ผู้ ช า ย ก า ย...'s profile<'))))>< ~[T][y][P][h][O...PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
|
August 05 คุณรู้จักภาษาเหนือดีแค่ไหนมาทดสอบกันหน่อยมาเวยๆ
.............
......
....
เฉลย July 01 เอาหมีแพนด้าคืนไปเมืองไทยระยะนี้มีข่าวลูกหมีแพนด้าตกลูกใน ไทยออกมาให้คนไทยที่รักสัตว์ได้อมยิ้ม-ได้ดีใจกัน แต่ก็น่าเสียดายที่ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกันคนรักสัตว์ก็ต้องน้ำตาซึม-เศร้าใจ กับข่าวเกี่ยวกับสัตว์ของไทยเองแท้ ๆ ที่มีความสำคัญต่อการสร้างชาติ-การดำรงความเป็นชาติไทยมาแต่โบราณกาล และก็เป็นข่าวเศร้าที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ
ทำไม มีแต่คนสนใจหมีแพนด้า ทำไมไม่มีใครสนใจช้างไทยกันช้าง May 24 10 อันดับฟอร์เวิร์ดเมล์ไร้สาระ10 อันดับฟอร์เวิร์ดเมล์ไร้สาระ เค้าบอกมางี้เหตุผลที่บอกเล่าเรื่องนี้ ก็เพื่อที่จะให้ทุกคนเลิกฟอร์เวิดเมลไร้สาระซะที 'มันน่ารำคาญมาก'ถ้าอยากรู้ว่าไร้สาระยังไงก็อ่านซะ ถ้าขี้เกียจก็อ่านหัวข้ออย่างเดียวก็ได้ถ้าไม่อยากให้มีเมลไร้สาระพวกนี้ในเมลเราอีกก็ช่วยกัน FWD กระทู้นี้ด้วยนะคะ อันดับ10 - อีเมล์ลูกโซ่ ... ใช่แล้วครับทุกท่าน มันก็คือ จดหมายลูกโซ่ธรรมดานี่แหละ ที่ ส่งกันมาส่งแล้วส่งเล่าตั้งแต่รุ่นพ่อแม่ยังจีบกันด้วยจดหมายรัก จนถึงยุคที่อินเตอร์เน็ตส่งข้อมูล 10 MB ต่อวินาทีได้แล้ว ก็ยังมีจดหมายแบบนี้อยู่บนโลกเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง แถมเนื้อหาก็ยังลอกมาจากต้น ฉบับอาจารย์วิจิตรธรรมโชติเมื่อ 30 ปีก่อนยังไงอย่างนั้น ช่างน่าภูมิใจจังที่เราสามารถอนุรักษ์มรดกของชาติได้เยี่ยมขนาดนี้ เนื้อหาก็จะประมาณว่าจดหมายฉบับนี้มีมนต์วิเศษ ส่งต่อ 20 คนจะโชคดี ถ้าไม่ส่งตายแน่ เหมือนอย่างนายสมชายสมหมายทหารอากาศอะไรทั้งหลายแหล่ ที่ตายแล้วตายอีกในหลักฐานอ้างอิงเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ ถ้าท่านอยากเป็นคนงมงายในยุคอินเตอร์เน็ตก็เชิญส่งต่อนะครับ แต่ถ้าอยากฉลาดขึ้นบ้างก็...ลบทิ้งเสียเถอะ อันดับ 9 - เจ้าแม่กวนอิมโชคดี + พระพิฆเนศโชคดี ... สมัยนี้เค้าเผยแพร่ความโชคดีบนอินเตอร์เน็ตแล้วครับท่านผู้อ่าน เมล์ประเภทนี้จะมีรูปเจ้าแม่กวนอิมหรือไม่ก็พระพิฆเนศที่ถ่ายมาจากไหนก็ไม่ รู้ รู้แต่มันเหมือนกันทุกฉบับเลย ดูเผินๆ บางคนอาจจะแย้งว่า คนส่งเค้าอยากให้คนได้รับโชคดีไง จะบอกว่าเนื้อหาหลักๆ เหมือนกับอันดับ 10 ไม่มีผิดเพี้ยนครับ แค่เปลี่ยนคำว่าโชคร้ายเป็นโชคดีเท่านั้น แถมยังขู่เหมือนเดิมว่าถ้าไม่ส่ง ซวยแน่ กร๊ากๆๆๆ บางเวอร์ชั่นดีหน่อยครับที่ไม่ได้ขู่มาด้วย แต่อยากจะบอกว่าการที่เราเช็คเมล์ แล้วพบเมล์จากเพื่อนๆ 10คน ต่างคนต่างส่งเมล์หัวข้อนี้มาเหมือนกันทุกคน เรียงเป็นตับในเมล์บ็อกซ์ของเรามันน่ารำคาญโว้ยยยยย อันดับ 8 - ลูกผมป่วยเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว ... อันดับนี้จะว่าดีก็ดี จะว่าร้ายก็ร้าย คือดูเผินๆ แล้วผู้ส่งต้องการความช่วยเหลือแน่ๆ จึงมาโพสท์แบบนี้ บวกหน้าตาที่อยู่พร้อม แต่จะบอกว่าเมล์แบบนี้ ห้าปีผ่านไปก็ยังฟอร์เวิร์ดกันให้เกลื่อน คือ ถ้าลูกคุณป่วยเป็นมะเร็งและต้องการความช่วยเหลือด่วน แต่ยังรอคนใจดีอยู่ได้ตั้ง 5 ปีแบบนี้ ขอคาดการณ์ว่าร่างกายคงมีภูมิต้านทานดีขนาดหนักแล้วครับ ไม่ก็ตายไปเรียบร้อยแล้ว ไม่ต้องฟอร์เวิร์ดต่อหรอก เพราะมีกรณีนึงที่มีคนลองติดต่อไปแล้วพบว่าเป็นเรื่องจริง แต่ทางต้นสายบอกว่าเป็นเรื่องเมื่อ 8 ปีที่แล้ว ผลร้ายจากความใจดีของพวกเรานั่นเองที่เห็น แล้วสงสาร ฟอร์เวิร์ดไปเรื่อยๆ เผื่อจะเจอใครที่ใจบุญกว่า แต่บอกตามตรง เท่าที่เคยประสบมา คนฟอร์เวิร์ดจะไม่ให้ความช่วยเหลือ ส่วนคนช่วยเหลือจะไม่ฟอร์เวิร์ด ฮ่วย! ถึง ผู้ใดก็ตามที่ประสบปัญหาแนวๆ นี้ ขอแนะนำว่าอย่าส่งทางเมล์เลยครับ เพราะเมื่อมันเผยแพร่ในโลกไซเบอร์แล้ว มันค้างนาน และมันจะกระจายเป็นวงกว้างซึ่งไม่มีทางยับยั้งได้ แม้คุณจะได้ รับการช่วยเหลือแล้วคุณก็ยังอาจจะได้รับการติดต่อมาอีกต่อไปเป็น ปีๆ ทางที่ดีไปลงประกาศในหนังสือพิมพ์หรืออะไรทำนองนั้นดีกว่านะ อันดับ 7 - ไม่ส่งต่อ ไม่มีแฟน ... ไม่รู้ว่าคนเราสมัยนี้กลัวการไม่มีแฟนมาก หรือไม่ก็ไม่มั่นใจในฝีมือการจีบของตัวเอง จึงส่งกันเป็นว่าเล่น เมล์ประเภทนี้จะขึ้นต้นด้วยข้อความดีๆ ภาพน่ารักๆ แต่ลงท้ายด้วยข้อความประมาณว่า ส่ง 1-5 คน จะโชคดีเล็กๆน้อย ส่ง 6-15 คน จะเจอเนื้อคู่ ส่ง 16-30 คน เนื้อคู่จะโทรมาหาใน 10 นาที (ดูมัน ยังกะโฆษณาทีวีไดเรคต์) และ ถ้าไม่ส่ง โสดตลอดชาติ ประมาณนี้เป็นต้น สังเกตว่ามีระดับความโชคดีให้เลือกด้วย ใครคิดว่าตัวเองโชคดีอยู่แล้วก็ส่งน้อยๆ ใครคิดว่าดวงซวยก็ส่งเยอะๆ อืม...เหมือนชิงโชคเลยเนอะ แต่รู้สึกส่งชิงโชครายการคุณปัญญาจะมีโอกาสมากกว่าซะอีกนะ อยากบอกว่า..แฟนถ้าจะมีมันก็คงจะมีเองแหละ ไม่เกี่ยวกับโชคลางบนเน็ตซะหน่อยอันดับ อันดับ 6 - กินชาเขียวเย็นเป็นอันตราย ... เมล์ประเภทนี้มีมาเป็นระยะๆ ตามแต่ว่าอะไรที่ฮิตในช่วงนั้น ช่วงแรกมันเป็นโค้ก กินโค้กแล้วอันตราย เอาตะปูแช่โค้ก 1 วัน ตะปูละลาย ต่อ มาก็เป็นชาเขียวเย็น กินแล้วไขมันจับ เพราะมันเย็น พิสูจน์ได้ด้วยการเทชาเขียวเย็นลงในชามก๋วยเตี๋ยว แล้วจะเห็นไขมันจับเป็นก้อน ปัดโธ่ เทอะไรเย็นๆ ลงน้ำซุป มันก็จับหมดแหละคุณ (ไม่เชื่อไปลองดูได้) หรือไม่ต้องเทน้ำอะไรหรอก เอาก๋วยเตี๋ยวไปแช่เย็น สักพักมันก็จับไขแล้ว เมล์แบบนี้จะใช้ข้อความเหมือนยกข้อพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์มาอ้างซึ่ง ถ้าใครฉลาดๆ หน่อยก็จะจับผิดได้ว่ามันไม่เป็นจริง ส่วนใครโง่ๆ ก็...ฟอร์เวิร์ดต่อปายยย (ล่าสุดนี่รู้สึกจะเป็นโรตีบอยแล้วนะ มันอินเทรนด์ดีโว้ยคนเขียนเมล์แบบนี้) อันดับ 5 - จุดจบประเทศไทย ... เขียนโดย นิติภูมิ เนาวรัตน์ ชายหนุ่มผู้มองเห็นประเทศอื่นดีกว่าเราในทุกด้าน ส่วนเมืองไทยนั้นกระจอก คอรัปชั่น เฮงซวย ล่มสลายแน่ๆ ถ้าไม่เชื่อกรู ไม่รู้มันเกิดมาเป็นคนไทยทำไมเหมือนกัน เมล์ชนิดนี้เนื้อหาเหมือนต้นฉบับเพราะลอกมา เนื้อหาจะเกี่ยวกับประเทศไทยในปี 2550 ที่จะถูกน้ำท่วม ภัยพิบัติ ฯลฯ สุดท้ายก็จะกลายเป็นเหมือนอาร์เจนติน่า ฯลฯ ดีเหมือนกันวงการฟุตบอลบ้านเราจะได้ไปบอลโลกซะที เมล์ แบบนี้จริงๆ ก็จัดว่ามีประโยชน์ เสียแต่ว่ามันทำให้เกิดความแตกแยกได้ง่าย หากผู้อ่านไม่มีวิจารณญาณ จริงๆ คือพวกเราได้แต่อ่านแล้วก็ส่ง ทำอะไรไม่ได้ นอกจากเกลียดคนที่ถูกอ้างถึงในเมล์ โดยไม่มีหลักฐาน อย่างอื่นประกอบการตัดสินใจเลย อีกอย่างคือ เมล์แบบเนี้ยไม่ต้องส่งหรอก ถ้าในปี 2550 มันจะเป็นอย่างที่อ้างจริงๆ ผู้เขียนเค้าก็มีหลักฐานการเขียนของเค้าอยู่แล้วแหละ ไม่ต้องส่งต่อเพียงเพื่อประกาศให้รู้ว่ากรูเก่งหรอก มันน่ารำคาญรู้มั้ย เพราะว่ามีเมล์เนื้อหานี้ในเมล์บ็อกซ์เกือบร้อยฉบับแล้ว อันดับ 4 - ฟอร์เวิร์ดไป 18 คนแล้วกด Alt+F8 .... ไม่รู้ว่ามีที่มาตั้งแต่เมื่อไหร่ อาจเป็นเพราะโปรแกรมอีเมล์เมื่อสมัยสิบปีก่อนมีฟังก์ชั่น Atl+F8 ก็ได้ ปัจจุบันมันไม่มีใช้แล้ว แต่เมล์แบบนี้ก็อาศัยความอยากรู้ของผู้ส่ง มาทำให้มันถูกฟอร์เวิร์ดมาเรื่อยๆ นับสิบปีแล้ว (พูดตรงๆ ก็คือผมได้เมล์แบบนี้มาตั้งแต่เริ่มเล่นเน็ตเมื่อปี 2543 จนบัดนี้ก็ยังได้รับอยู่) เนื้อหาก็จะเป็นว่า มียายแกไปซื้ออาหารหมา อาหารแมว สุดท้ายก็ให้คนขายล้วงไปในกล่อง ถ้าอยากรู้ว่าในกล่องมีอะไร ให้ฟอร์เวิร์ดไป 18 คน แล้วกด Atl+F8 หรืออะไรทำนองนี้ ก็จะพบคำตอบ บางเมล์เล่นง่ายกว่านั้น ไม่ต้องอารัมภบทมาก มาถึงก็บอกให้ส่งเลย แล้วกดดูจะพบว่ามีอะไรเปลี่ยนไป ไม่ต้องส่งต่อนะครับ ขอร้อง เพราะตั้งแต่มันถูกส่งมาในโลกนี้ ยังไม่เคยมีใครสักคนรู้เลยว่ากด Atl+F8 แล้วจะเกิดอะไรขึ้น ...