนให้รู้คุณค่าของเงินทุกบาททุกสตางค์


    แฟนผมไม่ได้งี่เง่า เธอแค่อยากใช้เวลาบางส่วนของผมเพื่อให้เราได้อยู่ด้วยกัน


    แฟนผมเอาใจไม่เก่งเพราะเธอเสแสร้งไม่เป็นและเธอก็ไม่เคยเอาอกเอาใจใครมาก่อน


    แฟนผมสอนให้ผมรู้จักความอบอุ่นที่ไม่ได้มาจากแม่


     

    แฟนผมสอนให้ผมรู้การเอาใจเขามาใส่ใจเรา


     

    แฟนผมสอนให้ผมทำเรื่องดีๆที่ไม่ใช่การโดดเรียน


    แฟนผมสอนให้ผมรู้คุณค่าของเวลาทุกนาทีและผมก็ใช้มันอยู่กับเธอ


    แฟนผมสอนให้ผมรู้ว่าเซ๊กส์กับรักไม่ได้สัมพันธ์กันเสมอไป


     

    แฟนผมสอนให้ผมรู้ถึงความหวังดีของแม่ที่ผมมองข้ามมาตลอด


     

    แฟนผมสอนให้ผมรู้จักคำว่า “รักบริสุทธิ์”


    แฟนผมสอนให้ผมเห็นคุณค่าของชีวิต


    แฟนผมสอนให้ผมรู้ว่า ผู้ชายขาดผู้หญิงไม่ได้จริงๆ

     

    อืม . . ในความเป็นจริงจะมีผู้ชาย/ผู้หญิง สักกี่คนที่จะมองโลกในแง่ดีแบบนี้





     

      Hi I am = Asafa Fahud =   

    Motorcycle Illustrations By ArtKore

    August 18

    คนไทยคนเก่ง

    ผู้สื่อข่าวรายงานในการประชุมสภามหาวิทยาลัยราชภัฎอุดรธานี เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม  มีการแนะนำนายสุมิตร อิศรางกูร ณ อยุธยา ต่อกรรมการสภาฯ ว่าเป็นผู้ประดิษฐ์อุปกรณ์แยกก๊าซ "ไฮโดรเจน" จากน้ำแล้วนำมาเป็นเชื้อเพลิงกับรถยนต์  โดยมหาวิทยาลัยฯได้แลกเปลี่ยน และสนับสนุนเครื่องมือประกอบชิ้นส่วน และมีแผนถ่ายทอดความรู้ต่อนักศึกษา และบุคคลภายนอก 


    นายชัยพร รัตนนาคะ อดีต ผวจ.อุดรธานี นายกสภาฯเป็นประธาน ผศ.จรูญ ถาวรจักร อธิการบดี ได้


    โดยรถต้นแบบ รถทดสอบ , H2O เทคโนโลยีแห่งอนาคต และ HGV. Hydrogas Vehicle  เป็นรถเก๋งนั่ง 4 ประตู ขนาด 2,000 ซีซี. ก่อนที่นายสุมิตร อธิบายสิ่งประดิษฐ์ ตลอดจนขั้นตอนการทำงาน และมีการทดสอบ “ไฮโดรเจน” ที่ได้จากน้ำบริสุทธิ์ ด้วยการนำก๊าซใส่ขวดพลาสติก วางกับพื้นและใช้ไฟทดลองจุด เกิดระเบิดเสียงดัง และขวดกระเด็นไปไกล         


    นายสุมิตร เปิดเผยว่า สิ่งประดิษฐ์นี้คิดมาเมื่อ 4 ปีก่อน ขณะที่ยังคงทำงานอยู่”นาซ่า” สหรัฐอเมริกา เมื่อ 2 ปีก่อนตัดสินใจซื้อรถคันต้นแบบ เป็นรถใหม่เอี่ยมป้ายแดง โดยได้รับการสนับสนุนงบทั้งหมด จากนายศักดิ์ชัย ตันคงจำรัสกุล นักธุรกิจ จ.อุดรธานี และได้รับความช่วยเหลือเครื่องมือต่างๆ จากมหาวิยาลัยราชภัฎอุดรธานี ซึ่งเคยเรียนอยู่ที่นี่มาก่อน เป็นรถมีเชื้อเพลิง 3 ประเภท คือ น้ำมันเบินซิน , ก๊าซ LPG. และก๊าซไฮโดรเจน มีการทดสอบมาแล้วกว่า 40,000 กม. ยังไม่พบปัญหาใดๆ จึงไปจดสิทธิบัตรไว้เรียบร้อยแล้ว 


    นายสุมิตร กล่าวต่อว่า รถต้นแบบ “รีแอคเตอร์ 1” เป็นรถที่ใช้พลังผสมระหว่าง เบนซินกับไฮโดรเจน หรือ LPG.กับไฮโดรเจน ในสัดส่วนเบนซินหรือ LPG.40 เปอร์เซ็นต์ กับไฮโดรเจน 60 เปอร์เซ็นต์ ในการทดสอบวิ่งจากกรุงเทพฯมาอุดรธานี 560 กม. ใช้น้ำมันไปเพียง 10 ลิตรเท่านั้น ขณะที่น้ำที่ใช้ผลิตไฮโดรเจนเล็กน้อย อีกราว 3 เดือนอุปกรณ์ชุดนี้ จะเริ่มผลิตออกจำหน่าย ในราคาสูงกว่า LPG. แต่จะต่ำกว่า NGV. ยังไม่รวมค่าติดตั้ง     