จริงๆ อาจจะพบก็ได้ ...พบว่าตัวเอง>>โง่<<นั่นเอง อันดับ 3 - รูปถ่ายวิญญาณ ชายผู้ล่วงลับ ... เมล์แบบนี้เอาความน่ากลัวเข้าว่า เริ่มจากบอกเล่าเรื่องราวของชายหนุ่มที่ไปเที่ยวป่า แล้วถ่ายรูปติดวิญญาณมา สองสามวันถัดมาเขาก็ตาย หากใครไม่อยากตาย ให้ส่งต่อ 10 คน มิฉะนั้นวิญญาณในรูปจะตามไปที่บ้าน ตบท้ายด้วยรูปถ่ายวิญญาณที่น่ากลัวก็จริง แต่รู้ว่าตัดต่อ เพราะไอ้ผีในรูปนั้น ไปเสิร์ชเวบผีเวบไหนมันก็มี (ใครไม่มี เชยมาก) เป็นรูปต้นแบบที่ถูกนำมาใช้ตัดต่อบ่อยที่สุด อันดับ 2 - ยายมาหา ... อันนี้ยังเล่นกับความน่ากลัวไม่เลิก ด้วยการให้เด็กชายคนหนึ่ง เล่าเรื่องน่ากลัวเกี่ยวกับยายตัวเองจะมาเอาชีวิต แกเลยหาทางรอดด้วยการบอกว่าให้ไปเอาชีวิตคนอ่านเมล์นี้แทน ฉลาดมากหนุ่มน้อย ไม่ยักรู้ว่ายายเอ็งเล่นเน็ตเป็นด้วย เมล์นี้ยอมรับว่าน่ากลัวจริง แต่ก็ได้มาจนหายกลัวไปแล้ว ถ้ายายอยากได้วิญญาณจริง ไปหาวิญญาณเป็ดไก่ตามตลาดสดจะเจอเยอะกว่านะยายจ๋า วันนึงเป็นร้อยตัวเลย อันดับ1 - ฮ็อตเมล์เก็บตัง ... มาแล้วครับ กับอันดับยอดฮิตที่สุดบนโลกมนุษย์ เมล์นี้มีเนื้อหาบอกว่า ทางฮ็อตเมล์จะทำการเก็บเงินผู้ใช้เมลล์ @hotmail โดยผู้ส่งเมล์จะให้พวกเราช่วยกันฟอร์เวิร์ดไปเยอะๆ เค้าจะได้สงสาร และยกเลิกการเก็บตัง ' เมลล์แบบนี้ก็ได้มาตั้งแต่เล่นเน็ตสมัยแรกๆ แล้วถ้ามันเป็นจริง ก็นับว่าฮ็อตเมล์ใจดีมาก จะเก็บตังมาตั้งหลายปีแล้ว ก็ไม่เก็บสักทีเพราะมีคนฟอร์เวิร์ดเยอะ ว่าแต่มันจะรู้ได้ไงวะว่ามีคนฟอร์เวิร์ดน่ะหืม? แรกๆ มันเป็นแค่ข้อความ ต่อมานี้ลงทุนทำแบนเนอร์ปลอมที่มีสัญลักษณ์ฮ็อตเมล์ให้ดูน่าเชื่อถือขึ้น ล่าสุดนี่สงสัยรู้ตัวว่าไม่ได้ผล เลยใส่เพิ่มลงไปในหัวข้อด้วยว่า 'คราวนี้เอาจริงแล้ว ฮ็อตเมล์จะเก็บตังเราแล้วล่ะ!' (มีการขู่ 555) เคยลองทำเมล์ปลอมแบบนี้เหมือนกัน เพื่อให้เลิกส่งเมล์สไตล์นี้ โดยการใช้เนื้อหาว่าฮ็อตเมล์ต้องเสียเงินนับร้อยล้านดอลล่าร์เพิ่อแก้คดีคน เข้าใจผิดว่าเขาจะเก็บตัง และประกาศจะจับตัวผู้ที่ส่งเมล์ที่ทำให้ทางเขาเสียหาย นั่นคือใครฟอร์เวิร์ดเมลล์แบบนั้นอีก จะถูกตามรอยมาถึงบ้านและถูกฟ้องข้อหาหมิ่นประมาทกันทุกคน ผลก็คือ FWD mail หัวข้อ 'ฮ็อตเมล์เก็บตัง' ก็ยังคงฮิตไม่เสื่อมคลาย เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า..คนเรากลัวไม่ได้ใช้ฮ็อตเมลล์ มากกว่ากลัวถูกจับซะอีก 555 ทั้งหมดนี้เขียนขึ้นมาก็เพื่ออยากจะประกาศให้โลกรู้ว่า เมล์เนื้อหาแบบเนี้ย มันไม่มีประโยชน์อะไรเลยนอกจากแสดงให้คนรู้วาคุณโง่ เชื่อในเรื่องเหลวไหล และเพิ่มเนื้อที่เมล์ขยะในเมลล์บ็อกซ์ของคนอื่นโดยใช่เหตุ แถมเมล์บางอันก็ยังปลูกฝังความเชื่อผิดๆ ซะอีก (เช่นเมล์ชาเขียวเย็นอันตราย) เป็นการโจมตีคู่แข่งทางการค้าได้โดยไม่ต้องเสียตังอะไรเลย ใช้ประโยชน์จากคนโง่ๆ ที่หลงเชื่อนั่นแหละ เลิกฟอร์เวิร์ดได้แล้ว เชื่อว่าใครที่เล่นเน็ตมาไม่ต่ำกว่า 1 ปี ก็เคยได้รับเมล์แบบนี้กันหมดแล้วล่ะ มาช่วยกันฟอร์เวิร์ดแต่เมล์เนื้อหาดีๆ มีคุณค่า อ่านแล้วถึงไม่ได้สาระก็ขอให้ได้ความสบายใจหน่อยเถอะนะ * ปล. การ FWD กระทู้นี้ ไม่ทำให้ผลการเรียนคุณตกต่ำลง หรือทำให้คุณเป็นโสดตลอดชาติ มันไม่มีผลอะไรกับชีวิตคุณทั้งสิ้น นอกจากมีผลทำให้คนอื่นไม่ต้องได้รับเมล์ไร้สาระอีก ถ้าอ่านแล้วเก็บไว้คนเดียวก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าช่วยกัน FWD ก็จะทำให้คนอื่นหายโง่ได้ซะทีแล้วอีกสิบปีเราจะมาดูกันนะว่าเมล์นี้จะกลาย เป็นหนึ่งใน 10 อันดับได้รึเปล่า คอยดูกันนะ! ^^ April 12 เชียงใหม่หรือนี่*ฟาร์อิสเทอร์อยู่ตรงข้ามเซ็นทรัลแอร์พอร์ท *โรงเรียนนานาชาตินครพายัพ อยู่วงแหวนรอบที่สามไกลมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก *เชียงใหม่มีโรงเรียนนานาชาติเปรม (ติณนะสูลานนท์) ด้วยครับที่แม่ริม *โรงเรียนวารีเชียงใหม่ เปิดมอหกปีแรก เอาเด็กจาก มงฟอร์ดไปและได้ดีทุกคน *โรงเรียนวารีเชียงใหม่ สวยมากและแพงมากเช่นกันแต่ก็สอนดีมากเช่นกัน อิอิ www.varee.ac.th *ติดกับ รร วารี เป็นโรงเรียนเทคโนโลยีเอเชีย *เชียงใหม่เรียกมหาวิทยาลัยราชมงคลล้านนาวิทยาเขตภาคพายัพ ว่าเทคโนตีนดอยเพราอยู่ตีนดอยสุเทพ *โรงเรียนพายัพเทคโนโลยีและบริหารธุรกิจใด้ชื่อว่าพายัพหาปลาเพราะว่าสโลแกน ของมันคือ
เชียงใหม่หรือนี่*มอชอ หลายคนจะนึกว่ามีสองฝั่ง แต่มีอีกที่นึงคือฝั่งแม่เหียะมีสามคณะคือ สัตวแพทย์ อก และ เกษตร *ถ้าในมอชอไฟดับจะเกิดการแจกของ ขึ้น *มอชอเรื่องเล่าผีเยอะมาก *ป้าและเด็กที่ขายลูกชิ้นทอดข้างสวนสุขภาพดุ *แซ๊บและสก๊อยจะไม่ค่อยไปเดินที่โรบินสัน *บนโรบินสัน จะพบคู่เกย์ และทอมดี้เดินกันเยอะมาก *และบนเซนทรัลจะพบแซ๊บและสก๊อยเยอะเหมือนกัน *แซ๊บและสก๊อยชอบขี่มิโอ ฟังเพลงไอน้ำ ใส่เข็มขัดติดเป๊ก ใส่รองเท้าหนีบ
*ถ้าขับรถเลยแยกแอร์พอร์ตไปทางถนนมหิดลจะเจอจุดกลับรถที่ใกล้ที่สุดคือใต้สะพานข้ามน้ำปิง (ไกลโคตร)
*ใกล้ๆกับ วิชั่น ตรงข้ามซิมบาร์ วิธีเติมเดินไปที่เคาท์เตอร์ บอกว่าจะเอาอะไร กี่บาทแล้ว เขาจะบอกเราว่าให้เติมที่หัวจ่ายไหน (ต้องดูให้ดีเพราะเคยมีคนเอารถไปจอดเทียบหัว จ่าย รอเป็นชั่วโมงก็ไม่มีคนมาเติมให้)
*ย่านการค้าสำคัญ ๆ เช่นกาดหลวง จะเป็นแหล่งค้าขายของคนจีนเชื้อสายไทย
*ไนท์บาร์ซ่าเป็นของชาวเขา ห้างฯเป็นของคนต่างถิ่น คนเมืองเชียงใหม่แท้ ๆถอยร่นไปอยู่รอบนอกเรื่อย ๆ *แรงงานต่างด้าวคือไทยใหญ่ และพม่า มีเยอะมาก(น่าจะถึงล้าน)หากไม่ฟังการพูดจะแยกไม่ออกว่าคนที่เดินผ่านหน้าไปเมื่อกี้เป็นคนเชียงใหม่หรือเปล่า หน้าตากลมกลืนกันไปหมด
*แต่คนเมืองสามารถแยกคนเหล่านี้ออกจากพวกตัวเอง
* แรงงานเกือบทั้งหมดเป็นแรงงานต่างด้าว ฉะนั้นในร้านอาหาร ปั๊มน้ำมัน งานบ้านก่อสร้าง งานสวน ค้าขาย(ลูกจ้าง) จะเป็นคนต่างด้าวทั้งนั้น
* ในเชียงใหม่แท้ ๆ อยู่ในเมืองน้อยมาก หากยังอยู่ส่วนมากจะฐานะดีเพราะที่แพงยะกะทองคำ ยิ่งตอนนี้ใครมีบ้านมีที่แถวนิมมานฯรับเละเจ้าของบ้านขนกระเป๋าออกจากบ้านไปเช่าคอนโดอยู่แล้วเอาบ้านให้นักธุรกิจเช่าเพราะได้ค่าเช่าแพง และเรียกล่วงหน้าได้เป็นปี ๆ ด้วย
*มีโรงแรมเล็ก ๆ เกร๋ ๆ เท่ห์ ๆ ขึ้นเป็นดอกเห็ดในเขตคูเมืองเห็นแล้วอยากจะกริ๊ดดดอยากเป็นเจ้าของมั่ง
บรรยากาศเชียงใหม่แต้ ๆ
*ถ้าจะไปดู Zoo Aquarium แนะนำว่าอย่าเพิ่งไป เพราะยังไม่พร้อม น้ำยังไม่ใสไปดูที่ม.บูรพาจะคุ้มกว่า
*มีถนนอยู่ 1 เส้น แถวๆกาดหลวง ที่รถจะต้องวิ่งสลับเลนกัน (เหมือนอยู่เมืองนอกเลยอ่ะ)
* ริมปิง เป็นซูปเปอร์มาร์เกตที่ดูจะมีรสนิยมที่สุดในเชียงใหม่ (มากกว่าท๊อปส์)เพราะส่วนใหญ่จะเน้นขายของนำเข้า กลุ่มเป้าหมายจะอยู่ที่ คนไทยที่มีสามีฝรั่งและชาวต่างชาติ
* ไก่ทอดเที่ยงคืน ราคาแพงพอๆกับ KFC ควรมีเงินมากกว่า 1 ร้อยบาท ถ้าคิดจะไปกิน
* สนามกีฬา 700 ปี ห้ามไปหัดขับรถ
* ถ้าขึ้นรถแดง และได้นั่งข้างคนขับ อย่าพยายามคุยเรื่องการเมืองเพราะเขาจะถามคุณว่า คุณอยู่สีอะไร ถ้าคุณตอบว่าอยู่สีเหลืองคุณอาจถูกถีบตกจากรถได้ง่ายๆ
* คนเชียงใหม่เรียกกาดสวนแก้วว่า "เซน" และเรียก เซนทรัลแอร์พอร์ตว่า "โร"จำไว้จะได้เรียกกันให้ถูก
* คนเชียงใหม่ จะเรียก มหาวิทยาลัยเชียงใหม่สั้นๆ ว่า "มอ" เฉยๆ (เช่น "ไปไหน">> "ไปมอ") ใครที่พยายามเรียกว่า "มอชอ" จะถูกมองเป็นพิเศษ
* รถแทกซี่ในเชียงใหม่ ไม่มีมิเตอร์ อยากไปไหนต้องต่อรองราคากันเอง ............. เพื่ออออออออ???
* ในช่วงเทศกาลที่มีการปล่อยโคมลอยเยอะๆ แนะนำ อย่าไส่เสื้อผ้าราคาแพงๆไปและให้ไส่หมวกไปปล่อยโคมด้วย ไม่งั้นจะโดนน้ำตาเทียน หรือพลาสติดไหม้ หยดไส่หัวเอาโดยเฉพาะตรงประตูท่าแพ
*กระจกเงาในร้าน Love at first bite ใสกิ๊งมาก เคยมีคนตาลายชวนเพื่อนเข้าไปนั่งในกระจก นึกว่าในกระจกเป็นห้องอีกห้องนึง
*อย่าไปซื้อของที่กาดหลวงเด็ดขาด เพราะถ้าคุณมาที่กาดเทศบาล (แถวๆ กงศุล สหรัฐ)คุณจะเจอของอย่างเดียวกัน แต่ราคาถูกกว่าครึ่ง
*สะพานเหล็ก รถวิ่งทางเดียว อย่าทะลึ่งวิ่งสวนทาง เด๋วจะวุ่นวาย (เคยเจอมาแล้วถอยกันระนาว แอบโดนด่าอีก)
*ในอดีต สวนสุขภาพข้างหอประชุม มช. และแปลงผักคณะเกษตรเคยมีพวกเกย์มาแอบปฏิบัติราชการลับ ภายใต้รหัส "เก็บผักเก็บหญ้า"และมีกะเทยจำนวนไม่น้อย ชอบตะโกนแซวว่า "เร็ว เร๊ววว จะเก็บอะไรก็รีบเก็บเด๋วตลาดวาย"
*เชียงใหม่ มีรถเมล์ ราคา 10 บาทตลอดสาย รถเมล์ทุกคันแอร์เย็นมากขึ้นไปนึกว่าอยู่ในกรงหมีแพนด้า
*พอเราขึ้นรถเมล์เชียงใหม่ กระเป๋ารถเมล์จะลุกมาถามทันที ว่าจะลงที่ไหนพร้อมทั้งมารอยืนเก็บตังค์ ทั้งๆที่กุยังหาที่นั่งไม่ได้ (มึงจะรีบอะไรกันนัก)
* ร้านตัดผมที่ครั้งหนึ่งในชีวิตคุณควรไปตัดคือร้านพี่ตี๋ หน้า มช. (ทางไปสวนสัตว์ อยู่ข้างเทคโนตีนดอย) แล้วคุณจะรู้ว่า ทรงผมช่วยชีวิตคุณได้
*โค้งที่น่าอันตรายที่สุดของเชียงใหม่ อยุ่บนดอยสุเทพคับ ก่อนถึงวัดพระธาตุแต่อัตราการเกิดอุบัติเหตุที่โค้งนั้นน้อยมาก ..
* เราสามารถเห็นเจดีย์วัดร้างอยู่ติดกำแพงบ้านคนเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของบ้านได้โดยทั่วไปในตัวเมืองคับ
* ถ้าอยากทานไอติมหลังสี่ทุ่ม สเวนเซ่นในโลตัสคำเที่ยงยังเปิดอยู่คับ
* ถนนนิมมานเหมินต์เป็นย่านที่ค่าครองชีพสูงสุดในเชียงใหม่คับแต่เมื่อสิบยี่สิบปีก่อนยังเป็นทุ่งนาอยู่เลย
* บัตรผ่านกองบิน สามารถเอาไปถ่ายเอกสารสีได้แนะนำให้ยืมคนที่มีบัตรผ่านที่ไม่ใช่สีเขียวแดง เช่น สีฟ้า สีชมพู เป็นต้นและห้ามวิ่งช้าผ่านด่าน ไม่งั้น สห.ทอ. จะตรวจเจอ
*ขับรถเข้า มช. หลังสี่ทุ่ม ให้หรี่ไฟหน้า และเปิดไฟในรถเสมอ ยามจะไม่ตรวจอิพวกที่สาดไฟสูงเข้ามา จะโดนเรียกและจะโดนซักนานมาก
* รถมอเตอร์ไซค์ที่วิ่งลัดกองบินต้องวิ่งริมทางเสมอมิฉะนั้นจะเจอกับกระแสลมอันรุนแรง พัดคุณล้มคว่ำได้
* ที่จอดรถสนามบินเชียงใหม่ 8 นาทีแรกจอดฟรี (ทำไมต้อง 8 นาที งง มากค่ะ)
* คนที่ไปไหว้ครูบาศรีวิชัยตรงตีนดอยจะขอแต่ในเรื่องการงาน การเรียนแต่ถ้าขอเกี่ยวกับความรักว่ากันว่า เลิกกันแทบทุกราย มิน่าล่ะ โสดมาสองปีแล้ว ขอแฟนไม่เคยได้
* ไปเที่ยวห้วยตึงเฒ่าไม่ควรใส่เสื้อผ้าสีแดงไป เพราะเจ้าที่แรง
* เรื่องผีวิญญาณใน มช มีตั้งแต่รากต้นไม้ไปจนถึงตึกเรียนทุกตึก
* ข้าวซอยกาดมั่วจานละ20บาทใต้ถุนกาดสวนแก้วอร่อยกว่าที่ฟ้าฮ่าม
*ผาลาดตะวันรอน อาหารงั้นๆ แต่วิวสวยมั๊ก ๆ
* ร้านเฮือนเพ็ญตอนกลางวันกับตอนกลางคืน เจ้าของคนละคนกัน
* เด็กมัธยมที่นี่ชอบใช้บริการปลอมบัตร ปชช เพื่อจะได้เข้าผับ เธค
*อย่าพยายามหาเรียกมอเตอร์ไซด์รับจ้างที่เชียงใหม่
*ถ้าคุณขับรถมาเชียงใหม่ครั้งแรกแนะนำว่าให้อยู่ห่างๆคูเมืองไว้ ไม่งั้นคุณอาจจะเสียเวลาไม่ต่ำกว่าหนึ่งชั่วโมงเพื่อที่จะกลับไปที่เดิม
*โรงแรมวโรรส แกรนด์พาเลซ เป็นโรมแรมที่ไม่ค่อยมีคนมานอน แต่ไม่ก็ยักกะเจ๊งซักที
* รถแดงเชียงใหม่ตามใจตัวเองมากที่สุด เราอยากไปไหน ต้องถามว่าเค้าจะยอมไปส่งเรารึเปล่า ..
* เซเว่นตรงประตูทางออกมอชอ เป็นที่เดียวที่ปิดสี่ทุ่ม ไม่ได้เปิด 24 ชม.
*วัดสวนดอกมีพระประธานสององค์ หันหลังชนกัน
* ถนนคนเดิน เคยอยู่ตรงประตูท่าแพ ไปจนเกือบถึงสะพานนวรัตน์ที่เห็นตอนนี้ย้ายมาทีหลัง และมีท่าทีจะขยายไปเรื่อยๆ เป็นไปได้ว่าจะลามไปทั้งเมือง
เชียงใหม่หรือนี่*เวลาไปเดินถนนคนเดินไม่จำเป็นต้องเดินให้ครบทุกสายเพราะของจะซ้ำๆกัน
*โจ๊กสมเพชรเปิด 24 ชั่วโมง เลยไม่เคยล้างหม้อเลย(เค้าบอก) *อย่าแปลกใจถ้าจอดรถข้างถนนแล้วเวลากลับมาเอารถจะโดนเรียกเก็บค่าดูแลรถ 10-20 บาท
*ร้านอาหารดังๆไม่ค่อยอร่อย ร้านอร่อยๆไม่ค่อยดัง *ถนนคนเดินหลัง รร.ปรินส์ วันเสาร์-อาทิตย์ เป็นแหล่งรวมของเก่าที่ใหญ่ที่สุดในเชียงใหม่ ใครอยากได้อะไรไปที่นั่นเป็นได้ติดมือกลับมา แถมไม่แพงอีกด้วย *ป้าที่ขายข้าวเหนียวมะม่วง ชั้นล่าง central กาด ใจดีและแถมหากชมว่าอร่อย *นศ.สาว พายัพ สวยกว่า มช. เยอะมาก และสูงกว่า เชียงใหม่หรือนี่
* ปลาหมึกยักษ์ย่างที่ขายๆกันอยู่ เวลาจะกินต้องดูให้ดี ว่ามันเป็นปลาหมึกหรือยางพารากันแน่ ยี้ น่ากลัว
*มหาลัยนอร์ท ตั้งมาไม่ถึงสิบปี จบไปตกงาน
*จบที่นี่มีงานทำ ทำงานทะเบียนข้างในนั่นแหละ March 01 ความสำเร็จสูงสุด คือ "สามารถหายใจได้เอง"ความสำเร็จสูงสุด คือ "สามารถหายใจได้เอง" เมื่ออายุได้ 1 ขวบ ความสำเร็จสูงสุด คือ "สามารถจำคนในบ้านได้ทุกคน" เมื่ออายุได้ 2 ขวบ ความสำเร็จสูงสุด คือ "สามารถเดินได้" เมื่ออายุได้ 4 ขวบ ความสำเร็จสูงสุด คือ "ไม่ฉี่รดที่นอน" เมื่ออายุได้ 15 ปี ความสำเร็จสูงสุด คือ "มีเพื่อนฝูงมากมาย" เมื่ออายุได้ 20 ปี ความสำเร็จสูงสุด คือ "เรื่องบนเตียง" เมื่ออายุได้ 30 ปี ความสำเร็จสูงสุด คือ "มีความมั่นคงในชีวิต" ***แต่เมื่อวัยเรากลับกัน**** เมื่ออายุได้ 50 ปี ความสำเร็จสูงสุด คือ "เรื่องบนเตียง" เมื่ออายุได้ 60 ปี ความสำเร็จสูงสุด คือ "มีเพื่อนฝูงมากมาย" เมื่ออายุได้ 65 ปี ความสำเร็จสูงสุด คือ "ไม่ฉี่รดที่นอน" เมื่ออายุได้ 70 ปี ความสำเร็จสูงสุด คือ "สามารถเดินได้เอง" เมื่ออายุได้ 75 ปี ความสำเร็จสูงสุด คือ "สามารถจำคนในบ้านได้ทุกคน" เมื่ออายุได้ 80 ปี ความสำเร็จสูงสุด คือ "สามารถหายใจได้เอง" February 07 ผู้ชาย 2 คนแต่ต่างเวลาผู้ชาย 2 คนแต่ต่างเวลา
ชายแก่เลยวัย 70 คนหนึ่งคุยกับลูกชายที่เพิ่งกลับมาเยี่ยม
หลังจากแต่งงานย้ายครอบครัวออกไปไม่กี่ปี ชายแก่ : แจ๊ค (ชื่อลูกชาย) นั่นอะไรลูก? พ่อเห็นลางๆ แจ๊ค : อ๋อ วัวหน่ะพ่อ เวลาผ่านไป 2-3 นาที ชายแก่ : แจ๊ค นั่นอะไรลูก? แจ๊ค : วัวตัวเดิมนั่นแหละพ่อ ยังไม่ไปไหนเลย ผ่านไปอีก 2-3 นาที ชายแก่ : แจ๊ค นั่นอะไรอีกล่ะลูก? แจ๊ค : (เริ่มมีอารมณ์หงุดหงิด) วัวพ่อวัว !! วัวตัวเดิมที่เพิ่งถามนั่นแหละ เวลาผ่านไปอีก 2-3 นาที ชายแก่ : แจ๊ค นั่นอะไรลูก? แจ๊ค : (เริ่มทนไม่ไหว) เอ๊ะ!! พ่อนี่ยังไงนะ ถามซ้ำๆ ซากๆ อยู่ได้ ผมจะบอกครั้งสุดท้าย แล้วนะว่า วัว...!! ผ่านไปอีก 2-3 นาที ชายแก่ : แจ๊ค นั่นอะไรน่ะลูก? แจ๊ค : โอ๊ย!!! พ่อเลอะเลือนแล้ว คุยกันไม่รู้เรื่อง ผมไม่คุยกับพ่อแล้ว แล้วแจ๊คก็ผละจากพ่อไปอย่างอารมณ์เสียเป็นที่สุด เวลาผ่านไป จวบจนตอนเย็น ได้เวลาอาหารค่ำ เมื่อไม่เห็นผู้เป็นพ่อลงมา แจ๊คจึงเดินขึ้นไปตามที่ห้อง ณ ที่นั่น เขาได้พบชายแก่ นั่งเหม่อลอย ข้างๆ มีไดอารี่เก่าๆ เล่มหนึ่งที่เพิ่งเขียนบันทึกในวันนี้เสร็จ แจ๊คถือวิสาสะเข้าไปอ่าน ความว่า... ครั้งหนึ่งเมื่อ 40กว่าปีก่อนมาแล้ว
เรามีลูกชายคนหนึ่งที่เรารักมากที่สุด เราตั้งชื่อเค้าเองว่า...แจ๊ค ในวันที่อากาศแจ่มใสวันหนึ่ง เราพาแจ๊คออกไปเดินเล่น ตอนนั้นแจ๊คกำลังพูดได้เก่งทีเดียว เราพาเค้าไปนั่งที่สวนหลังบ้าน พอดีมีวัวผ่านมา... แจ๊คถามเราว่า พ่อ นั่นอะไร...วัวไงลูก เราตอบ เวลาผ่านไป อีกไม่ถึงนาที แจ๊คก็ถามคำถามเดิมเราอีก เราก็ตอบเช่นเดิมอีก เป็นอย่างนี้อย ู่ถึง 25 ครั้ง ... เราไม่เคยเบื่อหน่ายเลยที่จะตอบคำถามเดิม ๆ เหล่านั้น เรากลับรู้สึกดีใจอย่างที่สุดที่ลูกสนใจเราอย่างไม่เบื่อหน่าย... แต่ในวันนี้ ณ ที่แห่งเดิม คน 2 คน ที่เคยถามคำถามเดียวกัน หากแต่ว่าเราเป็นฝ่ายถาม แจ๊คเป็นฝ่ายตอบ... เพียง 5 ครั้งเท่านั้นลูกก็ตวาดเสียงดังใส่เรา หาว่าเราเลอะเลือน รังเกียจแม้แต่จะคุยกับเราต่อไป... เมื่ออ่าบจบแจ๊ครู้สึกผิดขึ้นมาจับใจ พ่อเลี้ยงเขามาอย่างดี แต่วันนี้สิ่งที่เขาทำให้ท่านคือ การตวาดเสียงดัง ไม่พูดด้วยแล้วก็เดินหนีไป เขาตระหนักว่า เขาได้ทำสิ่งผิดพลาดซึ่งเขาเองแทบไม่รู้ตัว แล้วคุณล่ะ วันนี้คุณได้ทำอะไรดี ๆ ให้ท่านเหล่านั้นหรือยัง December 31 ข้อคิดดีๆ