    นายสุมิตรฯ อธิบายถึงอุปกรณ์ว่า จะเริ่มต้นที่น้ำบริสุทธิ์เหมือนน้ำกลั่น(ดีไอโอไนซ์) เติมเข้าไปในเครื่องรีแอคเตอร์ ที่จะแยกไฮโดรเจน และออกซิเจนออกมา เป็น HH-O ผ่านออกมาเซฟตี้วาวล์ ส่งตรงไปที่เครื่องยนต์ หากรถมีหัวฉีดก็ผ่านหัวฉีด ซึ่งทั้งหมดจะควบคุมด้วย คอมพิวเตอร์คอนโทรน ที่ติดตั้งอยู่ภายในตัวรถ เพื่อให้เครื่องผลิตไฮโดรเจน ออกมาเท่าที่เอาไปใช้เท่านั้น จะไม่มีการเก็บรักษาไว้ หากอุณหภูมิ ความดันผิดปกติ ก็จะมีระบบป้องกันตัวเอง   
    นายสุมิตร กล่าวด้วยว่า ที่ตัดสินใจจดสิทธิบัตรที่ประเทศไทย เพราะต้องการให้เทคโนโลยีนี้ เป็นสมบัติของชาติไทย คนไทยสามารถนำเอามาต่อยอด ในแนวคิดที่หลากหลายมากขึ้น ขณะที่ตนเองก็ต้องพัฒนาด้วยเช่นกัน ซึ่งขณะนี้ก็กำลังพัฒนา “รีแอคเตอร์2” อยู่  แต่หากจดที่สหรัฐอเมริกา จะต้องแจกรายละเอียดทั้งหมด ทำให้สิ่งประดิษฐ์ไม่เป็นความลับ หากมีปัญหาอะไรเกิดขึ้น สิทธิบัตรก็จะเป็นของอเมริกา ไม่ใช่สิทธิบัตรของคนไทย   


    ผช.จรูญ อธิการบดี ม.ราชภัฎอุดรธานี กล่าวว่า นายสุมิตร เป็นศิษย์เก่าและได้ศึกษาต่อในระดับนานาชาติ ผ่านประสบการณ์มามาก แต่ยังคงแวะเวียนที่ ม.ราชภัฎอยู่ โดยจะแลกเปลี่ยนความรู้กับ อ.วิเชียร จันทะโชติ และมีโอกาสนำเครื่องไม้เครื่องมือ ไปช่วยชิ้นงานประดิษฐ์บ้างเล็กน้อย จนได้เครื่องต้นแบบออกมา นอกจากนี้นายสุมิตรฯยังสนใจ ให้เป็นสถาบันฝึกอบรม บุคลากรติดตั้งเครื่อง รองรับความเครื่องที่จะออกมาจำหน่ายด้วย

    June 02

    ความลับของเหรียญ

    ความลับของเหรียญ

    ในค่ำคืนนึง... ของเด็กหญิง 9 ขวบ หลังจากกราบพระกับคุณพ่อ คุณแม่แล้ว
    คุณพ่อเรียกลูกเข้าไปพบแล้วบอกลูกว่า พ่อมีอะไรให้ดูซึ่งสำคัญมาก
    ว่าแล้วคุณพ่อก็หยิบอะไรบางอย่างออกจากกระเป๋าเสื้อเอามือกำไว้

    พ่อถามว่าอยากรู้มั้ยว่ามีอะไรในมือพ่อ ลูกพยักหน้า
    ถ้าอยากรู้ต้องเอามือเขกพื้น 3 ที ลูกทำตาม... คุณพ่อว่า ไม่พอ ต้อง 5 ที
    และเปลี่ยนเป็น 10 ที จนถึง 15 ที จนลูกอุทธรณ์...
    ก็ลูกอยากทราบนี่คะว่าเป็นอะไร
    เมื่อคุณพ่อแบมือออก มันคือเหรียญ 5 บาทธรรมดานี่เอง

    คุณพ่อหัวเราะ ! ! ! แล้วกำมือกับเหรียญ 5 บาทเดิม ถามว่าอยากดูอีกมั้ย
    ถ้าอยากดูต้องเขกพื้น 10 ที ลูกว่าหนูรู้แล้ว ไม่อยากดูค่ะ
    คุณพ่อว่า เอ้า... เขกพื้น 1 ทีก็ได้ ลูกก็บอก ว่าทราบแล้ว ไม่อยากดูอีกแล้วเบื่อ
    คุณพ่อเลยพูดขึ้นว่าให้ดูฟรี ๆ ก็ได้แล้วก็แบมือออก
    ลูกก็เพียงแต่ชำเลืองดูโดยไม่สนใจใยดีใดใด

    คุณพ่อเลยพูดว่า " นี่ละลูก อะไรที่เป็นความลับ คนมักยอมทำทุกอย่างที่จะได้สมปรารถนา
    แต่เมื่อสมปรารถนาแล้ว ให้ดูฟรี ๆ ยังไม่อยากดูเลย
    แล้วสิ่งที่พึงหวงแหนสำหรับลูกผู้หญิง เป็นสิ่งที่มีค่า ถ้าให้ใครรู้ก่อนเวลาอันควร ก็จะไม่มีค่าอะไร
    ไม่ต่างกับเหรียญ 5 บาทที่พ่อให้ลูกดูฟรี........."