November 19 ความจริงของโลกโลกกลมๆ ใบนี้ ไม่มีอะไรได้มาฟรี ๆ คนเราต้องเดินหน้า เวลายังเดินหน้าเลย
ในโลกกลม ๆ ใบนี้ไม่มีคำว่าแน่นอน
เหตุผลของคน ๆ หนึ่ง อาจไม่ใช่ของอีกคนหนึ่ง
อย่ายอมแพ้ ถ้ายังไม่ได้พยายามอย่างเต็มที่
ยินดีกับสิ่งที่ได้มา และยอมรับกับสิ่งที่เสียไป
อย่าหวังว่า . . .จะได้รับความรักจากคนที่คุณรัก
September 05 การถือศิลอดในทัศนะทางการแพทย์
September 01 แฟนใครหว่าแฟนผมไม่ได้ขี้งอน เธอแค่ไม่พอใจที่ผมเบี้ยวนัดเธอ แฟนผมไม่ได้ขี้บ่น เธอแค่สอนให้ผมเป็นคนมีระเบียบบ้าง แฟนผมไม่ได้ขี้หึง เธอแค่ไม่อยากเสียผมไปให้คนอื่น แฟนผมไม่ได้จู้จี้ เธอแค่อยากรู้ว่าผมอยู่ที่ไหน กำลังทำอะไรอยู่ เพราะเธอเป็นห่วง แฟนผมไม่ได้น่ารัก เพราะเธอไม่อยากให้ผมต้องคอยตามเป็นห่วงอยู่ตลอดเวลา แฟนผมทำกับข้าวไม่อร่อย เพราะเธอเพิ่งจะฝึกทำกับแม่ของเธอเพื่อเตรียมตัวเป็นแม่บ้านที่ แฟนผมไม่สวย แต่มันมีอะไรบางอย่างที่ทำให้เราเจอกันและทำให้ผมรักเธอ แฟนผมไม่รวย แต่เธอไม่เคยใช้เงินเกินมือและรู้จักเก็บออม แฟนผมไม่ได้งก เธอแค่สอนให้รู้คุณค่าของเงินทุกบาททุกสตางค์ แฟนผมไม่ได้งี่เง่า เธอแค่อยากใช้เวลาบางส่วนของผมเพื่อให้เราได้อยู่ด้วยกัน แฟนผมเอาใจไม่เก่งเพราะเธอเสแสร้งไม่เป็นและเธอก็ไม่เคยเอาอกเอาใจใครมาก่อน แฟนผมสอนให้ผมรู้จักความอบอุ่นที่ไม่ได้มาจากแม่ แฟนผมสอนให้ผมรู้การเอาใจเขามาใส่ใจเรา แฟนผมสอนให้ผมทำเรื่องดีๆที่ไม่ใช่การโดดเรียน แฟนผมสอนให้ผมรู้คุณค่าของเวลาทุกนาทีและผมก็ใช้มันอยู่กับเธอ แฟนผมสอนให้ผมรู้ว่าเซ๊กส์กับรักไม่ได้สัมพันธ์กันเสมอไป แฟนผมสอนให้ผมรู้ถึงความหวังดีของแม่ที่ผมมองข้ามมาตลอด แฟนผมสอนให้ผมรู้จักคำว่า “รักบริสุทธิ์” แฟนผมสอนให้ผมเห็นคุณค่าของชีวิต แฟนผมสอนให้ผมรู้ว่า ผู้ชายขาดผู้หญิงไม่ได้จริงๆ อืม . . ในความเป็นจริงจะมีผู้ชาย/ผู้หญิง สักกี่คนที่จะมองโลกในแง่ดีแบบนี้ August 18 คนไทยคนเก่งผู้สื่อข่าวรายงานในการประชุมสภามหาวิทยาลัยราชภัฎอุดรธานี เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม มีการแนะนำนายสุมิตร อิศรางกูร ณ อยุธยา ต่อกรรมการสภาฯ ว่าเป็นผู้ประดิษฐ์อุปกรณ์แยกก๊าซ "ไฮโดรเจน" จากน้ำแล้วนำมาเป็นเชื้อเพลิงกับรถยนต์ โดยมหาวิทยาลัยฯได้แลกเปลี่ยน และสนับสนุนเครื่องมือประกอบชิ้นส่วน และมีแผนถ่ายทอดความรู้ต่อนักศึกษา และบุคคลภายนอก นายชัยพร รัตนนาคะ อดีต ผวจ.อุดรธานี นายกสภาฯเป็นประธาน ผศ.จรูญ ถาวรจักร อธิการบดี ได้ โดยรถต้นแบบ รถทดสอบ , H2O เทคโนโลยีแห่งอนาคต และ HGV. Hydrogas Vehicle เป็นรถเก๋งนั่ง 4 ประตู ขนาด 2,000 ซีซี. ก่อนที่นายสุมิตร อธิบายสิ่งประดิษฐ์ ตลอดจนขั้นตอนการทำงาน และมีการทดสอบ “ไฮโดรเจน” ที่ได้จากน้ำบริสุทธิ์ ด้วยการนำก๊าซใส่ขวดพลาสติก วางกับพื้นและใช้ไฟทดลองจุด เกิดระเบิดเสียงดัง และขวดกระเด็นไปไกล นายสุมิตร เปิดเผยว่า สิ่งประดิษฐ์นี้คิดมาเมื่อ 4 ปีก่อน ขณะที่ยังคงทำงานอยู่”นาซ่า” สหรัฐอเมริกา เมื่อ 2 ปีก่อนตัดสินใจซื้อรถคันต้นแบบ เป็นรถใหม่เอี่ยมป้ายแดง โดยได้รับการสนับสนุนงบทั้งหมด จากนายศักดิ์ชัย ตันคงจำรัสกุล นักธุรกิจ จ.อุดรธานี และได้รับความช่วยเหลือเครื่องมือต่างๆ จากมหาวิยาลัยราชภัฎอุดรธานี ซึ่งเคยเรียนอยู่ที่นี่มาก่อน เป็นรถมีเชื้อเพลิง 3 ประเภท คือ น้ำมันเบินซิน , ก๊าซ LPG. และก๊าซไฮโดรเจน มีการทดสอบมาแล้วกว่า 40,000 กม. ยังไม่พบปัญหาใดๆ จึงไปจดสิทธิบัตรไว้เรียบร้อยแล้ว นายสุมิตร กล่าวต่อว่า รถต้นแบบ “รีแอคเตอร์ 1” เป็นรถที่ใช้พลังผสมระหว่าง เบนซินกับไฮโดรเจน หรือ LPG.กับไฮโดรเจน ในสัดส่วนเบนซินหรือ LPG.40 เปอร์เซ็นต์ กับไฮโดรเจน 60 เปอร์เซ็นต์ ในการทดสอบวิ่งจากกรุงเทพฯมาอุดรธานี 560 กม. ใช้น้ำมันไปเพียง 10 ลิตรเท่านั้น ขณะที่น้ำที่ใช้ผลิตไฮโดรเจนเล็กน้อย อีกราว 3 เดือนอุปกรณ์ชุดนี้ จะเริ่มผลิตออกจำหน่าย ในราคาสูงกว่า LPG. แต่จะต่ำกว่า NGV. ยังไม่รวมค่าติดตั้ง นายสุมิตรฯ อธิบายถึงอุปกรณ์ว่า จะเริ่มต้นที่น้ำบริสุทธิ์เหมือนน้ำกลั่น(ดีไอโอไนซ์) เติมเข้าไปในเครื่องรีแอคเตอร์ ที่จะแยกไฮโดรเจน และออกซิเจนออกมา เป็น HH-O ผ่านออกมาเซฟตี้วาวล์ ส่งตรงไปที่เครื่องยนต์ หากรถมีหัวฉีดก็ผ่านหัวฉีด ซึ่งทั้งหมดจะควบคุมด้วย คอมพิวเตอร์คอนโทรน ที่ติดตั้งอยู่ภายในตัวรถ เพื่อให้เครื่องผลิตไฮโดรเจน ออกมาเท่าที่เอาไปใช้เท่านั้น จะไม่มีการเก็บรักษาไว้ หากอุณหภูมิ ความดันผิดปกติ ก็จะมีระบบป้องกันตัวเอง นายสุมิตร กล่าวด้วยว่า ที่ตัดสินใจจดสิทธิบัตรที่ประเทศไทย เพราะต้องการให้เทคโนโลยีนี้ เป็นสมบัติของชาติไทย คนไทยสามารถนำเอามาต่อยอด ในแนวคิดที่หลากหลายมากขึ้น ขณะที่ตนเองก็ต้องพัฒนาด้วยเช่นกัน ซึ่งขณะนี้ก็กำลังพัฒนา “รีแอคเตอร์2” อยู่ แต่หากจดที่สหรัฐอเมริกา จะต้องแจกรายละเอียดทั้งหมด ทำให้สิ่งประดิษฐ์ไม่เป็นความลับ หากมีปัญหาอะไรเกิดขึ้น สิทธิบัตรก็จะเป็นของอเมริกา ไม่ใช่สิทธิบัตรของคนไทย ผช.จรูญ อธิการบดี ม.ราชภัฎอุดรธานี กล่าวว่า นายสุมิตร เป็นศิษย์เก่าและได้ศึกษาต่อในระดับนานาชาติ ผ่านประสบการณ์มามาก แต่ยังคงแวะเวียนที่ ม.ราชภัฎอยู่ โดยจะแลกเปลี่ยนความรู้กับ อ.วิเชียร จันทะโชติ และมีโอกาสนำเครื่องไม้เครื่องมือ ไปช่วยชิ้นงานประดิษฐ์บ้างเล็กน้อย จนได้เครื่องต้นแบบออกมา นอกจากนี้นายสุมิตรฯยังสนใจ ให้เป็นสถาบันฝึกอบรม บุคลากรติดตั้งเครื่อง รองรับความเครื่องที่จะออกมาจำหน่ายด้วย April 05 ปืนและกฎหมายสวัสดีครับเพื่อนสมาชิกทุกคน ผมมีเอกสารชิ้นหนึ่งเกี่ยวกับ
การปฏิบัติเกี่ยวกับการตรวจค้นบุคคลพกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะ ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ อ่านแล้วน่าสนใจมากทีเดียวจึงอยากจะเผยแพร่ ให้แก่เพื่อนๆทุกคน จึงขอคัดลอกมาลงให้ดูดังนี้ครับ กองวิจัยและวางแผน ส่วนราชการกรมตำรวจ ที่ 0503 ( ส ) / 27663 วันที่ 30 กันยายน 2525 เรื่อง การปฏิบัติเกี่ยวกับการตรวจค้นบุคคลพกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณสถาน ผบช. , ผบก. , หรือผู้ดำรงตำแหน่งเทียบเท่าทุกหน่วยงาน ตามบันทึก ตร.ที่ 0501 /30476 ลงวันที่ 11 ธันวาคม 2517 กำหนดแนวทาง ในการปฏิบัติของข้าราชการตำรวจ ให้ใช้ดุลพินิจในการตรวจค้น จับกุม ผู้พกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณสถานให้เป็นการถูกต้องตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371 ได้บัญญัติไว้ ต่อมาได้มีคำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 44 ลงวันที่ 21 ตุลาคม 2519 แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 8 ทวิ แห่ง พรบ. อาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 ขึ้นอีก ในทางปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ตำรวจในปัจจุบันยังคงมีปัญหา เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจค้นพบบุคคลพกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะ โดยมีเพียงใบอนุญาต ให้มีและใช้อาวุธปืน ( ป. 4 ) แต่ยังไม่ได้รับใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว ( ป. 12 ) ก็มักจะควบคุมตัวมาดำเนินคดีทุกรายไป ทำให้เป็นที่เดือดร้อนแก่ผู้บริสุทธิ์ที่ถูกตรวจค้น และจับกุม เพื่อให้การปฏิบัติของเจ้าพนักงานตำรวจเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และถูกต้อง จึงขอซักซ้อมความเข้าใจในการปฏิบัติเพิ่มเติมดังนี้ ตามบทบัญญัติ มาตรา 8 ทวิ แห่ง พรบ.อาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งคณะปฏิรูป การปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 44 ลงวันที่ 21 ตุลาคม 2519 ข้อ 3 กำหนดว่า ห้ามมิให้ ผู้ใดพกพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาต ให้มีอาวุธปืนติดตัว เว้นแต่กรณีต้องมีติดตัวเมื่อมีเหตุจำเป็นและเร่งด่วนตามสมควร แก่พฤติการณ์ ไม่ว่ากรณีใด ห้ามมิให้พกพาอาวุธปืนไปโดยเปิดเผยหรือพาไปในที่ชุมนุมชนที่ได้จัดให้มีขึ้น เพื่อนมัสการ การรื่นเริง การมหรสพ หรือการอื่นใด ดังนั้นจะเห็นได้ว่า กฎหมายยังคงเปิดโอกาส ให้ประชาชนผู้บริสุทธิ์นำเอาอาวุธปืนที่ตนมีไว้โดยชอบด้วยกฎหมาย แต่ยังไม่ได้รับอนุญาตให้พกพา ติดตัวไปเพื่อป้องกันตัวและทรัพย์สินได้ ภายในขอบเขตที่กฎหมายให้กระทำได้ ตามแนวคำชี้ขาดไม่ฟ้องคดีของอธิบดีกรมอัยการเกี่ยวกับการพกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยที่ยังไม่ได้รับอนุญาตให้พกพาจากเจ้าพนักงาน ซึ่งถือว่าโดยสภาพเป็นกรณีที่ต้องมีอาวุธปืนติดตัวเมื่อมีเหตุจำเป็นและเร่งด่วน ตามสมควรแก่พฤติการณ์ มีแนวทางพอสรุปได้ดังนี้คือ 1. ถ้าได้นำอาวุธปืนใส่กระเป๋าเก็บไว้ในช่องเก็บของท้ายรถ ซึ่งไม่สามารถหยิบใช้ได้ทันทีทันใด 2. เอาอาวุธปืนใส่กระเป๋าใส่กุญแจแล้ววางไว้ในรถซึ่งไม่สามารถหยิบใช้ได้ในทันทีทันใด 3. ไปเก็บเงินจากลูกค้าต่างจังหวัด จำนวนเป็นหมื่นๆ นำติดตัวมาแล้วมีอาวุธปืน ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนแล้ว ใส่ช่องเก็บของหน้ารถยนต์เพื่อป้องกันตัวและทรัพย์สิน 4. ไปเก็บเงินจากลูกค้าต่างจังหวัด นำอาวุธปืนติดตัวมาด้วย โดยแยกอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนออกจากกัน ใส่กระเป๋าเอกสารไว้ที่พนักเบาะหลังรถยนต์ 5. ห่ออาวุธปืน และแหนบบรรจุกระสุนปืน ( แมกกาซีน ) แยกออกคนละห่อเก็บไว้ในกระโปรง รถยนต์ซึ่งใส่กุญแจ จึงแจ้งมาเพื่อทราบและแจ้งให้ข้าราชการตำรวจที่เกี่ยวข้องทราบ เพื่อใช้เป็นดุลพินิจ ประกอบการพิจารณาในการปฏิบัติหน้าที่ในเรื่องนี้ต่อไป ลงชื่อ พล.ต.ท.ณรงค์ มหานนท์ ( ณรงค์ มหานนท์ ) รองอ.ตร.ปป.ปร.ท.อ.ตร. ลองๆทำตามดู น่าจะยังใช้บังคับอยู่ครับ ... ทีนี้มาดูผล ของการปฏิบัติตามแบบนี้กันดูบ้างครับ ![]() เรื่องทั้งหมดนี้มีที่มาสามารถอ้างอิงได้ โดยผมจะลงที่มาเอาไว้ให้ด้วยครับ เพื่อจะได้ไปเปิดค้นดูได้ถึงที่มาที่ไป... เรื่องที่ ๑ ผู้ต้องหาถูกตำรวจจับได้ในขณะขับรถยนต์ไปเก็บเงินลูกค้าที่ผู้ต้องหาขายยาที่จังหวัดสมุทรสาครเป็นเงินจำนวน ๓๕,๐๐๐ บาท ผู้ต้องหาอ้างว่านำอาวุธปืน ติดตัวไปเพื่อป้องกันทรัพย์สิน ปืนดังกล่าวผู้ต้องหาได้รับใบอนุญาตให้มีและใช้ โดยถูกต้องแล้ว พร้อมกับแสดงเงินสด ๓๕,๐๐๐ บาท ให้พนักงานสอบสวนดูไว้เป็นหลักฐาน ปรากฎว่าตำรวจค้นปืนได้จากที่เก็บของด้านหน้าซ้าย ของรถยนต์ คันที่ผู้ต้องหาขับไป อธิบดีกรมอัยการชี้ขาดว่า ผู้ต้องหา ไม่ได้พาอาวุธปืนไปโดยเปิดเผย แต่ได้เก็บไว้ในที่เก็บของมิดชิด และการที่ผู้ต้องหา ไปเก็บเงินจากลูกค้าต่างจังหวัดเป็นจำนวนมาก โดยพาอาวุธปืนซึ่งได้รับอนุญาตให้มี และใช้แล้วติดตัวไปด้วยนั้น นับว่ามีเหตุจำเป็นและเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์ จึงชี้ขาดไม่ฟ้องผู้ต้องหา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๗๑ พรบ.อาวุธปืนฯ มาตรา ๘ ทวิ , ๗๒ ทวิ ฯลฯ เรื่องที่ ๒ .. ผู้ต้องหาถูกจับได้พร้อมปืนสั้นขนาด .๓๘ มีทะเบียนแล้ว กับมีกระสุนในลูกโม่ ๒ นัด และกระสุนอยู่ในซองกระสุนอีก ๒๘ นัด ของทั้งหมดอยู่ในกระเป๋าถือ ใส่ไว้ในกระโปรงท้ายรถยนต์ของผู้ต้องหา อธิบดีกรมอัยการชี้ขาดว่า ผู้ต้องหานำอาวุธปืนของตนที่ได้รับ อนุญาตให้มีและใช้แล้ว ใส่ไว้ในกระเป๋าถือ และเอากระเป๋าถือใส่ไว้ในกระโปรงรถยนต์ ซึ่งใส่กุญแจ โดยสภาพมิใช่เป็นการพาอาวุธติดตัวและมิใช่โดยเปิดเผย จึงชี้ขาดไม่ฟ้องผู้ต้องหา ฯลฯ เรื่องที่ ๓ .. ผู้ต้องหาขับรถยนต์บรรทุก ๑๐ ล้อมาตามถนนสายธนบุรี - ปากท่อถูกตำรวจจับที่ด่านตรวจรถ พร้อมปืนกับกระสุน ๗ นัดซึ่งผู้ต้องหาได้รับใบอนุญาต ให้มีและใช้แล้ว แต่ไม่มีใบพกพา ปืนดังกล่าวอยู่ในกระเป๋าถือบนตะแกรงเหล็ก เหนือที่นั่งของผู้ต้องหา อธิบดีกรมอัยการชี้ขาดว่า ผู้ต้องหามีอาวุธปืนใส่ไว้ ในกระเป๋าถือ เก็บไว้ในตะแกรงเหล็กเหนือศรีษะที่นั่งคนขับ โดยสภาพจึงไม่เป็นการ พาอาวุธปืนติดตัว ไม่เป็นความผิด จึงชี้ขาดไม่ฟ้อง ทั้ง ๓ เรื่อง มาจาก หนังสือ เล่นปืนไม่ให้ถูกจับ ของอ. สมพร - ศรีนิดา พรหมหิตาธร ซึ่งเป็นพนักงานอัยการเป็นผู้เขียน หน้าที่ ๕๐ - ๕๑ ( พิมพ์ครั้งที่ ๑๐ ) มาดูต่อครับ ![]() ต่อไปเป็นความเห็นชี้ขาดความเห็นแย้งของอัยการสูงสุดเกี่ยวกับการพกพาอาวุธปืนติดตัว อัยการสูงสุดได้ชี้ขาดความเห็นแย้งที่ที่ ๖๔ / ๒๕๒๔ เกี่ยวกับการพกพา อาวุธปืนติดตัวว่า การพาอาวุธปืนติดตัวที่จะเป็นความผิดตาม พรบ. อาวุธปืน ฯลฯ นั้น จะต้องเป็นการกระทำที่ผู้ต้องหานั้นอยู่ในวิสัยที่สามารถอาจใช้อาวุธปืนนั้นได้ ในทันที หากต้องการจะใช้โดยไม่ต้องเสียเวลาในการเตรียมการเพื่อการใช้ใดๆอีก ดังนั้น การที่ผู้ต้องหานำอาวุธปืนไป โดยเก็บไว้ที่เก็บของท้ายรถ จึงไม่ใช่เป็นการ พาอาวุธปืนติดตัวไปตามความหมายของกฎหมาย การกระทำของผู้ต้องหาจึงขาดองค์ ประกอบความผิดตาม พรบ.อาวุธปืน ฯ มาตรา ๘ ทวิ และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๗๑ จึงชี้ขาดไม่ฟ้องผู้ต้องหา คดีชี้ขาดความเห็นแย้งที่ ๑๙ / ๒๕๓๗ อัยการสูงสุดได้พิจารณาแล้ว เห็นว่า การพาอาวุธปืนติดตัวที่จะเป็นความผิดตาม พรบ.อาวุธปืนฯ มาตรา ๘ ทวิ นั้น จะต้องเป็นการกระทำที่ผู้กระทำนั้นอยู่ในวิสัยที่สามารถอาจใช้อาวุธปืนนั้นได้ในทันทีหากต้องการจะใช้ โดยไม่ต้องเสียเวลาในการเตรียมการเพื่อการใช้ใดๆอีก ฉะนั้น การที่ผู้ต้องหา แยกอาวุธปืนกับกระสุนออกจากกันและบรรจุไว้ในกระเป๋าเสื้อผ้าแล้วนำกระเป๋าติดตัวมาด้วย จึงไม่ใช่การพาอาวุธปืนติดตัวในความหมายของกฎหมาย การกระทำของผู้ต้องหาจึงขาดองค์ประกอบความผิดตาม พรบ.อาวุธปืน ฯ มาตรา ๘ ทวิ และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๗๑ จึงชี้ขาดไม่ฟ้องผู้ต้องหา ที่มา ก็จากหนังสือเล่มเดียวกัน หน้าที่ ๕๖ -๕๗ ในยุค ป.๑๒ ขอยาก ก็ต้องเสี่ยงกันไป แต่หากว่าประชาชนคนใดพกพาแบบที่ว่ามาแล้วข้างต้นก็มีสิทธฺได้รับความอะลุ่มอะหล่วยจากตำรวจได้ จึงอยากจะขอความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้งที่อยู่ในเวปและนอกเวปนี้ครับ ได้โปรดอะลุ่มอะหล่วยกับคนบริสุทธิ์ที่ต้องพาปืนไปป้องกันตัวด้วยเถิดครับ เพราะแม้คุณจะจับกุมไปไว้ก่อน แต่ผลสุดท้ายทางอัยการสูงสุดก็คงจะ สั่งไม่ฟ้องได้ตามแนวทางดังกล่าวข้างต้น หากประชาชนได้ให้ความร่วมมือดังกล่าวแล้ว ขอได้โปรดอะลุ่มอะหล่วยให้ด้วยครับ ด้วยความปราถนาดีต่อเพื่อนๆสมาชิกชาวปืนทุกคนครับ ![]() อย่างไรก็ตาม แนวทางดังกล่าวข้างต้นก็สอดคล้องกับคำวินิจฉัยของคำพิพากษาศาลฎีกาด้วยครับ จากคำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๓๙๔๕ / ๒๕๔๐ วินิจฉัยว่า กระเป๋าเอกสารที่อาวุธปืนของกลาง บรรจุอยู่ภายในนั้นโดยสภาพและคำพยานจำเลยแสดงว่า มีกุญแจล็อคถึง ๒ ด้าน ทั้งวางอยู่ที่เบาะด้านหลัง การจะหยิบฉวยอาวุธปืนมาใช้ทันทีทันใดนั้น ย่อมเป็นไปได้ยาก จึงมิอาจถือได้ว่าเป็นการพกพาติดตัว ทั้งเหตุผลที่จำเลย อ้างว่าเป็นการขนย้ายไปยังบ้านที่ต่างจังหวัดนั้น จำเลยมีสำเนาทะเบียนบ้านมานำสืบว่า มีการย้ายภูมิลำเนาไปจริง แม้จะภายหลังวันเวลาเกิดเหตุแต่ก็เพียงไม่กี่วัน ต้องรับฟังเป็นคุณ แก่จำเลยตามที่อ้างว่าเจตนาเพียงขนย้ายสิ่งของ เมื่อโจทก์ไม่มีพยานหลักฐานมาสืบให้เห็น เป็นอย่างอื่น จึงต้องฟังว่าจำเลยมีเหตุจำเป็นเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์ที่จะพาอาวุธของกลางไป จำเลยไม่มีความผิดตาม พรบ.อาวุธปืน ฯ มาตรา ๘ ทวิ วรรคหนึ่ง , ๗๒ วรรคสอง และ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๗๑ ครับจะเห็นว่าคดีนี้ แม้ศาลจะฟังว่าจำเลยย้ายของ มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนก็ตามแต่ศาลฎีกาก็ได้วินิจฉัย ถึงหลักว่า อย่างไรที่จะถือว่าเป็นการพกพาปืนติดตัวเอาไว้ด้วย ซึ่งก็สอดคล้องกับแนวทางดังกล่าวข้างต้น และเป็นความยุติธรรมดีครับ .. จึงอยากขอร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจโปรดอะลุ่มอะหล่วยเกี่ยวกับหลักการ ดังกล่าวข้างต้นด้วยนะครับ .. ![]() มีปืนแล้วยิงคนตาย แบบไม่มีความผิดเลย ก็คือยิงเพื่อป้องกันสิทธิของตนเอง
หรือผู้อื่น ให้พ้นจากภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย และเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง ถ้าได้กระทำไปพอสมควรแก่เหตุ การกระทำนั้น เป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย ผู้นั้นไม่มีความผิด ตามความในประมวล กฎหมายอาญามาตรา ๖๘ จึงขออนุญาตท่าน วมต. และท่าน RO O1 - RO O5 ลงข้อความทางกฎหมาย เพื่ออธิบายรายละเอียดของการป้องกันตัวให้สมาชิกได้ทราบเป็นความรู้ครับ เพราะเป็นสิ่งสำคัญกับคนมีปืน ที่จะต้องรู้ และนำเอาไปใช้ปฏิบัติให้ถูกต้อง หลักเกณฑ์ของการป้องกันตัวโดยชอบด้วยกฎหมาย ( มี ๔ ข้อ ) คือ ๑ . มีภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย เช่น มีคนมาปล้น มาจะฆ่า จะทำร้าย เป็นต้น ระวัง หากเขามีสิทธิทำร้ายเราได้ เช่นพ่อมีสิทธิว่ากล่าว / ตีลูก เมื่อเราทำผิดบิดามารดา ลงโทษเรา /ตีเรา ไม่ถือเป็นภยันตรายตามข้อ ๑ นี้ เราตอบโต้แล้วอ้างป้องกันไม่ได้ มีฎีกา ที่ ๔๒๙/๒๕๐๕ ว่าพระตีลูกศิษย์ ลูกศิษย์ตอบโต้ ฆ่าพระ ไม่เป็นป้องกัน กรณีเห็นเมียกำลังนอนกอดกับชายชู้ ถือเป็นภยันตรายที่มาละเมิดตามข้อ ๑ แล้ว แต่ก็แยกว่า ถ้าภริยาจดทะเบียนสมรสกับเรา เราฆ่าชู้ เป็นป้องกัน ( ฏีกาที่๓๗๘/๒๔๗๙ ) แต่ถ้าไม่ได้จดทะเบียน ไม่เป็นป้องกัน แต่อ้างบันดาลโทสะตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๒ เพื่อให้ศาลลงโทษน้อยลงได้ ( ฎีกาที่ ๒๔๙/๒๕๑๕ ) แม้จะมีภยันตรายตามข้อ ๑ แล้วก็ตาม แต่ผู้ที่จะอ้างป้องกันได้ จะต้องไม่มีส่วนผิดในการก่อให้เกิดภยันตรายดังกล่าวขึ้นด้วย คือ - ไม่เป็นผู้ที่ก่อภัยขึ้นในตอนแรก เช่น ฎีกาที่ ๒๕๑๔/ ๒๕๑๙ จำเลยชกต่อยก่อน แล้ววิ่งหนี เขาไล่ตามต่อเนื่อง ไม่ขาดตอน จำเลยยิงเขาตาย อ้างป้องกันไม่ได้ - ไม่เป็นผู้ที่สมัครใจเข้าวิวาทกัน เช่นฎีกาที่ ๒๓๒๒/๒๕๒๒ จำเลยโต้เถียงกันคนตาย แล้วก็ท้าทายกัน สมัครใจเข้าชกต่อยต่อสู้กัน แม้คนตายจะยิงก่อน แล้วจำเลยยิงสวน ก็อ้างป้องกันไม่ได้ - ไม่เป็นผู้ที่ยินยอมให้ผู้อืนกระทำต่อตนโดยสมัครใจ เช่น ให้เขาลองของคุณไสย์ คงกระพัน แล้วจะไปโกรธตอบโต้ภายหลัง อ้างป้องกันไม่ได้ - ไม่เป็นผู้ที่ไปยั่วให้คนอื่นเขาโกรธก่อน เช่นไปร้องด่าพ่อแม่ ด่าหยาบคายกับเขาก่อน พอเขาโกรธมาทำร้ายเรา เราก็ตอบโต้ เราอ้างป้องกันไม่ได้ ๒. เป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง เช่น เขากำลังจะยิงเรา เราจึงต้องยิงสวน ฎีกาที่ ๒๒๘๕ / ๒๕๒๘ จำเลยกับคนตายคุยตกลงกันเรื่องแบ่งวัว จำเลยชวน ให้ไปคุยตกลงกันที่บ้านกำนัน คนตายไม่ยอมไป กลับชักปืนออกมาจากเอว จำเลยย่อมเข้าใจว่าจะยิงตน จึงยิงสวน ๑ นัด เป็นป้องกัน ฎีกาที่ ๑๗๓๒ /๒๕๐๙ คนตายชักมีดพกจากเอวมาถือไว้ แล้วเดินเข้ามาหาจำเลย ระยะกระชั้นชิด จำเลยยิงสวน ๑ ที คนตายยังเดินต่อเข้ามาอีก จึงยิงสวน อีก ๑ ที ล้มลงตาย เป็นป้องกันสมควรแก่เหตุ ฎีกาที่ ๑๗๔๑/ ๒๕๐๙ คนตายจับมือถือแขนคู่หมั้นจำเลย พอจำเลยมาเห็น คนตายก้มหยิบมีดพร้าที่วางใกล้ๆ ยาว ๑๒ นิ้ว ด้ามยาวอีก ๑๒ นิ้ว แสดงว่าคนตายจะทำร้ายทันทีเมื่อหยิบมีดได้ จำเลยใช้มีดฟันตนตายไป ๑ ที ป้องกันพอแก่เหตุ ฎีกาที่๑๖๙ / ๒๕๐๔ คนตายเมาสุราร้องท้าทายจำเลยให้มาต่อสู้กัน จำเลยไม่สู้ คนตายถือมีดดาบปลายแหลมลุยน้ำข้ามคลอง จะเข้าไปฟันจำเลย ถึงในบ้าน จำเลยไม่หนีเพราะบ้านตัวเอง และใช้ปืนยิงสวนไป ๑ นัด ขณะที่คนตายอยู่ห่าง ๖ ศอกถึง ๒ วา เป็นป้องกันพอสมควรแก่เหตุ -ฎีกานี้วางหลักว่า ผู้รับภัยไม่จำเป็นต้องหลบหนีภยันตราย ก็อ้างป้องกันได้ ๓. ผู้กระทำจำต้องกระทำเพื่อป้องกันสิทธิของตนเองหรือผู้อื่น ให้พ้นภยันตรายนั้น ข้อนี้ตามที่อธิบายข้างต้นไปแล้ว ๔. ต้องเป็นการกระทำป้องกันสิทธิที่ไม่เกินขอบเขต ไม่งั้นจะเป็นการป้องกันที่เกินสมควรกว่าเหตุ หรือเกินกว่ากรณีแห่งการ จำต้องกระทำเพื่อป้องกัน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๖๙ ไป ซึ่งจะทำให้ยังมีความผิดอยู่ February 16 ดูมันทำ( من لم يهمه أمر دينه فليس منا )
((يَا أَيُّهَا الَّذِينَ آمَنُوا إِذَا ضَرَبْتُمْ فِي سَبِيلِ اللَّهِ فَتَبَيَّنُوا وَلا تَقُولُوا لِمَنْ أَلْقَى إِلَيْكُمْ السَّلامَ لَسْتَ مُؤْمِناً تَبْتَغُونَ عَرَضَ الْحَيَاةِ الدُّنْيَا فَعِنْدَ اللَّهِ مَغَانِمُ كَثِيرَةٌ كَذَلِكَ كُنتُمْ مِنْ قَبْلُ فَمَنَّ اللَّهُ عَلَيْكُمْ فَتَبَيَّنُوا إِنَّ اللَّهَ كَانَ بِمَا تَعْمَلُونَ خَبِيراً)) (94)) [النساء]
وأعجب من هذين من باع دينه *** بدنيا سواه فهو من ذين أعجب
فموالاة الكافرين محادَّة لرب العالمين، وخروج عن شرعة سيد المرسلين، وخذلان لإخوة العقيدة والد
. قوله تعالى: 'لا يتخذ المؤمنون الكافرين أولياء من دون المؤمنين ومن يفعل ذلك فليس من الله في شيء'.1 2. وقوله: 'يا أيها الذين آمنوا لا تتخذوا بطانة من دونكم لا يألونكم خبالاً ودُّوا ما عنتم قد بدت البغضاء من أفواههم2 وما تخفي صدورهم أكبر قد بينا لكم الآيات إن كنتم تعقلون'.3 قال القرطبي رحمه الله في تفسيرها: (أكد الله تعالى الزجر عن الركون إلى الكفار، وقال: نهى الله عز وجل المؤمنين بهذه الآية أن يتخذوا الكفار واليهود وأهل الأهواء دخلاء وولجاء، يفاوضونهم في الآراء، ويسندون إليهم أمورهم، ويقال: كل من كان على خلاف مذهبك – العقدي – ودينك فلا ينبغي لك أن تحادثه).4 3. وقوله: 'يا أيها الذين آمنوا لا تتخذوا اليهود والنصارى أولياء بعضهم أولياء بعض ومن يتولهم منكم فإنه منهم إن الله لا يهدي القوم الظالمين'.5 4. وقوله: 'يا أيها الذين آمنوا لا تتخذوا عدوي وعدوكم أولياء تلقون إليهم بالمودة وقد كفروا بما جاءكم من الحق يخرجون الرسول وإياكم أن تؤمنوا بالله ربكم إن كنتم خرجتم جهاداً في سبيلي وابتغاء مرضاتي تسرون إليهم بالمودة وأنا أعلم بما أخفيتم وما أعلنتم ومن يفعله منكم فقد ضل سواء السبيل'.6 5. وقال صلى الله عليه وسلم: 'لا تستضيئوا بنار المشركين ولا تنقشوا في خواتيمكم غريباً'، فسَّره الحسن رحمه الله بقوله: 'أراد عليه السلام لا تستشيروا المشركين في شيء من أموركم ولا تنقشوا في خواتيمكم محمداً'. 6. لقد نهى رسول الله صلى الله عليه وسلم عن استظهار المسلمين بالكافرين فكيف باستظهار المسلمين بالكافرين على المسلمين؟! فقد قال لمشرك أراد أن يخرج معه في غزاة: 'لا نستعين بمشرك'، وقال لعبادة بن الصامت وكان له حلف من اليهود في أول الإسلام يوم الأحزاب، عندما قال عبادة: يا نبي الله إن معي خمسمائة رجل من اليهود، وقد رأيتُ أن يخرجوا معي فأستظهر بهم على العدو؛ فأنزل قوله تعالى: 'لا يتخذ المؤمنون الكافرين أولياء من دون المؤمنين' الآي
وقيل لعمر إن ها هنا رجلاً من نصارى الحيرة لا أحد أكتب منه، ولا أخط بقلم، أفلا يكتب عندك؟ فقال: لا آخذ بطانة من دون المؤمنين. وعندما استكتب أبو موسى الأشعري ذمياً كتب إليه عمر يعنفه، وقال عمر له: لا تدنهم وقد أقصاهم الله، ولا تكرمهم وقد أهانهم الله، ولا تأمنهم وقد خونهم ا
فهل تصدق أن يتجسس من يدعي الإسلام، ويسلم المسلم للكافر ليقتله وليمثل به مقابل دولارين، أوأن يبيع بلداً مسلماً كاملاً ويسلمه للكفار مقابل أن يبقى في كرسي الحكم مدة لا يدري أتطول أم تقصر؟ وهب أنها طالت، فما النتيجة يا ترى؟ ألم يعلم هؤلاء أن الملك بيد الله عز وجل ليس بيد أحد سواه؟ وأن الله يمهل ولا يهمل. فموالاة الكفار والتجسس والعمالة لهم ومظاهرتهم قبيحة من كل من انتسب إلى الإسلام، سيما إذا صدرت ومارسها من ينتسب إلى العلم
في إيران يوجد برنامج نووي
February 11 แมวๆแมวพันธุ์เปอร์เซียหิมาลายัน(PersianHimalayan) เป็นแมวลายหลากสี มีต้นตระกูลมาจากทางเปอร์เซีย ต้นตระกูลมีลักษณะผิวแบบ แมวไทยในอเมริกาเหนือ เป็นแมวที่มีแหล่งดั้งเดิมอยู่เทือกเขาหิมาลัย ลำตัวสั้นป้อมและเตี้ย แข็งแรง ขาค่อนข้างเล็ก หูสั้น จมูกสั้น แก้มนูนเต็ม
ลูกนัยน์ตากลมม่านในตาเปิดลูกนัยน์ตาสี น้ำเงินสุกใส ขนยาว บริเวณรอบเอวมีขน่อนนุ่ม รอบๆคอและแก้มมีขนครุยห้อย บริเวณหางขนขึ้นหนาทึบ ที่หูจะมีขนยาวเป็นกระจุกห้อยย้อยลงมาน่ารัก
ในอังกฤษเรียกแมวลายนี้ว่า คัลเลอร์พอยท์ลองแฮร์ (Colorpoint Longhair) หรือแมวลายจุดขนยาวในขณะที่อเมริกาเรียกว่าหิมาลายัน
ซึ่งลายที่ว่านี้ คือลักษณะลวดลายของแมวสีสวาท ที่มีสีเฉพาะจุดคือ ใบหน้า เท้า หาง และหู โดยส่วนที่เหลือของลำตัวเป็นสีอ่อนกว่าสีที่แต้มมาก
สิ่งที่น่าสนใจสำหรับแมวลายนี้คือสีที่เปลี่ยนไปตามอุณหภูมิในอากาศที่หนาวเย็นสีล้วน ที่เป็นจุดจะเข็มขึ้น
ในขณะเดียวกันจุดจะอ่อนลงเมื่ออากาศร้อน แต่ไม่ใช่แมวทุกตัวจะเปลี่ยนสีขนเพราะอุณหภูมิเพราะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเพราะยีนส์ ของแมวที่ไม่เหมือนกันไนแต่ละตัว
February 08 กรรมตามทันวันนี้ (3 ก.พ.) เมื่อเวลา 02.00 น. พ.ต.ท.ภูษิต วิเศษคามินทร์ รอง ผกก.จร.สน.พญาไท ในฐานะหัวหน้าชุด พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร เจ้าหน้าที่สายตรวจในสังกัดกองบังคับการตำรวจนครบาล 1 ประมาณ 200 นาย ร่วมกันจับกุมแก๊งรถจักรยานยนต์ รถยนต์ แข่งซิ่งในทางสาธารณะบริเวณถนนพระราม 6 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กทม. ได้ผู้ต้องหาซึ่งเป็นเยาวชนทั้งชายและหญิง อายุระหว่าง 16 ปี ถึง 20 ปี ประมาณ 300 คน รถยนต์ 16 คัน รถจักรยานยนต์ประมาณ 150 คัน โดยมี พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน ผบก.น.1 พ.ต.อ.สุรพล วีณิน พ.ต.อ.วีรวิทย์ จันทร์จำเริญ พ.ต.อ.นาคศรีสุข พ.ต.อ.วิชาญ บริรักษ์กุล รอง ผบก.น. 1 พ.ต.อ.จิรภัทร โพธิ์ชนะพันธุ์ ร่วมตรวจสอบ โดยทั้งหมดถูกนำมารวมกันอยู่ในปั๊มเอสโซ่ ก่อนลำเลียงทั้งหมดมายัง สน.พญาไท พล.ต.ต.อำนวย กล่าวว่า การปฏิบัติการครั้งนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจากประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนว่ามีแก๊งซิ่งมักรวมตัวกันเป็นจำนวนมากแข่งรถยนต์ และรถจักรยานยนต์บนถนนสายต่างๆ ในกรุงเทพมหานคร เป็นประจำทุกคืนวันเสาร์ต่อเช้าวันอาทิตย์ และมักรวมกลุ่มกันตามเส้นทางถนนพระราม 6 โดยจะใช้รถยนต์กั้นทาง และใช้รถจักรยานยนต์แข่งขัน อีกทั้งทราบว่ามีการพนันแข่งขันและมียาเสพติดเข้ามาเกี่ยวข้อง รวมถึงยังมีอาวุธอีกด้วยแต่ทุกครั้งที่มีการกวดขันจับกุม แก๊งซิ่งเหล่านี้มักจะรู้ทันและหลบหนีไปได้ทุกครั้ง พล.ต.ต.อำนวย กล่าวต่อว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนที่อาศัยอยู่ในละแวกดังกล่าวจึงได้เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องในสังกัด บก.น.1 เพื่อหามาตรการจัดการขั้นเด็ดขาด และทราบว่าวันนี้จะมีการรวมตัวกันแข่งขันกันอีก จึงได้สั่งการให้ดำเนินการจับกุมโดยใช้กำลังเจ้าหน้าที่ในสังกัด บก.น.1 จนมีการจับกุมได้ดังกล่าว ด้าน พ.ต.ท.ภูษิต กล่าวว่า หลังจากการมีการประชุมวางแผนเป็นอย่างดีกว่า 1 สัปดาห์ โดยได้ประสานไปยังท้องที่ต่างๆ ตั้งด่านสกัดเพื่อให้แก๊งซิ่งรวมตัวเข้ามาตามเส้นทางที่ได้วางแผนไว้ กระทั่งมาถึงบริเวณถนนพระราม 6 เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ส่งสัญญาณให้นำรถบรรทุก 6 ล้อ ปิดกั้นบริเวณ แยกทางเข้าโรงพยาบาลวิชัยยุทธ ถึงแยกโรงกรองน้ำ และใช้รถจักรยานยนต์ตำรวจจราจรปิดกั้นตามทางแยกย่อยทุกจุด พ.ต.ท.ภูษิต กล่าวต่อว่า ทันทีที่แก๊งซิ่งเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจบ้างก็ทิ้งรถวิ่งหนีกระจัดกระจายไปคนละทิศละทางกระทั่งเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมได้ดังกล่าว ซึ่งทั้งหมดจะถูกควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.พญาไท สอบสวนร่วมกับผู้เกี่ยวข้องอีกครั้ง ส่วนรถยนต์และรถจักรยานยนต์นั้นจะตรวจสอบว่าเป็นรถที่ถูกโจรกรรมมาหรือไม่ เบื้องต้นแจ้งข้อหาร่วมกันแข่งรถในทางสาธารณะ และจะตรวจปัสสาวะทั้งหมดอีกครั้งหากพบว่าสิ่งเสพติดก็จะแจ้งข้อหาเพิ่มเติมต่อไป “ส่วนการเอาผิดกับผู้ปกครองนั้นจะดำเนินการเรียกตัวมาสอบปากคำอย่างละเอียดว่ามีส่วนรู้เห็นกับการกระทำของบุตรหลานหรือไม่ หากพบก็จะดำเนินคดีกับผู้ปกครองนั้นๆ ตามกฎหมายด้วย” พ.ต.ท.ภูษิต กล่าว ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการลำเลียงรถจักรยานยนต์และรถยนต์ที่จับกุมได้ทั้งหมดเพื่อนำไปตรวจสอบที่ สน.พญาไท พ.ต.ต.ภาคภูมิ ระวิโรจน์ สว.สป.สน.พญาไท พบรถเก๋งโตโยต้า ยาริส สีขาว หมายเลขทะเบียนป้ายแดง ว-8509 กรุงเทพมหานคร ของนายวรุตม์ ธนาวุฒิกร อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 2142 ถ.ดินแดง แขวงและเขตดินแดง กทม. ท่าทางมีพิรุธจึงเข้าทำการตรวจค้นภายในรถเพิ่มเติม พบยาบ้าถูกซุกซ่อนในกล่องลูกอมโบตันมิ้นบอล อยู่ที่เบาะหลังด้านซ้ายจำนวน 100 เม็ด โดยเจ้าตัวปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นเจ้าของยาบ้าดังกล่าวแต่ยอมรับว่าเสพยาจริง แต่เจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อจึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐานและแจ้งข้อหามียาบ้าไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย และจะได้สอบสวนขยายผลต่อไป ![]() วันนี้ (3 ก.พ.) ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าหลังจากที่ ตำรวจจราจร เจ้าหน้าที่สายตรวจในสังกัดกองบังคับการตำรวจนครบาล 1 ประมาณ 200 นาย ร่วมกันจับกุมแก๊งรถจักรยานยนต์ รถยนต์ แข่งซิ่งในทางสาธารณะบริเวณถนนพระราม 6 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กทม.ได้ผู้ต้องหาซึ่งเป็นเยาวชนทั้งชายและหญิง อายุระหว่าง 16-20 ปี ประมาณ 300 คน รถยนต์ 16 คัน รถจักรยานยนต์ประมาณ 150 คัน ล่าสุด ในวันนี้ทางผู้ปกครองของแก๊งซิ่งได้ทยอยเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน และทำเรื่องขอประกันตัวโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้แบ่งผู้ต้องหาออกเป็น 2 ส่วน คือ ผู้ต้องหาที่เป็นเยาวชน เจ้าหน้าที่จะนำส่งสถานพินิจและให้ผู้ปกครองทำเรื่องขอประกันตัวที่สถานพินิจ ส่วนผู้ต้องหาที่อายุเกิน 18 ปี สามารถยื่นประกันตัวได้ที่ สน.พญาไท โดยตั้งวงเงินประกัน จำนวน 20,000 บาท ขณะที่ผู้ปกครองบางส่วนนั้นได้นำอาหารและน้ำ เข้ามาเยี่ยมบุตรหลานจำนวนมากทั้งนี้ ในส่วนของสำนวนคดีนั้นพนักงานสอบสวน ขอเวลาสรุปสำนวนคดี 2 วัน ก่อนส่งให้ศาลพิจารณาตามกฎหมายต่อไป ทางด้าน พ.ต.ท.กรด ประพันธ์พจน์ รอง ผกก.สส.สน.พญาไท เปิดเผยถึงการจับกุมแก๊งจักรยานยนต์ซิ่งป่วนเมืองกว่า 200 คัน บนถนนพระราม 6 ช่วงแยก รพ.วิชัยยุทธ ถึงแยกโรงกรองน้ำ เมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา ว่า สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้จำนวนทั้งสิ้น 256 คน ในจำนวนนี้เป็นเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี อยู่ถึง 105 คน โดยเด็กชายจะถูกส่งไปไว้ที่บ้านเมตตา เด็กหญิงก็จะถูกส่งไปไว้ที่บ้านกรุณา พ.ต.ท.กรด กล่าวต่อว่า เบื้องต้นได้แจ้งข้อหาร่วมกันแข่งรถในที่สาธารณะและอนุญาตให้ประกันตัวโดยใช้หลักทรัพย์วงเงิน 1 หมื่นบาท แต่ในส่วนของเยาวชนที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี นั้นผู้ปกครองสามารถยื่นขอประกันตัวภายหลังจากส่งต่อสถานพินิจแล้ว พร้อมเตรียมรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อเตรียมส่งฟ้องต่อศาล นอกจากนี้ ในส่วนของรถจักรยานยนต์ของกลางเจ้าหน้าที่จะทำการยึดไว้ก่อน โดยขณะนี้ผู้ปกครองทยอยเดินทางเพื่อเข้าขอยื่นประกันตัว และอยู่ในขั้นตอนการพิจารณา คาดว่า ในวันพรุ่งนี้น่าจะเรียบร้อย ![]() ![]() วันนี้ (4 ก.พ.) เมื่อเวลา 10.30 น.ที่ศูนย์แรกรับเด็กและเยาวชนชายบ้านเมตตา ถนนแจ้งวัฒนะ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พญาไท ได้ส่งตัวเยาวชนชายอายุ 13-17 ปี จำนวน 74 คน ซึ่งถูกจับกุมในคดีซิ่งรถจักรยานยนต์มาควบคุมตัวไว้ยังบ้านเมตตา โดยเมื่อเยาวชนทั้ง 74 คนถูกส่งตัวเข้าบ้านเมตตา ในขั้นตอนแรกเจ้าหน้าที่ได้ตรวจร่างกาย อาบน้ำทำความสะอาดและตัดผมเกรียน ส่วนเยาวชนหญิง 34 คน ตำรวจนำตัวส่งสถานแรกรับเด็กและเยาวชนหญิงบ้านปรานี ซึ่งเจ้าหน้าที่จะทำความสะอาดร่างกายเพื่อให้มีสุขอนามัยที่ดี ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรมบำบัดทางจิต (ช็อกเทเรปี) และจะไม่อนุญาตให้ประกันตัวเป็นเวลา 5 วันเพื่อให้นักสังคมสงเคราะห์และนักจิตวิทยาเข้าร่วมอบรมเยาวชนและผู้ปกครอง เพื่อไม่ให้เยาวชนที่ถูกจับกุมออกไปซิ่งรถจักรยานยนต์อีก ส่วนบรรยากาศด้านหน้าศูนย์แรกรับเยาวชนชายบ้านเมตตา ผู้ปกครองของเยาวชนที่ถูกจับกุมกว่า 100 คนได้เดินทางมายังบ้านเมตตาเพื่อจะขอยื่นประกันตัว บางรายมีอาการไม่พอใจโดยโวยวายว่าตำรวจจับกุมผิดตัว บุตรหลานของตนออกไปซื้อของแต่ก็ถูกกวาดต้อนจับกุมทั้งหมด และไม่พอใจอย่างมากที่บุตรหลานจะต้องถูกควบคุมตัวเป็นเวลา 5 วัน ทำให้นายไพศาล วิเชียรเกื้อ อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ต้องเปิดห้องประชุมชี้แจงต่อผู้ปกครองว่า สถานพินิจฯ ขอควบคุมตัวเยาวชนเพื่อฝึกอบรมทักษะชีวิตไม่ให้ทำผิดซ้ำ เจ้าหน้าที่ทุกคนไม่มีเจตนาจะทำทารุณกรรม บ้านเมตตามีสภาพคล้ายโรงเรียนประจำ แม้เด็กจะไม่มีความสุข แต่ทุกรายจะใช้ชีวิตอยู่อย่างสงบเสงี่ยม ตลอด 5 วัน เด็กจะถูกฝึกให้มีวินัย ผู้ปกครองทุกคนต้องยอมรับว่าบุตรหลานของท่านอาจจะดื้อรั้น ไม่ยอมให้ผู้ปกครองอบรมสั่งสอน ดังนั้น ขอให้ใช้เวลา 5 วันในบ้านเมตตาฝึกวินัยให้ทุกคนมีระเบียบเรียบร้อยขึ้น นายไพศาล กล่าวต่อว่า กรณีการจับกุมแก๊งซิ่งขับรถซิ่งจำนวนมากถือเป็นคดีที่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนและอุบัติเหตุจำนวนมาก ดังนั้น สถานพินิจฯ จะไม่ให้ประกันตัวเป็นเวลา 5 วัน เพื่อจัดโปรแกรมบำบำทางจิตเบื้องต้น ช่วง 2 วันแรกเจ้าหน้าที่จะสอบปากคำว่ารายใดเป็นผู้กระทำความผิดซ้ำซาก จำแนกสาเหตุของการกระทำความผิด เพื่อให้นักจิตวิทยาเข้ามาแก้ไขพฤติกรรมของเยาวชน จากนั้นในช่วง 3 วันหลัง สถานพินิจฯ จะเชิญผู้ปกครองของเด็กเข้าร่วมแก้ไขพฤติกรรมของบุตรหลาน เมื่อครบ 5 วันจึงจะอนุญาตให้ยื่นประกันตัว อย่างไรก็ตาม เยาวชนรายใดต้องเข้าสอบ ขอให้ผู้ปกครองนำหลักฐานเข้าชี้แจงเพื่อให้ประกันตัวออกไปสอบ หรือกรณีเจ็บป่วยก็สามารถประกันตัวได้เช่นกัน แต่เชื่อว่าจะไม่มีใครเจ็บป่วยหนักเพราะถูกจับกุมในเวลา 02.00 น. ขณะขับขี่รถจักรยานยนต์แสดงว่าต้องมีร่างกายแข็งแรงพอสมควร นายไพศาล กล่าวอีกว่า จากการตรวจสอบสถิติการกระทำความผิดของเยาวชนในระยะ 10 ปีหลัง พบว่าปัญหาสำคัญ คือ การทำผิดเพราะตามเพื่อน ถึงกว่าร้อยละ 40 ซึ่งแตกต่างจากในอดีตที่เป็นปัญหาครอบครัวแตกแยก สำหรับแก๊งรถซิ่งที่จับได้ล่าสุดตรวจสอบประวัติเบื้องต้น พบว่า เป็นนักเรียนนักศึกษา 29 คน รับจ้าง 20 คน และไม่มีอาชีพ 25 คน ซึ่งในจำนวนดังกล่าวมีอายุตั้งแต่ 13-17 ปี โดยเด็กอายุ 13 ปี มี 3 คน ![]() ![]() ![]() วันนี้ (4 ก.พ.) ที่ สน.พญาไท ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่หน้าโรงพัก ก่อนที่จะนำตัวบรรดาแก๊งซิ่งไปส่งฟ้อง และคุมขังยังสถานพินิจเด็กและเยาวชน ว่า มีบรรดาผู้ปกครอง และญาติพี่น้องของผู้ต้องหาแก๊งซิ่งจำนวนกว่า 100 คน มายืนรอที่หน้าโรงพัก เพื่อจะขอเข้าเยี่ยม โดยภายในห้องขัง เด็กที่ถูกจับกุมมาได้ตะโกนด่าทอกันเองด้วยถ้อยคำหยาบคาย และโหวกเหวกโวยวายลั่นห้องขังตลอดเวลา สร้างความรำคาญให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เข้าเวรปฏิบัติหน้าที่เป็นอย่างยิ่ง จนกระทั่งทั้งหมดถูกคุมตัวขึ้นรถเมล์ไปส่งฟ้องศาล ตำรวจจึงพากันโล่งอก และไม่มีเหตุให้ระคายเคืองหูกันอีก ทั้งนี้ พ.ต.ท.มานะ เผาะช่วย พนักงานสอบสวน (สบ 3) ประจำสำนักงาน ผบก.น.1 หัวหน้าพนักงานสอบสวนในคดีนี้ ได้เดินทางมายัง สน.พญาไท พร้อมเปิดเผยว่า ในวันนี้ ทาง พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน ผบก.น.1 ได้สั่งการให้มาควบคุมดูแลคดีนี้ ซึ่งวันนี้ พนักงานสอบสวนจะนำตัวผู้ต้องหาจำนวน 140 คน ส่งฟ้องศาลแขวงดุสิต โดยวานนี้ (3 ก.พ.) มีผู้ต้องหาได้ประกันตัวไปแล้ว 90 คน และทั้งหมดรับสารภาพ ส่วนผู้ที่ไม่รับสารภาพจำนวน 12 คน ซึ่งอ้างว่า เป็นผู้ขับขี่รถยนต์ พนักงานสอบสวนจะทำสำนวน ยื่นอัยการสั่งฟ้องดำเนินคดีต่อไป “ผู้ต้องหาที่เป็นเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี มีจำนวน 108 คน ได้แยกส่งสถานพินิจฯ ผู้ชายส่งไปบ้านเมตตา ผู้หญิงส่งไปบ้านปรานี และจะส่งฟ้องที่ศาลเด็กและเยาวชนในข้อหาแข่งรถในทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต ในขณะที่ผู้ซ้อน ส่งฟ้องในข้อหาร่วมกันแข่งรถในทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วนคนดู ส่งฟ้องในข้อหา สนับสนุน ยุยงส่งเสริม ให้มีการแข่งรถในทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต” พ.ต.ท.มานะ กล่าว พ.ต.ท.มานะ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ พล.ต.ต.อำนวย ยังสั่งการให้พนักงานสอบสวน ทำการพิจารณาภายหลังเป็นรายๆ ไป โดยจะดำเนินคดีกับผู้ปกครอง ในรายที่พิจารณาแล้วว่า มีส่วนรู้เห็นปล่อยปละละเลย ให้บุตรหลานนำรถมาแข่งกันบนถนน ซึ่งตำรวจจะทำการออกหมายเรียกมาดำเนินการสอบสวน ตามความผิด พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2526 มาตรา 26(3) ความผิดฐานบังคับขู่เข็ญ ชักจูง ส่งเสริม หรือยินยอม ให้เด็กประพฤติตนไม่สมควร หรือน่าจะทำให้บุตรมีความประพฤติ เสี่ยงต่อการกระทำผิด มีโทษตามมาตรา 78 จำคุก 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนในรายผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมแล้ว พบยาบ้า 85 เม็ดในรถยนต์นั้น พนักงานสอบสวน ได้แจ้งข้อหา ครอบครองยาบ้าไว้เเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย และส่งศาลอาญาดำเนินคดีต่อไป วันนี้ (4 ก.พ.) เมื่อเวลา 15.00 น. ที่ศาลแขวงดุสิต สนามหลวง ศาลออกนั่งบัลลังก์พิพากษาคดีที่ พนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีศาลแขวง 3 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายอภิชาติ ภิญโญ อายุ 19 ปี กับพวกรวม 140 คน เป็นหญิง 23 คน และเป็นชาย 117 คน เป็นจำเลยในความผิดฐานขับแข่งรถบนทางหรือถนนสาธารณะ ก่อความเดือนร้อนรำคาญให้ผู้อื่น November 15 บางสิ่ง...ไม่ใช่ทุกอย่างของชีวิต![]() ความฝัน เป็นสิ่งสวยงาม แต่มันจะไม่เกิดขึ้น ถ้ามัวแต่ฝันอยู่อย่างนั้น ความหวัง เป็นเหมือนกำลังใจ แต่มันก็จะไม่สมหวังเช่นกัน ถ้ามัวแต่หวังอยู่อย่างนั้น แต่ก็ใช่ว่า เมื่อก้าวเดินตามฝัน หรือทำตามความหวังแล้ว มันจะสำเร็จตามที่ใจต้องการเสมอไป สำหรับบางอย่าง มันก็ต้องเผื่อใจไว้บ้าง มันอาจจะไม่เป็นอย่างนั้น มันอาจจะไม่เป็นอย่างนี้ อย่างที่เราต้องการให้มันเป็น ไม่ใช่ว่าเราไม่ดี แต่เป็นเพราะว่า เราดีไม่พอ ก็ไม่ใช่อีกแหละ แท้จริงแล้ว ก็เป็นเพราะ มันไม่เหมาะสมกับเรา ไม่ใช่เราไม่เหมาะสมกับมัน บางสิ่งบางอย่าง เมื่อเราเลือกที่จะเดินตามมัน เพื่อไขว่คว้าหา ก็ต้องทำให้เราพบกับความผิดหวังอยู่เรื่อย แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าจบ หรือหมดสิ้นทุกสิ่งทุกอย่าง บางที ความมั่นใจ หรือการตั้งความหวังไว้สูงมาก ก็อาจจะเป็นดาบที่ย้อนกลับมาทำร้ายตัวเราเองได้เหมือนกัน แม้บางครั้ง ต้องพบกับความผิดหวังจากสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ก็อย่าถึงกับร้องไห้เสียใจ กินไม่ได้ นอนไม่หลับ หรือทำร้ายตัวเองทางอ้อมเลย เพราะแต่ละสิ่ง ก็ไม่ใช่ทุกอย่างของชีวิต ถ้ามันคือทุกอย่างของชีวิต เราก็คงไม่สามารถยืนหยัดอยู่จนถึงทุกวันนี้หรอก เพราะฉะนั้น จงทำวันนี้ให้ดีที่สุด เมื่อล้มก็ลุกขึ้นใหม่ แม้จะลุกช้าและยากลำบากสักแค่ไหน ก็ยังดีกว่าไม่พยายามจะลุก และนั่งรอคอยความหวังอยู่ตรงที่เดิม เมื่อเหนื่อยก็หยุดพัก แล้วค่อยเริ่มต้นใหม่ บางครั้งการแสวงหาสิ่งใหม่ๆก็เป็นเรื่องดี เพื่อที่จะได้พบกับสิ่งดีๆที่ดีกว่าเดิม แต่บางครั้ง...สิ่งเดิมๆ อาจจะดีกว่าสิ่งใหม่ๆ ที่กำลังพยายามค้นหาอยู่ก็ได้นะ October 26 เกิดไรขึ้นซ้อมก็เหนื่อยแล้วยังต้องปวดหัวอีก
ไรเนียะในสนามทำไมชอบแบ่งฝ่ายกันวะเนี๊ยะ
เบื่อจริงๆ |
|
|